จากพลทหารสู่พันเอก อดีตทหารเกณฑ์วัย 46 ปี เปิดใจเส้นทางชีวิต เด็กบ้านนอก ผู้เชื่อมั่น ใบแดงคือโอกาส
เรื่องราวดี ๆ บอกต่อ เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร เมื่อผู้คุมเกณฑ์ทหารเคยเป็น “คนลุ้นใบแดง” มาก่อนจากเด็กบ้านนอกก้าวสู่ทหารยศพันเอก วันนี้พาเปิดชีวิต พ.อ.คมวัชรินทร์ กอทอง ถ่ายทอดชีวิตพลิกผันจากทหารเกณฑ์ปี 2539 สู่ตำแหน่งนายทหารระดับสูง ย้ำ “ใบแดงไม่ใช่จุดจบ แต่คือโอกาส” ในยุคกองทัพเปิดทางเติบโตสูงถึง 80% เติบโตได้มาถึงวันนี้ขอบคุณ “ใบแดง” จากเด็กบ้านนอกเติบโตสู่ทหารอาชีพ
วานนี้ 8 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงระยะเวลาวันที่ 1–12 เมษายนของทุกปี คือช่วงเวลาสำคัญที่ชายไทยทั่วประเทศต้องเผชิญ “จุดเปลี่ยนชีวิต” กับการตรวจเลือกทหารกองเกิน ซึ่งไม่ใช่เพียงขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ยังเป็นบททดสอบที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ความกังวล และความไม่แน่นอนของอนาคต อย่างที่อำเภอเมืองอุดรธานี บรรยากาศการตรวจเลือกทหารปีนี้ยังคงคึกคัก ชายหนุ่มจำนวนมากทยอยเข้ารายงานตัว ท่ามกลางสายตาของครอบครัวที่เฝ้าลุ้น เสียงพูดคุยสลับกับความเงียบงันในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนการจับสลาก “ใบดำ-ใบแดง” ซึ่งอาจกำหนดเส้นทางชีวิตของใครหลายคน
แต่ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น เสียงหนึ่งกลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป “ผมก็เคยยืนอยู่ตรงจุดนี้มาก่อน..” คำกล่าวจาก พ.อ.คมวัชรินทร์ กอทอง ผู้บังคับบัญชาศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 22 (ผบ.ศฝ.นศท.มทบ.22) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการตรวจเลือกในพื้นที่ กลายเป็นจุดสนใจของผู้เข้ารับการตรวจเลือก ก่อนเริ่มการจับสลากในแต่ละวัน เขาจะขึ้นกล่าวให้โอวาท ไม่ใช่เพียงเพื่อชี้แจงขั้นตอน แต่เพื่อ “เล่าเรื่องจริง” ของชีวิตที่เริ่มต้นจากจุดเดียวกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
พันเอกคมวัชรินทร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2539 ผมแค่เป็นเพียงเด็กหนุ่มต่างจังหวัดที่ใฝ่ฝันอยากเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์ ตอนนั้นเรียนสายช่างและไม่เคยคิดว่าจะได้สวมเครื่องแบบทหาร แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในวันที่จับได้“ใบแดง” “วันนั้นคือวันที่ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล จากคนที่คิดว่าไม่มีโอกาสรับราชการ กลับต้องเข้ามาอยู่ในระบบทหาร”
หลังจากจับใบแดงได้ช่วงที่อยู่ในรั้วค่ายทหาร ผมได้เรียนรู้ระเบียบวินัย ได้รับคำแนะนำจากผู้บังคับบัญชา และเริ่มมองเห็นเส้นทางใหม่ของชีวิต ก่อนตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบกในปี 2540 และได้โควตา 1 ใน 20 ของรุ่น เพื่อก้าวต่อไปสู่โรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
ซึ่งจาก “พลทหาร” สู่ “นายทหารสัญญาบัตร” เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ผ่านการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะไต่เต้าจนก้าวขึ้นเป็นผู้บังคับบัญชาในปัจจุบัน
พันเอกคมวัชรินทร์ กล่าวอีกว่า การเกณฑ์ทหารจับได้ใบแดง ไม่ใช่จุดจบของชีวิต แต่ถือเป็นโอกาสของชีวิต ปัจจุบัน กองทัพบกได้ปรับระบบการฝึกให้ทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น มีระบบนิรภัย ลดความสูญเสีย เปิดโอกาสให้ทหารใหม่ติดต่อครอบครัวได้ และให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ขณะเดียวกัน“เส้นทางเติบโต” ก็เปิดกว้างกว่าที่เคย โดยกองทัพเปิดโควตานักเรียนนายสิบให้ทหารกองประจำการสูงถึง 80% และมีเป้าหมายขยายเป็น 100% ในอนาคต
“ที่ผมมายืนอยู่ได้ทุกวันนี้ ต้องขอขอบคุณใบแดงวันนั้น มันทำให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่งมีโอกาสเปลี่ยนชีวิต” คำพูดทิ้งท้ายนี้ ไม่ใช่เพียงคำปลอบใจ แต่คือ “หลักฐานมีชีวิต” ของเส้นทางที่เป็นไปได้จริง และในห้วงเวลาที่ชายไทยจำนวนมากกำลังลุ้นชะตากับแผ่นกระดาษเล็ก ๆ สีแดงหรือสีดำ เรื่องราวของเขา อาจทำให้ใครบางคนเริ่มมอง“ใบแดง” ไม่ใช่จุดจบ หากแต่เป็น“จุดเริ่มต้น” ของโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม