โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนภัย!คนไทยในฝรั่งเศส ถูก'ชาวเขมร'คุกคาม ท่ามกลางความตึงเครียด

แนวหน้า

เผยแพร่ 10 ส.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก "ปราย พันแสง" ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เมื่อคืน คนไทยในฝรั่งเศสโพสต์ในกลุ่มแจ้งเรื่องถูกชาวกัมพูชาคุกคามในระยะประชิดตัวระหว่างออกกำลังกาย มีคนไทยอีกหลายรายออกมาเล่าประสบการณ์ในลักษณะเดียวกันที่น่าตกใจ

ความเกลียดชังของชาวกัมพูชาที่มีต่อคนไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคนในประเทศ คนต่างแดนเหล่านี้ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลฮุนเซน การแสดงออกเหล่านี้จึงมาจากเนื้อแท้ตัวตนอย่างเด่นชัด ว่าคนกัมพูชาเกลียดคนไทย ฝังรากลึกแค่ไหน

ในช่วงเวลาที่ชาวไทยจำนวนมากเลือกเดินทางหรือพำนักในฝรั่งเศสเพื่อการท่องเที่ยว การศึกษา หรือการทำงาน ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชากำลังกลายเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถูกคุกคามจากกลุ่มชาวกัมพูชา ซึ่งมีจำนวนมากถึงประมาณ 80,000 คนในฝรั่งเศส

จากการรวบรวมเรื่องราวจากชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย พบว่ามีหลายกรณีที่ชาวไทยถูกยั่วยุ หาเรื่อง และพยายามสร้างสถานการณ์รุนแรง โดยมักอ้างถึงความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ระหว่างไทยกับกัมพูชา เช่น ปัญหาชายแดนหรือเหตุการณ์ในอดีต จึงพยายามรวบรวมและเรียบเรียงเรื่องราวเหล่านี้เพื่อเป็นการเตือนภัย พร้อมแนะนำแนวทางป้องกันตัวเองให้ชาวไทยทุกคน

กรณีตัวอย่างที่ 1

การเดินชนและยั่วยุระหว่างออกกำลังกาย

หนึ่งในเรื่องราวที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางมาจากชาวไทยรายหนึ่งในฝรั่งเศส ซึ่งเล่าว่า เมื่อช่วงเย็นเวลาประมาณ 18:00 น. ขณะกำลังเดินออกกำลังกายใกล้บ้าน เธอถูกกลุ่มชาวกัมพูชา 3 คน เป็นหญิง 2 ชาย 1 ตั้งใจเดินชนและหาเรื่องยั่วยุ โดยพยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าถูกเธอรังแก

คนกลุ่มนั้นถามเธอว่า “รู้ไหมว่าคนไทยทำอะไรกับเขมร?” เมื่อเธอตอบว่าไม่รู้ พวกเขาก็โต้กลับว่า “มึงจะไม่รู้ได้ยังไง ก็มึงเป็นคนไทยนี่หว่า?”

สถานการณ์ยกระดับขึ้นเมื่อเธอตอบโต้ด้วยความโมโหว่า “กูจะรู้ได้ไง กูไม่ใช่พ่อแม่มึง!” จากนั้นกลุ่มดังกล่าวพยายามผลักเธอ แต่เธอหลบได้ทันและตะโกนเสียงดังเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “ที่นี่คือฝรั่งเศส ถ้าคุณถูกเนื้อต้องตัวฉัน ฉันจะแจ้งความและดำเนินคดีตามกฎหมายฝรั่งเศส ที่นี่ไม่ใช่ประเทศของคุณ ต้องเคารพกฎหมายขั้นพื้นฐาน!”

