โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ ‘Industry 4.0’ ด้วยเทคโนโลยี ‘5G-AI-IoT’

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ต.ค. 2565 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2565 เวลา 00.24 น. • The Bangkok Insight

"หัวเว่ย" เผยเทรนด์อุตสาหกรรมอัจฉริยะ "Industry 4.0" เร่งสนับสนุนอุตสาหกรรมไทย เปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ "5G-AI-IoT"

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงเทรนด์อุตสาหกรรมอัจฉริยะในยุคแห่งการเชื่อมต่อ โดยชี้ให้เห็นถึงองค์ประกอบการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 4 ด้านหลักที่จะเกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรม

Industry 4.0

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Unlocking Thai Industries By Optimizing IIOT towards Industry 4.0 Era ว่า เอสเอ็มอีกว่า 70% ยังคงอยู่ใน industry 2.0 ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยังไม่ดีเท่าที่ควร

สภาอุตสาหกรรม จึงผลักดันให้ทุกหน่วยงานเร่งยกระดับประสิทธิภาพทางการผลิตให้สูงขึ้น ด้วยการทำ industry transformation โดยเน้นการเชื่อมโยงเทคโนโลยี AI และ IoT เข้าด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการสร้าง industrial ecosystem ให้เกิดการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยเหลือผู้ประกอบการ

ดร.ชวพล จริยวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงเทรนด์สำคัญในด้านอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ในงานสัมมนา Industrial IoT Solution Expo 2022 จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่า ปัจจุบัน ไทยกำลังมุ่งสู่ยุคแห่ง 5G และ IoT ซึ่งจะพลิกประสบการณ์การใช้งานในกลุ่มประชาชนทั่วไป รวมถึงการประยุกต์ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะหรืออุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของแพลตฟอร์มการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G การประมวลผลบนคลาวด์ รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าด้วยกัน

ในด้านการบริการของอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นการส่งมอบรูปแบบการบริการที่เท่าเทียมและสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศ ในด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรมจะผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้งานมากขึ้น ช่วยรองรับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดร.ชวพล จริยวิโรจน์

ส่วนในด้านทักษะของบุคลากร จะต้องได้รับการยกระดับองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี 5G ปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กดาต้า และคลาวด์ เพื่อรองรับอุปสงค์ของตลาด นอกจากนี้ ในระบบนิเวศของภาคอุตสาหกรรมจะมีความเปิดกว้าง เท่าเทียม และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมในรูปแบบปัจจุบัน ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอัจฉริยะ จะทำให้เกิดประโยชน์ที่จับต้องได้ทั้งด้านการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ตัวอย่างของอุตสาหกรรมอัจฉริยะได้จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เห็นได้จากในภาคอุตสาหกรรมเหมืองและอุตสาหกรรมท่าเรือของประเทศจีน

ขณะที่ในประเทศไทยซึ่งถือเป็นผู้นำด้านการประยุกต์ใช้ 5G ในภูมิภาคอาเซียนอยู่แล้ว ซึ่งได้เริ่มใช้ไปแล้วในหลายภาคส่วนได้แก่ สถานีรถไฟอัจฉริยะ 5G ในกรุงเทพฯ เขตพื้นที่อัจฉริยะ 5G ในเชียงใหม่ การเกษตรอัจฉริยะ 5G ในเชียงราย รวมไปถึงท่าเรืออัจฉริยะ 5G ที่ชลบุรี เป็นต้น

ทั้งนี้ หัวเว่ยพร้อมสนับสนุนการมุ่งสู่ภาคอุตสาหกรรมอัจฉริยะในประเทศไทยด้วยกลยุทธ์ GUIDE ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนแพลตฟอร์มการเชื่อมต่ออัจฉริยะ เพื่อช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่ไทย และผลักดันศักยภาพในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะประกอบด้วย

1. โครงการประเภท Gigaverse Initiative เพื่อส่งมอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการส่งต่อข้อมูลที่มากระดับกิกะบิต

2. ระบบการทำงานอัตโนมัติความเร็วสูง Ultra-Automation เพื่อส่งมอบกระบวนการทำงานแบบดิจิทัลที่คล่องตัวมากขึ้น

3. การส่งมอบ Intelligent Computer & Network ในรูปแบบการบริการ ทำให้เกิดเครือข่ายและการประมวลผลดิจิทัลที่ยืดหยุ่น ปรับตัวได้

4. การส่งมอบประสบการณ์แบบ Differentiated Experience ตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ

5. การเน้นเรื่อง ESG (Environmental, Social, and Corporate Governance) เพื่อเพิ่มจำนวนบิตและลดการใช้พลังงาน เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...