โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บล.เอเซีย พลัส” ชี้ตลาดชินสงคราม ผวาฮอร์มุซดันน้ำมันพุ่ง ชู 12 หุ้นเด่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 02.56 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 02.56 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมการลงทุนว่า ตลาดหุ้นเริ่มมีภาวะ "ชินชา" กับประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อ โดยทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกยังคงแกว่งตัว (SWING) ผันผวนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แม้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบ BRENT จะร่วงลงมาแตะระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สัญจรได้เต็มรูปแบบ ผสานกับท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าข้อตกลงใกล้จะได้ข้อสรุป แต่ล่าสุดเช้าวันนี้สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ส่งผลให้ ราคาน้ำมัน BRENT ดีดตัวพุ่งขึ้นถึง 6.7% ปัจจัยหลักมาจากการที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ สกัดกั้นและยึดเรือที่ติดธงอิหร่านในอ่าวโอมาน

ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าอาจไม่เข้าร่วมการเจรจารอบที่ 2 ที่ประเทศปากีสถานในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมาขู่แข็งกร้าวว่า จะทำลายโรงไฟฟ้าและสะพานทุกแห่งในอิหร่านหากการเจรจาล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจจาก POLYMARKET ยังคงให้น้ำหนักเกิน 80% ว่าทั้งสองประเทศจะสามารถจัดประชุมทางการทูตได้ภายในวันที่ 30 เม.ย. นี้ ซึ่งหากเจรจาสำเร็จจะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันร่วงลงและหนุนตลาดหุ้นดีดตัว

สำหรับน้ำมันไทยไม่ยอมลง เตือนเงินเฟ้อ Q2 เสี่ยงพุ่งปรี๊ด 5.78% บีบ กนง. ตัดสินใจยาก สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทย ฝ่ายวิจัยระบุว่าแม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะปรับตัวลงมาบ้าง แต่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยน้ำมันไฮดีเซล S อยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาทต่อลิตร ซึ่งการที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพที่แพงขึ้น กระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 2569 แบ่งเป็น 2 กรณี

1.กรณีราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง 2 เดือน (เม.ย.-พ.ค.) คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 1.50 - 2.50% โดยในช่วงไตรมาสที่ 2 จะเป็นจุดที่เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดถึง 3.67%

2.กรณีราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.) คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 2.50 - 3.50% โดยไตรมาสที่ 2 เงินเฟ้อจะพุ่งสูงถึง 5.78%

สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นแรงกดดันอย่างหนักต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ที่ 1-3% ซึ่งการประเมินทั้ง 2 กรณีชี้ให้เห็นว่าเงินเฟ้อในไตรมาส 2 จะทะลุเป้าหมายไปมาก ปัจจัยนี้ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจได้ยากลำบาก เพราะหากปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อก็อาจซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง แต่หากคงดอกเบี้ยต่ำเกินไปก็อาจคุมเงินเฟ้อไม่อยู่

กลยุทธ์การลงทุน ชู 12 หุ้นเด่นฟื้นตัวแรงรับสงครามสงบ ในแง่ของกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าตลาดหุ้นเริ่มมีแรงหนุนจากการ Cover Short ช่วยให้ดัชนีฟื้นตัวได้เร็วในช่วงสั้น (สะท้อนจาก Put/Call Ratio ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ลดลงจาก 0.95 มาเหลือ 0.65) แต่ระยะถัดไปนักลงทุนต้องจับตาการส่งผ่านของเงินเฟ้อที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน ฝ่ายวิจัยแนะนำให้สะสม หุ้นที่จะปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงที่ราคาน้ำมันย่อตัวลงและสถานการณ์สงครามนิ่งขึ้น (อ้างอิงจากสถิติหลังสงครามผ่อนคลาย 1.5 เดือน ในปี 2022) ได้แก่ PR9, DELTA, TFG, BGRIM, BDMS, EGCO, BBL, SCC, CBG, BH, BCH และ AOT โดยกำหนดให้หุ้น SJWD, ICHI และPR9 เป็น Prime Picks ประจำวัน

(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม QUANTUM ที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา (เช่น IONQ +60%, QBTS +52%) หลังได้รับแรงหนุนจากการที่ NVIDIA เปิดตัว "ISING" โมเดล AI แบบโอเพนซอร์สตัวใหม่สำหรับการคำนวณควอนตัมโดยเฉพาะ รวมถึงแนะนำติดตามหุ้น MARVELL TECHNOLOGY (+9% หลังปิดตลาด) หลังมีรายงานว่าบริษัท Alphabet กำลังเจรจาเพื่อร่วมกันผลิตชิป AI รุ่นใหม่ สำหรับพอร์ตลงทุนต่างประเทศ (Global Gem) แนะนำ GOOG80 และ META80)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...