โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขความลับ “คิทสึเนะเม็ง” หน้ากากจิ้งจอกสัญลักษณ์ผู้ส่งสารเทพอินาริ

conomi

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • conomi.co

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้า ปีศาจและเรื่องเหนือธรรมชาติมาตั้งแต่อดีต เทพเจ้าที่หลายคนรู้จักกันดีคงไม่พ้น “เทพอินาริ” เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่มีบริวารเป็นเหล่าสุนัขจิ้งจอก มีการพูดถึงเทพอินาริและสุนัขจิ้งจอกจากสื่อต่างๆ มากมาย เช่น ภาพยนตร์หรืออนิเมะ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องที่จิ้งจอกเป็นตัวเอก เราก็อาจจะเห็นตัวละครบางคนพกหน้ากากที่วาดลวดลายจิ้งจอกติดตัวเอาไว้ด้วย แต่รู้ไหมคะว่าหน้ากากนี้มีความสำคัญยังไง ครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาดูความสำคัญและความหมายของหน้ากากจิ้งจอกกันค่ะ

หน้ากากจิ้งจอกมีความสำคัญอย่างไร?

หน้ากากจิ้งจอก

หน้ากากจิ้งจอกญี่ปุ่นหรือ คิทสึเนะเม็ง (狐面) เป็นหน้ากากที่มักใช้ใน การแสดงละครโน (能楽, การแสดงละครพื้นบ้านของญี่ปุ่น) การแสดงคางุระ (神楽, การร่ายรำหรือร้องเพลงเพื่อบวงสรวงต่อเทพเจ้า) มักใช้ในฉากที่จิ้งจอกซึ่งเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้าอินาริปรากฏตัว หรือใช้ในพิธีร่ายรำขอให้พืชผลเจริญงอกงาม

ตั้งแต่อดีตสุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่ช่วยกำจัดหนูที่มาทำลายพืชผล คนญี่ปุ่นจึงนับถือสุนัขจิ้งจอกดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะจิ้งจอกสีขาวเพราะว่ากันว่าเป็นจิ้งจอกมงคลที่นำความสุขมาให้ผู้คน กับมีความเชื่อที่ว่าสุนัขจิ้งจอกสีขาวเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้าอินาริ เหตุผลที่เป็นจิ้งจอกสีขาวแทนที่จะเป็นจิ้งจอกทั่วไปก็เพราะว่าสีขาวสื่อถึงสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเช่นเดียวกับเทพเจ้า ด้วยเหตุนี้เองในบริเวณศาลเจ้าซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพอินาริ จึงมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกประดับประดาอยู่ทั่วศาลเจ้า

หน้ากากจิ้งจอก

ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ (伏見稲荷大社) เป็นศูนย์กลางของศาลเจ้าอินาริที่มีอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพอุคาโนมิทามะ (宇迦之御魂大神) หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ โออินาริซามะ (お稲荷様) หรือ โออินาริซัง (お稲荷さん) เทพแห่งอาหารและเกษตรกรรมผู้ทำหน้าที่ดูแลธัญพืชทั้ง 5 ได้แก่ ข้าว ข้าวสาลี ถั่ว ลูกเดือยและข้าวฟ่าง รวมถึงได้รับการยกย่องจากผู้คนทั่วประเทศว่าเป็นเทพแห่งธุรกิจที่เจริญรุ่งเรือง ความปลอดภัยของครอบครัว การเดินทางและการบรรลุความปรารถนา บางความเชื่อกล่าวว่าเทพอุคาโนมิทามะลงมาประทับยังภูเขาอินาริเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 711 ในสมัยนาระ

ความหมายของสีและลวดลายบนหน้ากาก

หน้ากากจิ้งจอก

ตามความเชื่อเก่าแก่นั้นถือกันว่าสุนัขจิ้งจอกสีขาวเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้า ดังนั้นหน้ากากจิ้งจอกที่ใช้ในการแสดงละครโนและพิธีต่างๆ จึงเป็นสีขาว รวมถึงหน้ากากจิ้งจอกที่ขายตามร้านค้าส่วนใหญ่จะมีขายเฉพาะสีขาวเท่านั้น ส่วนสีอื่นๆ และลวดลายบนหน้ากากเป็นแค่สิ่งที่ตกแต่งขึ้นมาเพื่อความสวยงามไม่มีความหมายพิเศษใดๆ

หน้ากากจิ้งจอกญี่ปุ่นแบบที่มีชื่อเสียงแพร่หลายคือ หน้ากากจิ้งจอกแบบเปเปอร์มาเช่ที่ขายตามทางเดินของศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ ร้านขายของที่ระลึกในพื้นที่และร้านค้าออนไลน์ หน้ากากจิ้งจอกแบบเปเปอร์มาเช่ทำจากกระดาษญี่ปุ่นแปะเป็นชั้นๆ จนได้รูปร่างหน้ากากจิ้งจอกบนโครงไม้ไผ่หรือไม้ทั่วไป หลังจากนำไปตากจนแห้งก็วาดลวดลายตกแต่ง มีขายตามบริเวณทางเดินของศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ ร้านขายของที่ระลึกในพื้นที่และร้านค้าออนไลน์ ส่วนหน้ากากพลาสติกสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายของเล่นในงานเทศกาลและร้านค้าออนไลน์

ควรเก็บหน้ากากที่ไหน

หากเป็นหน้ากากของเล่นพลาสติกสามารถวางไว้ที่ไหนก็ได้ตามสะดวก แต่หากเป็นหน้ากากที่ทำจากไม้, หน้ากากเปเปอร์มาเช่ที่ใช้ในพิธีรำบูชาเทพเจ้าก็ควรวางไว้ในสถานที่ที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะประดับตกแต่งไว้ใกล้กับประตูหน้าบ้านทำให้เวลาเปิดประตูบ้านจะเห็นหน้ากากมองลงมาจากทางด้านหน้า นอกจากนี้บางคนนิยมเอาหน้ากากมาประดับตกแต่งไว้ในห้องนั่งเล่นหรือห้องที่คนมารวมตัวกัน แต่สำคัญเลยคือหน้ากากควรอยู่สูงกว่าสายตาผู้คน การที่คนญี่ปุ่นนำหน้ากากจิ้งจอกมาประดับตกแต่งไว้ในบ้านมาจากความเชื่อว่าจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ ค้าขายรุ่งเรือง ครอบครัวแคล้วคลาดปลอดภัยนั่นเอง

หน้ากากจิ้งจอกมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงผู้ส่งสารของเทพอินาริ และหน้ากากพลาสติกยังเป็นของเล่นยอดนิยมของเด็กๆ คิดว่าถ้าได้ไปญี่ปุ่นก็อยากลองใส่กากจิ้งจอกไปเดินงานเทศกาลมากๆ เลยค่ะ หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ประโยชน์และความเพลิดเพลินจากบทความนี้นะคะ

สรุปเนื้อหาจาก jpnculture.net
ผู้เขียน AkiAi

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...