โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 หุ้น “อาหารสัตว์” ร่วงแรง! เซ่น “สหรัฐ” เปิดฉากเก็บภาษีนำเข้าไทย 36%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 03.52 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (3 เม.ย.68) ราคาหุ้นกลุ่ม ส่งออกอาหารสัตว์ ปรับตัวลงยกแผง ณ เวลา 10:11 น. หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริก ประกาศขึ้นภาษี “ภาษีต่างตอบแทน” Reciprocal tariffs กับประเทศไทยในอัตรา 36% ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ นำโดย บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 12.60 บาท ลบ 1.00 บาท หรือ 7.35% สูงสุดที่ระดับ 12.70 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 12.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 48.47 ล้านบาท

บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) หรือ PPPM ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 0.35 บาท ลบ 0.02 บาท หรือ 5.41% สูงสุดที่ระดับ 0.35 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 0.35 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 0.02 ล้านบาท

บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 4.90 บาท ลบ 0.30 บาท หรือ 5.77% สูงสุดที่ระดับ 5.05 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 4.84 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.80 ล้านบาท

บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 7.25 บาท ลบ 0.35 บาท หรือ 4.61% สูงสุดที่ระดับ 7.35 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 7.15 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.29 ล้านบาท

บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 8.15 บาท ลบ 0.15 บาท หรือ 1.81% สูงสุดที่ระดับ 8.30บาท ต่ำสุดที่ระดับ 8.15 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.65 ล้านบาท

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 10.90 บาท ลบ 0.20 บาท หรือ 1.80% สูงสุดที่ระดับ 11.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 10.80 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16.25 ล้านบาท

สืบเนื่องมาจาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้แถลงข่าวบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าชุดใหม่ที่สั่นสะเทือนโลกการค้า โดยเริ่มจากการเก็บ “ภาษีพื้นฐาน” (Baseline Tariff) ในอัตรา 10% สำหรับสินค้าทุกชนิดที่นำเข้าสหรัฐฯ จากทั่วโลก โดยจะเริ่มมีผลในเวลา วันที่ 5 เม.ย.68

อีกทั้ง ยังประกาศใช้ “ภาษีต่างตอบแทน” (Reciprocal Tariff) ต่อประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าอย่างรุนแรง โดยอิงจากอัตราภาษีที่ประเทศเหล่านั้นเคยเก็บกับสหรัฐฯ หนึ่งในประเทศที่ถูกกระทบหนักที่สุด คือ ประเทศไทย ซึ่งโดนตั้งกำแพงภาษีสูงถึง 36% ขณะที่กัมพูชา 49% , ลาว 48% ,เวียดนามโดน 46% และเมียนมา 44%

โดย บริษัท หลักทรัพย์ กรุง ไทย เอ็กซ์ สปริง จำกัด ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่า ประเทศไทยถูกขึ้นภาษี reciprocal tariff จากสหรัฐสูงถึง 36% เทียบกับจีน 34%, ยุโรป 20% และเวียดนาม อยู่ที่ 46%

ทั้งนี้ การขึ้นจะแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ขึ้นอัตรา 10% กับทุกประเทศ เริ่มวันที่ 5 เม.ย และวันที่ 9 เม.ย จะขึ้นในส่วนที่เหลือตามอัตรา reciprocal tariff รายประเทศ (เช่นขึ้นอีก 26% กรณีไทย) เบื้องต้นคาดเป็นผลลบต่อ Sentiment ตลาดฯโดยเฉพาะหุ้นส่งออก และเป็นความเสี่ยงต่อการปรับลด GDP ปี 2568

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนักวิเคราะห์เชื่อว่าสหรัฐน่าจะยังเปิดช่องสำหรับการเจรจาจากการเว้นช่วงเวลาในการบังคับใช้ ขณะที่การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า จะส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯเองด้วย

ขณะที่ ฝ่ายนักวิเคราะห์มีรายละเอียดผลกระทบรายหุ้น ที่รวบรวมมา ดังนี้ TU มีรายได้ในตลาดสหรัฐ ราว 40% (ผ่านธุรกิจทูน่ากระป๋อง, กุ้งและอาหารทะเลแช่แข็ง และ Petfood ) โดยเป็นการส่งออกจากไทยไปสหรัฐราว 15% ในส่วนนี้อาจได้รับผลกระทบเชิงลบด้านความสามารถการแข่งขันจากอัตราภาษีที่เพิ่ม

ส่วน ITC อยู่ที่ 50% ของรายได้มาจากทวีปสหรัฐ อาทิ (สหรัฐ แคนนาดา บราซิลและประเทศอื่นๆ ) ส่วน AAI อยู่ที่ 52% ของรายได้มาจากสหรัฐ , STGT อยู่ที่ 20% ของรายได้มาจากสหรัฐ,

ทั้งนี้ฝ่ายนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ITC และ AAI อาจได้รับผลกระทบด้านการแข่งขันจากผู้ผลิตในสหรัฐฯที่เดิมต้นทุนสูงกว่าผู้ผลิตไทย ส่วน STGT อาจได้รับผลกระทบจากการที่คู่แข่งหลักอย่างมาเลเซียถูกขึ้นภาษีตํ่ากว่าไทย 12% นอกจากนี้ SAPPE มียอดขายส่งออกไปสหรัฐ อยู่ที่ 7%

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลังสหรัฐ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย 36% จะกระทบต่อกลุ่มเกษตรอาหารมากสุด แม้ Semiconductor ได้รับการยกเว้น แต่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์บ้านเราอาจไม่เข้าข่าย

ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่มอาหารที่มีการส่งออกไปสหรัฐนำโดย ITC อยู่ที่ 50% ของรายได้รวม, TU อยู่ที่ 30%, ASIAN อยู่ที่ 50%, AAI อยู่ที่ 67% จากสหรัฐและแคนนาดา

ขณะที่ RBF อาจถูกกระทบทางอ้อม จากเวียดนามที่โดนเก็บภาษีจากสหรัฐ 46% โดย RBF มีรายได้ในเวียดนามราว 5% ซึ่งเป็นการขาย good coating ให้ลูกค้าที่ทำธุรกิจกุ้งส่งออกบางส่วน เบื่องต้นคาดกระทบไม่เกิน 5%

ส่วน บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ ประเมิน SET แนวรับที่ 1,148 – 1,135 จุด แนวต้าน 1,180 จุด โดยดัชนีมีโอกาสปรับลดลง หลังถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนําเข้าในอัตราที่สูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งอาจส่งผลลบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไทยปีนี้มากกว่าระดับ 1% และยังต้องรอการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ทั้งนี้ แนะนําพักเงินในกลุ่มปลอดภัย อาทิ CPALL, BJC, BH, BDMS และ BCP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...