การตะโกนดังกล่าวทำให้คนฝรั่งเศสใกล้เคียงได้ยินและเดินเข้ามาช่วยเหลือ ส่งผลให้กลุ่มชาวกัมพูชาต้องเดินหนีไป

อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ปล่อยผ่านเหตุการณ์นี้ โดยรีบไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพื่อบันทึกหลักฐานว่าถูกคุกคามจากบุคคลไม่ทราบชื่อ ซึ่งจะช่วยคุ้มครองเธอในอนาคตหากเกิดเหตุซ้ำ

ตำรวจฝรั่งเศสรับแจ้งความอย่างจริงจัง โดยเธอเน้นย้ำว่ากฎหมายฝรั่งเศสคุ้มครองทุกคนจากการทะเลาะวิวาทหรือการถูกเนื้อต้องตัวที่ก่อให้เกิดบาดเจ็บทางกายหรือจิตใจ ซึ่งเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่ชาวไทยควรจดจำและใช้ให้เกิดประโยชน์

กรณีตัวอย่างที่ 2

การยั่วยุในที่ทำงานและร้านอาหาร

ชาวไทยอีกหลายรายเล่าประสบการณ์คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะในที่ทำงานและสถานที่สาธารณะ เช่น ชาวไทยคนหนึ่งที่ทำงานร่วมกับชาวกัมพูชา ระบุว่าเพื่อนร่วมงานชาวกัมพูชามักพูดยั่วยุทุกวัน โดยบอกว่า “เกลียดทหารบ้านเรา เกลียดแม่ทัพบ้านเรา” ทำให้เธอต้องอดทนอย่างมาก จนเกือบหมดความอดกลั้น

ในอีกกรณี เธอเคย “กินหัว” ชาวกัมพูชาที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งชอบต่อหน้าดีแต่ลับหลังฟ้องหัวหน้าและแกล้งสารพัด สุดท้ายบุคคลนั้นต้องออกจากงานเพราะพฤติกรรมขี้ฟ้อง เธอยังเล่าถึงพฤติกรรมที่ทำให้ชาวเอเชียถูกดูถูก เช่น พูดโทรศัพท์เสียงดังในห้องอาหาร โดยเธอเตือนตรงๆ ว่า “คุยเบาๆ คนมีมากมาย ไม่ใช่มีแค่เธอ อย่าทำให้คนไทยถูกเหมารวม”

นอกจากนี้ มีกรณีที่ชาวไทยไปซื้ออาหารจากร้านที่ชื่อ “ไทย” แต่เจ้าของและพนักงานเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด แฟนของเธอเล่าว่าพอพูดว่า “เมียฉันเป็นคนไทย กินอาหารไทยทุกวัน” ทุกคนมองหน้าแต่ไม่พูดเรื่องสงครามอะไร และอาหารในร้านนี้กลับคล้ายอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารไทยแท้ ทำให้รู้สึกผิดหวัง

กรณีตัวอย่างที่ 3

การถูกมองหาเรื่องในระบบขนส่งและร้านอาหาร

เหตุการณ์บนรถไฟ TGV เป็นเรื่องน่าตกใจ ชาวไทยรายหนึ่งระบุว่า ขณะนั่งรถไฟ มีชาวกัมพูชา 2 หญิง 1 ชาย มองหน้าและพูดภาษากัมพูชาเต็มๆ หู โดยบอกว่า “ประเทศไทยรังแกเขมร” แต่เธอยิ้มให้และไม่ยอมรับว่าเป็นคนไทย ทำให้พวกเขาไม่กล้าทำอะไร เนื่องจากผู้คนบนรถเยอะและเธอมีกระเป๋าใหญ่ที่อาจใช้ป้องกันตัว

อีกกรณีเกิดที่ร้านเอเชีย ชาวไทยถูกชาวกัมพูชาตะโกนเสียงดังว่า “ฉันเป็นคนเขมรไม่ใช่คนไทย!” เพราะเขาเห็นหน้าเธอแล้วคิดว่าเป็นคนไทย แต่เธอเฉยเมยเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด

ในเหตุการณ์ล่าสุดที่ร้านบุฟเฟ่ต์จีนในเมืองนีซ พนักงานชาวกัมพูชาถามว่า “คนไทยรึเปล่า?” พอตอบว่าใช่ ก็เริ่มยั่วยุ แต่เธอยิ้มและจ้องตากลับจนเขาถอย โดยไม่โต้ตอบรุนแรงเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

