โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสาเหตุฝุ่นเชียงรายยังสูง แม้การเผาในพื้นที่ลดลง แต่เผชิญฝุ่นข้ามแดน

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พ่อเมืองเชียงราย ขอบคุณทีมดับไฟ ทุกพื้นที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ เสียสละ เสี่ยงภัย ปกป้องคนเชียงราย เดินหน้าแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง แม้สถานการณ์ฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ยังเกินค่ามาตรฐานแต่ภาพรวมของสถานการณ์ไฟป่าภายในจังหวัดมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 1 เมษายน 2569 จังหวัดเชียงรายพบจุดความร้อน (Hotspot) สะสมจำนวน 1,253 จุด คิดเป็นเพียงร้อยละ 4.33 ของพื้นที่ภาคเหนือ และจัดอยู่ในอันดับที่มีจุดความร้อนน้อยที่สุดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่

โดยเฉพาะสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 พบจุดความร้อนเพียง 37 จุดลดลงจากวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งพบ 156 จุด คิดเป็นการลดลงถึงร้อยละ 76 ภายในระยะเวลาเพียงวันเดียว ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจนว่ามาตรการ “หยุดเผา” และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงความร่วมมือของประชาชน เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งผู้นำชุมชนเกษตรกร และภาคีเครือข่าย ที่ร่วมมือกันลดการเผาในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะช่วงระหว่างวันที่ 20 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดเชียงรายไม่พบจุดความร้อนต่อเนื่องถึง 8 วัน ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าความร่วมมือของประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้จริง

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ไฟป่าภายในจังหวัดจะคลี่คลายลง แต่ปัญหาฝุ่นละอองPM2.5 ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากยังมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่โดยปัจจัยหลักมาจาก “ฝุ่นควันข้ามแดน” จากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีจุดความร้อนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ประชาชนยังมีข้อสงสัยว่า “เมื่อการเผาในพื้นที่ลดลงแล้ว เหตุใดฝุ่นยังสูง”

จังหวัดเชียงรายได้วิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม Suomi VIIR พบว่า สาเหตุสำคัญมาจาก “หมอกควันข้ามแดน” จากประเทศเพื่อนบ้านโดยในช่วงวันที่ 1 มกราคม– 1 เมษายน 2569 ประเทศเมียนมา พบจุดความร้อนสูงถึง 204,371 จุด และสปป.ลาว 59,233 จุด ขณะที่จังหวัดเชียงรายมีเพียง 1,253 จุดเท่านั้น และเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 มีนาคม – 1 เมษายน 2569) ประเทศเมียนมาพบจุดความร้อน 45,572 จุด และ สปป.ลาว 21,646 จุด ในขณะที่จังหวัดเชียงรายมีเพียง 905 จุด

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า แม้จังหวัดเชียงรายจะสามารถควบคุมการเผาในพื้นที่ได้ดีขึ้น แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากฝุ่นควันที่พัดพาข้ามพรมแดน ประกอบกับสภาพอากาศปิดและลมสงบ ทำให้ฝุ่นสะสมในพื้นที่และระบายออกได้ยากประกอบกับสภาพภูมิประเทศของจังหวัดเชียงรายที่เป็นพื้นที่แอ่งกระทะและมีภูเขาสลับซับซ้อน เมื่อเกิดสภาพอากาศปิด ลมสงบ จึงทำให้ฝุ่นละอองสะสมในพื้นที่และระบายออกได้ยาก

ในการแก้ไขปัญหา จังหวัดเชียงรายได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย โดยมีการจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน การประสานความร่วมมือผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) รวมถึงการเตรียมใช้กลไกทางการทูตในการเจรจาเพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามแดนในระยะยาว

นอกจากนี้ จังหวัดยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมแนวทาง “ชุมชนจัดการไฟ” เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล ลดการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์ในอนาคต

ในด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน จังหวัดเชียงรายได้ระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ ภายใต้นโยบาย “สุขภาพต้องมาก่อน (Health First)” โดยได้เร่งแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้ประชาชนเกือบ 300,000 ชิ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูงพร้อมจัดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่น” จำนวนกว่า 457 แห่ง กระจายอยู่ในโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าพักพิงในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง

ขณะเดียวกัน ได้มีการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด ทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว รวมกว่า 150,000 คน โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ติดตามอาการและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพให้ได้มากที่สุด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน งดการออกกำลังกายกลางแจ้ง และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ท้ายที่สุด ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายย้ำว่า ทุกหน่วยงานในพื้นที่กำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง ทั้งการควบคุมไฟป่า การลดแหล่งกำเนิดฝุ่น และการดูแลสุขภาพของประชาชนควบคู่กันไป โดยการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จะสำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

“จังหวัดเชียงรายจะก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน ด้วยพลังความร่วมมือของทุกคนเพื่อมุ่งสู่การเป็นจังหวัดที่ดินดี น้ำดี อากาศดี เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนในระยะยาว” นายชูชีพ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...