โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประกันชงเลื่อน "IFRS17" อีก 3 ปี หวั่นนิยาม "เบี้ย" เพิ่มภาระภาษี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.พ. 2563 เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 02.51 น.

“สมาคมประกันชีวิตไทย” ขอเลื่อนบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS17 อีก 3 ปี จากกำหนดเดิมต้องเริ่ม 1 ม.ค. 2566 หวั่นกระทบบริษัทประกันจ่ายภาษี เร่งถกคณะทำงานวางแผนตั้งรับ พร้อมรอคำตอบจากสภาวิชาชีพบัญชี

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรฐานการรายงานทางบัญชีและการเงิน IFRS17 (สัญญาประกันภัย) ที่จะมีผลกระทบต่อการเสียภาษีของบริษัทประกัน เนื่องจากมาตรฐานบัญชี IFRS17 จะไม่ใช้คำว่าเบี้ย แต่ระบุเฉพาะกำไรจากการรับประกันและรายได้จากการลงทุน ทำให้ในอนาคตจะเกิดปัญหาได้ โดยคณะทำงานประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และกรมสรรพากร

ขณะเดียวกัน สมาคมได้ทำหนังสือถึงสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อขอเลื่อนการบังคับใช้ IFRS17 ออกไปอีก 3 ปี จากเดิมจะเริ่มมีผลวันที่ 1 ม.ค. 2566 แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ภาคธุรกิจก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ โดยสมาคมให้ความสำคัญต่อกระบวนการทำงานในองค์กร ตั้งแต่ระบบการเก็บข้อมูล ระบบไอที และขั้นตอนการทำงาน รวมถึงระบบการคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัย เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จะลงบัญชี ซึ่งจะมีผลกระทบกับกำไรของบริษัทประกัน หากสินค้าที่ขายขาดทุน ถูกนับเป็นผลขาดทุนตลอดอายุสัญญาประกันภัย ขณะที่กำไรจะถูกกระจายไปตลอดอายุของสัญญาประกันชีวิต

“ตามกรอบเวลาที่วางไว้ ปีนี้สมาคมจะเข้าร่วมเป็นคณะทำงานกับ คปภ.เพื่อจัดทำคู่มือตีความตาม IFRS17 และศึกษา/รวบรวมผลกระทบ จัดทำความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง IFRS17 รวมถึงจัดอบรมความรู้เบื้องต้น ส่วนปีหน้าจะนำร่างคู่มือการตีความนำเสนอสภาวิชาชีพบัญชี พร้อมกับประเมินผลกระทบของ IFRS17 จากนั้นในปี 2565 เข้าสู่การสรุปผลกระทบทางบัญชีและภาษี และเสนอแนวทางการดำเนินงานช่วงระยะเวลาการทำธุรกรรม และร่วมกับ คปภ.ทดสอบระบบตาม TFRS9 และ IFRS17 ซึ่งจะเป็นปีที่ระบบงานของบริษัทสมาชิก พร้อมดำเนินการตามกำหนดบังคับใช้เดิม และให้เวลาจัดการภาษี ก่อนที่ธุรกิจประกันชีวิตต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ปี 2566 ภายใต้ IFRS17” นางนุสรากล่าว

นางนุสรากล่าวอีกว่า สำหรับปี 2563 นี้ คาดเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งระบบจะอยู่ที่ราว 6.1 แสนล้านบาท โดยอาจติดลบ 2% ถึงโตได้ 1% แบ่งเป็นเบี้ยรับปีแรก 1.19 แสนล้านบาท เบี้ยรับจ่ายครั้งเดียว (ซิงเกิลพรีเมี่ยม) 6.6-6.9 หมื่นล้านบาท และเบี้ยปีต่อ 4.2-4.28 แสนล้านบาท หลังจากปี 2562 ที่ผ่านมา ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยรับรวมที่ 6.1แสนล้านบาท หดตัว 2.63%

“ปีนี้เบี้ยคงไม่โต ถ้าไม่หดอีก ก็ดีใจแล้ว เนื่องจากธุรกิจประกันชีวิตคงยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงใหม่ ๆ ที่ยังไม่รู้จุดสิ้นสุดอย่างไวรัสโควิด-19 ที่กดดันภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัวลงอีก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ก็ทำสถิติต่ำสุดต่อเนื่อง” นายกสมาคมประกันชีวิตไทยกล่าว

แหล่งข่าวสภาวิชาชีพบัญชีกล่าวว่า สภาวิชาชีพบัญชีได้รับหนังสือขอเลื่อนบังคับใช้ IFRS17 จากทางสมาคมประกันชีวิตไทยแล้ว แต่ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาผลกระทบในวงกว้าง เพราะจะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงผลกระทบภาพรวมของประเทศด้วย

“กระบวนการต้องเข้าคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี รวมไปถึงคณะกรรมการกำกับดูแลและประกอบวิชาชีพบัญชีที่จะตัดสินใจ ดังนั้น ตอนนี้ก็ยังยึดตามกรอบเริ่มมีผลวันที่ 1 ม.ค. 2566 อยู่” แหล่งข่าวกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...