หลายคนสงสัยว่าทำไมชาวกัมพูชาถึงรู้ว่าเป็นคนไทยตั้งแต่แรก โดยผู้ประสบเหตุคาดว่ามาจากสำเนียงพูดภาษาไทยขณะคุยโทรศัพท์ (แม้ใส่หูฟัง) หรือลักษณะหน้าตาและสีผิวที่คล้ายชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้พวกเขาตั้งใจเข้ามาหาเรื่อง

ชาวไทยที่แชร์เรื่องราวเหล่านี้ย้ำว่า อย่ากลัวหรือจิตตก ให้ใช้สิทธิ์และเสียงของตนเองให้เต็มที่ หากพูดภาษาฝรั่งเศสไม่คล่อง ให้ขอความช่วยเหลือจากสามี ญาติ หรือเพื่อน กฎหมายฝรั่งเศสคุ้มครองทุกคนเท่าเทียม โดยสามารถแจ้งความหากถูกคุกคามหรือถูกเนื้อต้องตัว (La loi protège tous les citoyens et chacun a les mêmes droits)

บางคนแนะนำให้บันทึกคลิปและส่งให้สื่อข่าวไทยเพื่อกระจายเตือนภัย

นอกจากนี้ ชาวไทยบางรายเห็นใจชาวกัมพูชารุ่นเก่าที่ผ่านสงครามเขมรแดง แต่สำหรับรุ่นใหม่ที่ปฏิเสธความช่วยเหลือจากไทย สถานการณ์อาจดีขึ้นหากทุกฝ่ายเคารพกัน

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ในฝรั่งเศส แต่ชาวไทยทั่วโลกควรระวังตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีชาวกัมพูชาอาศัยหนาแน่น หลีกเลี่ยงการโต้ตอบรุนแรง แต่ใช้ไหวพริบและกฎหมายเป็นที่พึ่ง

หากพบเหตุการณ์คล้ายกัน โปรดแจ้งความทันทีเพื่อความปลอดภัยของตนเองและชุมชนชาวไทย

ตามข้อมูลจาก Joshua Project ประมาณการว่ามีคนไทยในฝรั่งเศสประมาณ 10,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับชุมชนไทยในประเทศอื่นๆ

PILOT GUIDES ระบุว่าทั่วโลกมีคนไทยพลัดถิ่นประมาณ 1.1 ล้านคน โดยจำนวนมากที่สุดอยู่ในสหรัฐอเมริกา (247,000 คน) เกาหลีใต้ (101,000 คน) ออสเตรเลีย (72,000 คน) ไต้หวัน (64,000 คน) เยอรมนี (58,000 คน) และสหราชอาณาจักร (48,000 คน)

คนไทยในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ไม่ได้ไปในฐานะผู้ลี้ภัยการเมือง แต่ไปทำงานเป็นการชั่วคราวและคาดหวังที่จะกลับไทย มีคนไทยเพียงส่วนน้อยที่ต่อต้านรัฐบาลไทยและต้องลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส

ตามข้อมูลของ Insee ในปี 2017 มีผู้อพยพชาวกัมพูชาอาศัยอยู่ในฝรั่งเศสประมาณ 12,700 คน ตัวเลข 80,000 คน อาจเป็นการรวมลูกหลานรุ่นที่สองและสามด้วย การที่มีชุมชนกัมพูชาในฝรั่งเศสมีที่มาจากประวัติศาสตร์การเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และการอพยพหนีสงครามและระบอบเขมรแดงในช่วงทศวรรษ 1970-1980

คำแนะนำสำหรับความปลอดภัย หากคนไทยในฝรั่งเศสต้องเผชิญสถานการณ์คุกคามใดๆ ในฝรั่งเศส ให้รีบแจ้งตำรวจท้องถิ่นทันที (เบอร์ 17) หรือติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยในปารีส โทร: +33 1 56 26 50 50 พยายามติดต่อรวมกลุ่มกับชุมชนไทยในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือกัน

การรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลและการใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับสถานการณ์นี้

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...