‘คาถา 5 ย.’ ลดเสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้า
กรมควบคุมโรค เตือนผู้ปกครองระมัดระวัง และดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ป้องกัน-ลดความเสี่ยงการถูกสัตว์กัด หรือข่วน โดยเฉพาะที่สาธารณะ ที่มีฝูงสุนัขจรจัด จากข้อมูลปี 2561 พบผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามากกว่า 520,000 ราย และกว่า 30 % เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ย้ำ “คาถา 5 ย.” ลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่ฝูงสุนัขจรจัดกัดเด็กวัย 7 ขวบ ในจังหวัดทางภาคใต้ บาดเจ็บ และเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล ว่า กรมควบคุมโรค ได้ทบทวนข้อมูลรายงานเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวในหลายปีที่ผ่านมา พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
*1. ผู้ที่ถูกกัดหรือทำร้ายส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี *
2. สุนัขเหล่านี้อาศัยอยู่ตามชายหาด มักอยู่กันเป็นฝูง และมีพฤติกรรมหวงถิ่น
3. ปัญหาสุนัขจรจัดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มักเกิดจากเจ้าของสุนัขที่ไม่สามารถเลี้ยงสุนัขได้ เช่น ย้ายที่อยู่ สุนัขออกลูกมากเกินที่จะเลี้ยงได้ ทำให้ปล่อยสุนัขไว้ตามที่ต่างๆ
*จากรายงานการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์โดยกรมปศุสัตว์ พบว่า ในปี 2561 มีสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้ามากกว่า 1,400 ตัว กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ กว่า 50 % เป็นสัตว์ไม่มีเจ้าของ และไม่ทราบประวัติ *
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ได้วิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ในปี 2561 มีจำนวนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามากกว่า 520,000 ราย และกว่า 30 % เป็นเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรค ขอแนะนำประชาชนให้ระมัดระวัง และดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ป้องกันและลดความเสี่ยงการถูกสัตว์กัดหรือข่วน โดยเฉพาะที่สาธารณะที่มีฝูงสุนัขจรจัด รวมถึงสัตว์เลี้ยงในบ้าน เนื่องจากสัตว์ไม่คุ้นชินอาจจะทำอันตรายแก่เด็กได้
สำหรับผู้เลี้ยงสุนัข ควรเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ เลี้ยงในรั้วรอบขอบชิด หากพาออกข้างนอก ควรใส่สายจูง และต้องนำสุนัขไปเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี ทำหมันถาวร เมื่อไม่ต้องการให้สุนัขเพิ่มจำนวน และไม่นำไปปล่อยให้เป็นภาระของสังคม หากในพื้นที่มีสุนัขจรจัด ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสุนัขเหล่านั้น
อย่างไรก็ตามสุนัขจรจัดควรเป็นความรับผิดชอบของคนในสังคม เช่น การพาสุนัขไปฉีดวัคซีน ระบุเจ้าของ หรือมีการรับเลี้ยงจะดีที่สุด หากถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำ และสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง ประมาณ 10 นาที ใส่ยาเบตาดีน เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัย และรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
ถ้าฉีดวัคซีนแล้ว ควรไปตามนัดทุกครั้ง และควรสังเกตสุนัข ว่ามีอาการผิดปกติ หรือตายใน 10 วันหรือไม่ ภายหลังสุนัขตัวนั้นไปกัดข่วนคน ต้องรีบไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
*สำหรับคำแนะนำ เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ขอให้ยึดหลัก “คาถา 5 ย.” ดังนี้ *
1.อย่าแหย่ ให้สัตว์โมโห
*2.อย่าเหยียบ บริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์ *
3.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า
*4.อย่าหยิบ อาหารขณะสัตว์กำลังกิน *
5.อย่ายุ่ง กับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย เพราะสัตว์เหล่านี้อาจกัดหรือข่วนได้
หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422