NetApp อัปเดตธุรกิจและแนวโน้มเทคโนโลยีปี 2020
เนื่องจากทุกภาคส่วนถูก Disrupt ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ส่งผลให้หลายองค์กรต่างทำการ Digital Transformation อย่างรวดเร็ว ด้วยการปรับเอาเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจ เช่น ระบบ AI, 5G, Cloud เพื่อให้ตามทันกับการเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็คือ ระบบ Cloud (คลาวด์) แต่รู้หรือไม่ว่ามันมี “กับดัก” ที่ซ่อนอยู่
วันนี้ทีมงานแบไต๋มีโอกาสได้คุยกับ NetApp ถึงเรื่องที่องค์กรต้องคิดให้ดีก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ Cloud แบบเต็มตัว โดย นายวีระอารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ NetApp กล่าวว่าปัจจัยหลักที่ทำให้หลายองค์กรเลือกเข้าไปใช้ Cloud อย่าง Microsoft Azure, Amazon Web Services, Google Cloud Platform เพราะมีสะดวกสบายเข้าถึงได้สะดวก มีความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการจัดหาระบบ Server มาใช้เอง
แต่ก็มีจุดที่หลายองค์กรลืมนึกถึงอยู่ นั่นก็คือ ช่วงที่จะต้องย้ายหรือยกข้อมูลออกจาก Cloud ซึ่งการเข้าไปไม่เสียค่าใช้จ่าย ต่างกับตอนที่จะยกข้อมูลออกมันจะมี ค่าใช้จ่าย Exit Cost ปกติค่าใช้จ่ายในการยกข้อมูลออกมาทั้งก้อน จะคำนวนจามจำนวนข้อมูลที่มี มีน้อยจ่ายน้อย มีมากจ่ายมาก ซึ่งบางองค์กรฝากข้อมูลไว้เยอะเกินจนไม่คุ้มที่จะถอนออกมาทำให้ต้องใช้ต่อไปแบบไม่มีทางเลือก จุดนี้เองคือกับดักของ Cloud ที่กำลังพูดถึง
โดย NetApp ได้เผยกับทาง beartai ว่ามีปัญหาเรื่องกับดักนี้ ทาง NetApp บริการที่ช่วยจัดการกับระบบ Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถโยกย้ายข้อมูลได้อย่างอิสระ เช่นระบบ Multi Hybrid Cloud ที่เป็นการผสมผสานระหว่าง Private Cloud ที่ใช้เฉพาะในองค์กร และ Public Cloud ใหญ่ 3 เจ้า อย่าง Microsoft Azure, Amazon Web Services, Google Cloud Platform เพื่อเพิ่มความยื่นหยุ่นในการใช้ ร่วมกับระบบ Data Fabric ที่ช่วยให้การจัดการระบบ Cloud ได้อย่างลื่นไหล สลับข้อมูลไปมาระหว่างเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างสะดวกสบาย
นอกจากนี้ คุณวีระ ยังอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังจะมาถึงว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามา Disputation แทบทุกธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการเงินการธนาคาร ที่เกิดเป็นบริการ i-Banking และ m-Banking แน่นอนว่าทุกธุรกิจมีการขยับปรับเอาเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจ จากธุรกิจเล็กๆ สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด แต่สำหรับธุรกิจที่ไม่ปรับตัวหรือปรับตัวไม่ทันก็จะถูกกลืนกิน และไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาด
และด้านการเก็บข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ายังต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลPDPA (Personal Data Protection Act) ฉะนั้นการเก็บจึงต้องขออนุญาตเสียก่อน และต้องเก็บข้อมูลให้ปลอดภัย ถ้าเกิดข้อมูลหลุดออกไป อาจทำให้เกิดปัญหาหนักตามมาภายหลังถึงขั้นเกิดคดีความได้ ปกติแล้วข้อมูลที่ถูกเก็บเป็น Data ไว้ในระบบจะง่ายต่อการตรวจสอบ แต่ถ้าข้อมูลถูกเก็บไว้ในไฟล์ Excel, Word จะเป็นจุดที่ตรวจสอบไม่ทั่วถึง โดยทาง NetApp ก็มีบริการที่มาช่วยในจุดนี่ก็คือ Cloud Compliance ที่มาพร้อมกับระบบ AI คอยตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลในระบบพร้อมกับบอกถึงความเสี่ยงในแต่ละจุด ทั้งข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ หรือข้อมูลที่อยู่ในไฟล์อีกด้วย
สุดท้ายคุณวีระ เสริมข้อมูลให้กับทางแบไต๋ว่า NetApp ไม่ได้โฟกัสว่าจะเป็น Cloud Provider หรือผู้ให้บริการ Cloud แต่จะเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อมโยงเข้ากับ Cloud ได้อย่าง เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นที่สุดครับ
พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
แชร์โพสนี้