โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก ‘LAAB’ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ป้องกันติดเชื้อโควิด ใครมีสิทธิได้บ้าง

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ก.ย 2565 เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2565 เวลา 01.40 น. • The Bangkok Insight

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชวนทำความรู้จัก "LAAB" ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป หลัง อย. อนุมัติใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อ 27 มิถุนายน 2565 ใครมีสิทธิได้บ้างเช็คเลย

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยแพร่ยทความเรื่อง แนวทางการให้ Long Acting Antibody (LAAB) ในประเทศไทย ดังนี้

LAAB

จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ซึ่งได้แพร่กระจายไปทั่วโลก และส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายการให้วัคซีนโควิด-19 เพื่อลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประชาชนไทย โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา

แต่ยังมีประชากรบางกลุ่มที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำหรือได้รับวัคซีน แต่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงเพียงพอต่อการป้องกันโรค ได้แก่ กลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่อง กลุ่มผู้ป่วยฟอกไต กลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง เป็นต้น จึงได้มีการพัฒนาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว (Long Acting Antibodies; LAAB) เพื่อใช้สร้างภูมิคุ้มกัน ในประชากรดังกล่าว

Long Acting Antibody คืออะไร

Long Acting Antibody คือ แอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว ที่ประกอบด้วยแอนติบอดีสองชนิด ได้แก่ Tixagevimab และ Cilgavimab ซึ่งพัฒนามาจากบีเซลล์ของผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้พัฒนาเพิ่มเติมเพื่อขยายระยะเวลาครึ่งชีวิตให้ยาวนานกว่าแอนติบอดีทั่วไปอย่างน้อย 3 เท่า

โดยมีหลักฐานยืนยันว่า สามารถออกฤทธิ์ลบล้างเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ทั้งต่อสายพันธุ์ดั้งเดิม และสายพันธุ์กลายพันธุ์ต่าง ๆ

จากข้อมูลการศึกษาระยะที่สามในต่างประเทศ พบว่า LAAB มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แบบมีอาการ ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง หรือผู้ที่อาจมีการตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เพียงพอ เนื่องจากภาวะ หรือโรคร่วมต่าง ๆ เช่น ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือการได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

ทั้งนี้ สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แบบมีอาการได้ 77% หลังจากได้ยาหนึ่งโดสไปแล้ว 3 เดือน และ 83% หลังจากได้ยาแล้ว 6 เดือน โดยพบรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการศึกษาระยะที่สามเพียงเล็กน้อย อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ มีปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับน้อยถึงปานกลาง

LAAB ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาในสหภาพยุโรป เพื่อใช้สำหรับป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 และได้รับการขึ้นทะเบียนให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉินในประเทศสหรัฐอเมริกา และหลายประเทศทั่วโลก

ส่วนประเทศไทย นำเข้าภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป และฉีดครั้งแรกให้กับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ได้รับการฟอกไต ที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา และส่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม

กลุ่มเป้าหมายระยะแรก คือ ผู้ป่วยไตวายระยะเรื้อรัง ที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกไต) ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูก โดยสามารถปรึกษาแพทย์ หรือสามารถติดต่อเข้ารับการฉีดได้ที่สถานพยาบาล

ขนาดต่อโดส: 300 มก. (Tixagevimab 150 มก. และ Cilgavimab 150 มก.) ใน 1 กล่อง บรรจุขวดแก้ว 2 ขวด ประกอบด้วย

  • ขวดฝาสีเทาเข้ม: บรรจุยา Tixagevimab ขนาด 150 มก. ในปริมาตร 1.5 มล. (100 มก./1 มล.)
  • ขวดฝาสีขาว: บรรจุยา Cilgavimab ขนาด 150 มก. ในปริมาตร 1.5 มล. (100 มก./1 มล.)

กำหนดการให้ Long Acting Antibody

  • กำหนดให้ LAAB จำนวน 1 ครั้ง ครั้งละ 2 เข็ม โดยใช้เข็มขนาด 23-25G ความยาว 1-1.5 นิ้ว
  • แนะนำให้แยกฉีด Tixagevimab และ Cilgavimab เข้ากล้ามเนื้อบริเวณสะโพก (Gluteal muscle) ชนิดละข้าง ข้างละ 1.5 มล.
  • ให้เฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที

ผลข้างเคียง

1. ปฏิกิริยาภูมิไวเกิน รวมถึงอาการแพ้อย่างรุนแรง (Anaphylaxis) แต่พบไม่บ่อย

2. อาการผิดปกติบริเวณที่ฉีดยา บวม แดง ปวด

3. มีผื่น หรือ ลมพิษหลังฉีดยาซึ่งมาจากการที่มีภูมิไวเกิน

4. ไม่ควรใช้ในสตรีตั้งครรภ์ หรือ สตรีให้นมบุตร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...