สินค้าไทยบุกมหกรรมสินค้าจีน-อาเซียน หนุนผู้นำเข้าจีนเฟ้นหาโอกาสธุรกิจใหม่
หนานหนิง, 19 ก.ย. (ซินหัว) -- เฉินลี่อวี่ ผู้จัดการทั่วไปจากบริษัท ณพัฐธิกา (กว่างโจว) เทคโนโลยี จำกัด แนะนำอุปกรณ์อาบน้ำอย่างคล่องแคล่วแก่ผู้เที่ยวชมงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 19 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติหนานหนิง นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ระหว่างวันที่ 16-19 ก.ย. นี้
บริษัท ณพัฐธิกา (กว่างโจว) เทคโนโลยี จำกัด อยู่ในเครือบริษัท ณพัฐธิกา กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ทำธุรกิจนำเข้าสินค้าไทยหลากหลายประเภท เช่น อุปกรณ์อาบน้ำที่วิจัยและพัฒนาใหม่ล่าสุด หรือหมอนยางพาราที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉินเข้าร่วมงานมหกรรมฯ ในนามบริษัทเป็นครั้งที่ 8 แล้ว
อนึ่ง งานมหกรรมฯ จัดขึ้นด้วยหัวข้อ "การแบ่งปันโอกาสใหม่ของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) การสร้างเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน 3.0" มีผู้ประกอบการจีนและต่างชาติเข้าร่วมทางออฟไลน์ 1,653 ราย และทางออนไลน์กว่า 2,000 ราย ขณะเดียวกันปีนี้นับเป็นปีแรกของความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-อาเซียน และเป็นปีที่ความตกลงหุ้นส่วนฯ มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและไทยแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยติดต่อกันหลายปี และเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ที่สุดของไทย ด้านไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของจีนในกลุ่มประเทศอาเซียน
ไต้หย่งเฟย ผู้จัดการทั่วไปจากบริษัท จั๋วเจวี๋ย ซางเม่า (เซี่ยงไฮ้) จำกัด ผู้ทำธุรกิจนำเข้าแป้งข้าวเหนียวใบหยก ข้าวเหนียว และแป้งดัดแปรจากบริษัท สยามมอดิฟายด์สตาร์ช จำกัด (SMS) ของไทย เผยว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเป็นหลัก ข้าวหอมของไทยมีคุณภาพดี ทำให้ผลิตภัณฑ์มีฐานลูกค้าที่มั่นคงในจีน
"หุ้นส่วนไทยของบริษัทฯ ล้วนเคยเข้าร่วมงานมหกรรมฯ ก่อนหน้านี้ และครั้งนี้ได้รับมอบหมายให้นำผลิตภัณฑ์บางส่วนจากเซี่ยงไฮ้มาเข้าร่วมจัดแสดง" ไต้กล่าว พร้อมเสริมว่าหลังเสร็จสิ้นงานมหกรรมฯ นี้แล้ว จะขนทัพผลิตภัณฑ์ไปจัดแสดงที่งานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) เพื่อแสวงหาโอกาสทางการตลาดเพิ่มเติมต่อไป
เนื่องจากสินค้าไทยขายดีอย่างต่อเนื่องในตลาดจีน เหล่าผู้ประกอบการจีนจึงเล็งเห็นโอกาสทางการตลาดของการนำเข้าสินค้าไทยมากขึ้น โดยสัดส่วนการนำเข้าและส่งออกจากไทยโดยรวมของผู้ประกอบการจีนทยอยเพิ่มขึ้น
สำนักบริหารศุลกากรทั่วไปของจีนระบุว่ามูลค่าการค้าโดยรวมระหว่างจีนและไทยสูงเกิน 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.7 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในปี 2021 อยู่ที่ 1.31 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.8 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 เมื่อเทียบปีต่อปี
ขณะเดียวกันมีผู้ประกอบการจีนที่ทำการค้าระหว่างจีนและไทยรวม 83,000 ราย โดยมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกราว 1.43 แสนล้านหยวน (ราว 7.54 แสนล้านบาท) ครองสัดส่วนเกือบร้อยละ 20 ของการนำเข้าและส่งออกทั้งหมดของจีนสู่ไทย
ทั้งนี้ ความตกลงฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ปีนี้ ได้เกื้อหนุนการค้าระหว่างจีนและไทย รวมถึงเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการจีนที่นำเข้าสินค้าจากไทย ด้วยสารพัดนโยบายอย่างการเข้าถึงตลาด พิธีการศุลกากร และการปรับลดภาษีศุลกากร
กลุ่มผู้ส่งออกของไทยได้ยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงฯ คิดเป็นมูลค่ารวม 204 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.54 พันล้านบาท) ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน และมีการนำเข้าสินค้าสู่ไทยภายใต้ความตกลงฯ คิดเป็นมูลค่าราว 72.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.67 พันล้านบาท)
ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวในพิธีเปิดงานมหกรรมฯ ผ่านระบบวิดีโอว่าความตกลงฯ เกื้อหนุนประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ช่วยเร่งการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ดึงดูดการลงทุน ขยับขยายตลาด และส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานเพื่อรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
เหอกัง ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท เจ้อเจียง อี้อู ไท่หัว อิมพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต จำกัด ได้ปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างไอศกรีมทุเรียนไทย ไอศกรีมมะพร้าว ข้าวเหนียวมะม่วง และข้าวเหนียวทุเรียนที่บริษัทฯ นำเข้า เพื่อมาจัดแสดงที่งานมหกรรมฯ
เหอกังกล่าวว่าก่อนหน้านี้บริษัทฯ นำเข้าลำไยอบแห้งของไทยเป็นหลัก ซึ่งนำเข้าราว 400 ล้านหยวน (ราว 2.11 พันล้านบาท) ต่อปี โดยเริ่มร่วมมือกับผู้ประกอบการไทยเมื่อปีก่อน เพื่อนำเข้าผลิตภัณฑ์ไอศกรีมไทย ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำหน่ายในร้านค้าออนไลน์เป็นหลัก ส่วนการจำหน่ายทางออฟไลน์จะค่อยๆ ขยายตัวทีละน้อย
ทั้งนี้ ขนมไทยเหล่านี้ส่วนมากผลิตในจังหวัดเชียงใหม่ ราคาจำหน่ายปลีกหลังนำเข้าค่อนข้างสูง โดยราคาไอศกรีมทุเรียนแท่งหนึ่งอยู่ที่ 30 กว่าหยวน (ราว 158 บาท) ทว่าความตกลงฯ ช่วยให้ต้นทุนนำเข้าลดลง ส่งผลให้มีการปรับราคาเพิ่มเติมเพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน โดยเหอหวังหาโอกาสทางธุรกิจผ่านงานมหกรรมฯ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายทางออฟไลน์