โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศธ. ร้องขออำนาจทางกฎหมาย ให้โรงเรียนยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้ ป้องกันการนำเข้ามาในสถานศึกษา

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 มี.ค. 2568 เวลา 00.26 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2568 เวลา 00.26 น. • The Bangkok Insight

ศธ. ร้องขออำนาจทางกฎหมาย ให้โรงเรียนยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้ ป้องกันการนำเข้ามาในสถานศึกษา พร้อมคาดโทษบุคลากร มีเอี่ยวเจอโทษทางวินัย

นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงมาตรการรับมือปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาว่า ได้แก้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งของต้องห้ามไม่ให้นำเข้าสถานศึกษา การแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักเรียน การประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย การพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษา และการบูรณาการกับหน่วยงานภายนอกเพื่อควบคุมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์เสพติดอื่นๆให้สถานศึกษาปลอดบุหรี่ไฟฟ้าและสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มนักเรียน

บุหรี่ไฟฟ้า

ขออำนาจให้โรงเรียนยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้-คาดโทษบุคลากรมีเอี่ยวเจอโทษวินัย

ซึ่งปีที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ขอให้ผู้บริหารสถานศึกษา มีอำนาจทางกฎหมายในการยึด บุหรี่ไฟฟ้าได้ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากสองหน่วยงานดังกล่าว

ขณะเดียวกันบุหรี่ไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากอดีตไปมาก ทำให้ยากต่อการจับและตรวจค้น ส่งผลให้สถานศึกษาแต่ละแห่งได้เพิ่มการให้ความรู้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้ากับผู้ปกครองมากขึ้น เพื่อให้บุหรี่ไฟฟ้าหมดไปจากสถานศึกษาในปีนี้ พร้อมคาดโทษทางวินัยกับบุคลากรในสังกัดที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนนักศึกษา

ยึดบุหรี่ไฟฟ้า

ให้ความรู้ผู้ปกครอง ช่วยดูแลบุตรหลาน

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ยังมุ่งเน้นปลูกฝังให้นักเรียนและนักศึกษาเห็นความสำคัญของอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งด้านกฎหมายและสุขภาพ การเสริมบทบาทของพนักงานส่งเสริมความประพฤติในการเฝ้าระวังและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า

นายสิริพงษ์ กล่าวว่า ต้องขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยกันสอดส่องดูแล เพราะเด็กเยาวชนอยู่ในสถานศึกษาเพียง 8 ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นจะอยู่ข้างนอกสถานศึกษาแล้ว โดยเฉพาะการสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน ควบคู่กับสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยใช้เทคนิค “เพื่อนเตือนเพื่อน” ผ่านกิจกรรมของสภานักเรียนและการสร้างแกนนำเยาวชนเพื่อลดการใช้บุหรี่ไฟฟ้า และปรับปรุงหลักสูตรอบรมพนักงานส่งเสริมความประพฤติให้สอดคล้องกับการป้องกันบุหรี่ไฟฟ้า

อ่านขาวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...