โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดความสำเร็จ ‘YOLK’ ทาร์ตไข่แบรนด์น้องใหม่อายุ 4 เดือน ที่มียอดขายต่อเดือนทะลุ 100,000 ชิ้น

TODAY Bizview

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 23.45 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 16.45 น. • workpointTODAY

คนไทยถือว่าเป็นกลุ่มที่ชอบทานของอร่อยตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่ม อย่างขนมประเภท‘ทาร์ตไข่’ ซึ่งเป็นหนึ่งในขนมที่ครองใจคนไทยมานาน ทั้งที่หิ้วตรงจากฮ่องกง หรือทาร์ตไข่ฝีมือคนไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ในตลาดมีเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้น

แต่ย้อนไปเมื่อ 4 เดือนก่อนต้องพูดว่า ‘YOLK’ (โยล์ค) เข้ามาเป็นตัวเลือกของคนไทยอีกหนึ่งราย การันตีรสชาติและคุณภาพด้วย ‘The Holiday Group’ ภายใต้การปลุกปั้นโดย 2 ผู้บริหารไฟแรงที่คนไทยคุ้นหน้า ‘สาริน รณเกียรติ และ วสุวัส คูหาเปรมกิจ’

เผยข้อมูลน่าสนใจว่า ผลตอบรับตลอด 4 เดือนที่ผ่านมาดีเกินคาด โดย อิน-สาริน ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า 4 เดือนตั้งแต่ที่เปิดตัว YOLK กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติสนใจ ซึ่งทำยอดขายได้แล้วกว่า 100,000 ชิ้นต่อเดือน (2 สาขารวมกัน)

จุดเด่นของทาร์ตไข่ YOLK จะรู้เลยว่าแตกต่างจากที่อื่นหลายจุด เช่น แป้ง ที่ทำมาจากแป้งครัวซองต์, เป็นทาร์ตไข่ที่ฉ่ำไม่แห้ง ที่สำคัญคือ มีไส้คัสตาร์ดหวานกำลังดีแทรกซึมอยู่ชั้นล่างของแป้ง

ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าอยู่ที่คนไทย 60% และต่างชาติ 40% ส่วนหนึ่งเพราะได้อานิสงส์จากโลเคชั่นร้านสาขาบรรทัดทองและเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวและกลุ่มคนหลายเจนรวมตัวกัน

[ ทาร์ตไข่ = ขนมคลาสสิกเทรนด์ ]

อิน-สาริน เล่าเกี่ยวกับเทรนด์ความนิยมของคนไทยและต่างชาติว่า เทรนด์ขนมต่างๆ อันดับแรกคือ ต้องแยกให้ออกว่าอันไหนคือ ไวรัลเทรนด์ และอันไหนคือคลาสสิกเทรนด์

‘ทาร์ตไข่’ คือ คลาสสิกเทรนด์ ที่อยู่มานานและก็ยังเป็นความนิยมตลอดกาล ไม่ใช่แค่กับคนไทย แต่หลายๆ ชาติในเอเชีย เช่น จีน ฮ่องกง เกาหลี และญี่ปุ่น ก็เข้าใจในรสชาติของทาร์ตไข่และยังชื่นชอบที่จะทาน

“เหตุผลที่เลือกแตกแบรนด์ใหม่ และเลือกเมนูทาร์ตไข่ มองว่าเป็นขนมที่ค่อนข้างคลาสสิกสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของทุกคน เราเชื่อในพลังของการเป็นเทรนด์เซ็ตเตอร์ เพราะที่ผ่านมา The Holiday Group ก็เคยสร้างปรากฏการณ์ให้เมนูขนมหลายเมนูเป็นกระแสมาแล้ว”

“พอจะปั้นแบรนด์ใหม่ เราเล็งเห็นว่าทาร์ตไข่เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด และสําหรับตลาดเมืองไทย ก็ยังมีโอกาสทางการตลาดสําหรับขนมประเภทนี้”

เราค่อนข้างมั่นใจว่า ทำรสชาติถูกปากคนไทยมากกว่า คนไทยไม่ได้ชอบรสหวานมากเกินไป แต่ชอบรสชาติกลมกล่อม คนไทยทานรสจัด ไม่ใช่รสชาติใดรสชาติหนึ่ง”

[ อนาคตกับการสร้างอาณาจักรขนมในไทย ]

