โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

วิธีปลูก ไลแลค ดอกไม้พุ่มสีม่วงแสนหวานแต่งบ้านสวย

MThai.com

เผยแพร่ 23 ม.ค. 2562 เวลา 01.00 น.
วิธีปลูกดอกไม้สายหวานในบ้าน ทั้งแบบลงกระถางและลงดิน ตามนี้จ้า

พิเศษสำหรับสาวกที่หลงใหลกับดอกไม้สีม่วงแสนสวย พุ่ม ไลแลค ที่จะนำบรรยากาศดั่งเทพนิยายมาสู่สวนของเรา พืชที่รักแสงแดด เหมาะกับการปลูกในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยมีสายพันธุ์ที่แนะนำคือ Congo, Sensation, Bloomerang Dark Purple ซึ่งจะสามารถกลับมาออกดอกได้อีกครั้งเมื่อเวียนมาถึงฤดูกาล และอาจจะมีสิ่งที่ต้องระวังเอาใจใส่คือโรคราแป้งและเพลี้ย รู้จักกับข้อมูลของดอกไม้ไปเบื้องต้นแล้ว ก็ไปสู่วิธีปลูกกันได้เลย

วิธีการปลูกพุ่มไลแลค

เริ่มจากการเลือกจุดที่จะปลูก โดยคำนึงถึงบริเวณที่มีอากาศไหลเวียนดี เพื่อลดปัญหา ความเสี่ยงของโรคที่จะตามมา เมื่อได้บริเวณที่ต้องการ ก็ถึงเวลาลงมือขุดหลุม โดยขุดให้กว้างกว่ากลุ่มรากของพุ่มไลแลคประมาณ 2 เท่า ไม่ต้องใส่อะไรเพิ่มเติมลงดินในขั้นตอนนี้ เช่น มอสหรือดินชนิดพิเศษต่างๆ ที่อาจทำให้ดินเกิดปัญหากับการระบายน้ำ พุ่มไลแลคนั้นไม่ชอบความชื้นเกินความจำเป็น เมื่อนำพืชลงไปแล้ว ก็ค่อยๆ กลบดินกลับไปรอบๆ ออกแรงกดดินให้แน่นเล็กน้อย

วิธีการดูแลพุ่มไลแลค

พยายามดูแลรักษาให้ดินและพืชมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ระวังอย่าให้ถึงขั้นน้ำขังเปียกแฉะ เมื่อพืชเริ่มหยั่งรากในช่วงปีแรก บำรุงด้วยปุ๋ยกุหลาบเพียงครั้งเดียวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ พุ่มไลแลคไม่ใช่พืชที่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง แต่ถ้าเกิดความเสียหาย คุณสามารถตัดส่วนนั้นออกหลังจากการออกดอก

การปลูกพุ่มไลแลคในกระถาง

คุณสามารถทำได้ในช่วงปีแรกๆ ของการเติบโต แต่ถ้าพืชของคุณเริ่มคับกระถาง ก็ควรจะเคลื่อนย้ายสู่บริเวณที่เหมาะสมต่อไป โดยในช่วงนี้อาจอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 3-5 ปี

อายุของพุ่มไลแลค

พวกมันสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างยืนยาว อาจจะประมาณ 75 ปีหรือมากกว่านั้น!

Tips

พุ่มไลแลคมักจะถูกแมลงหรือศัตรูพืชรบกวน เพราะฉะนั้นหากคุณเริ่มเห็นเพลี้ย กำจัดพวกมันออกด้วยการราดน้ำ และเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี อย่าลืมแน่ใจว่าพุ่มไลแลคของคุณจะได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวัน และมีการดูแล กำจัดซากใบไม้ที่ร่วงหล่นออกจากต้นอย่างสม่ำเสมอ

ปลูกและเลี้ยงไม่ยาก แถมอายุยืนขนาดนี้ ก็เป็นอีกทางสำหรับสวนสวยของคุณที่จะไม่ต้องบำรุงรักษาเปลี่ยนเวียนปลูกไม้ชนิดอื่นบ่อยๆ แล้วนะคะ

ที่มา www.countryliving.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...