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงเอกลักษณ์ของ YOLK ซึ่งจุดเด่นก็คือความกรอบของแป้งครัวซองต์ ทางร้านจึงใช้วิธีการแบ่งรอบอบขนมทุก ๆ 30 นาที เพื่อให้ขนมมีความสดใหม่มากที่สุด รวมถึงมีการปรับสูตรให้คงความกรอบได้นาน ซึ่งจะต่างกับทาร์ตไข่ของฮ่องกงเล็กน้อย

อิน-สาริน ได้พูดถึงกลยุทธ์การตลาดที่มีลูกค้าต่อคิว มองว่า อาจจะเป็นการตลาดที่น่าสนใจ แต่การรันคิวได้ไวก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมุมมองของเขาคิดว่า การต่อคิวประมาณ 15-20 นาทีเพื่อซื้อสินค้าเป็นเวลาที่เหมาะสม หากนานกว่านั้นจะทำให้เสียประสบการณ์ลูกค้า และเป็นผลเสียต่อแบรนด์ระยะยาว

จากการปั้นแบรนด์ Holiday Pastry มา 5 ปีเต็ม ครั้งนี้ของ YOLK เรียกว่าเป็นการเติมพอร์ตขนมให้กับแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น โดยวางตำแหน่งให้เป็น ‘อาณาจักรขนมหวาน’ ซึ่งจะมีทั้งขนมที่อยู่ในกระแสไวรัล เช่น ช็อกโกแลตดูไบ และขนมที่เป็นคลาสสิกเทรนด์อย่าง ‘ทาร์ตไข่’ รวมกัน เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับแบรนด์

“เราเชื่อว่า specialty is a new normal ยิ่งลูกค้ามีตัวเลือกเยอะ ยิ่งต้องทำแบรนด์ดิ้งให้ชัด นอกจากโพรดักส์ต้องแข็งแรง อร่อย ยังต้องสื่อสารตัวตนให้ชัดตั้งแต่วันแรก ในทุกช่องทางทั้งออนไลน์ และออฟไลน์”

ในปีนี้มีแผนจะขยายสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่มเติมอีกประมาณ 5 สาขา และทุกๆ 2 เดือนจะเห็นรสชาติใหม่ค่อยๆ ออกมาสู่ตลาด รวมไปถึงจะมีเมกะโปรเจ็กต์ Collaboration อีกประมาณ 3 แบรนด์ที่เป็นของคนไทยแน่นอน

ถามว่าในอนาคตจะมีแพลนขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศหรือไม่? อิน-สาริน เปรยๆ ว่ามีไปแน่นอนแต่อาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะการขยายสาขาอยากจะเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั่วถึงในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดก่อน

อิน-สาริน ได้พูดถึงการทำธุรกิจในยุคนี้ว่า “ธุรกิจที่ตัวเล็กกว่า อาจจะขยับตัวเร็วหน่อย จะมีเทรนด์อะไรมาต้องรีบคว้า แต่ก็ต้องเข้าใจรสชาติที่คนไทยชอบด้วย”

และในยุคที่ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบ ‘Storytelling’ สำหรับธุรกิจอาหาร หรือขนมสำหรับ อิน-สาริน มองว่า อาหารเป็นกลุ่มที่มีคนทานทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้น การใช้ Storytelling ในการเล่าเรื่อง ‘โลกของขนม’ มีความจำเป็นมากกว่า เพราะทราฟฟิกของยอดซื้อค่อนข้างขึ้น-ลง ชัดเจนกว่ามาก

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน SMEs ไทยต้องรับมือกับความท้าทายรอบด้าน เพราะเพื่อนๆหลายแบรนด์ที่เห็นกันก็ค่อยๆ ล้มหายไปจากตลาด F&B อาจจะถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ไทยจะจับมือกันโต

เราอยากให้แบรนด์ YOLK เข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานแบรนด์ขนมของคนไทย เป็นหนึ่งในแม่เหล็กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้อยากมาไทย เมื่อไหร่ที่คิดถึงทาร์ตไข่ต้องคิดถึงประเทศไทย”

ในอนาคตมีโอกาสที่จะเห็นนักธุรกิจไทยปั้นยอดขายทาร์ตไข่แตะระดับ ‘หลักล้านชิ้น’ ได้ เพราะ YOLK เองก็มีเป้าใหญ่ที่จะขยายให้ครบ 7 สาขา เพื่อเสิร์ฟทาร์ตไข่ทะลุ 1 ล้านชิ้นเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...