แอน อรดี เปิดเส้นทางความรัก เล่าวิธีรับมือโดนลวนลามหน้าเวที
‘แอน อรดี’ เปิดเส้นทางความรัก เล่าวิธีรับมือโดนลวนลามหน้าเวที
เรียกว่าเป็นนักร้องสุดฮอต ที่ไม่ว่าจะปล่อยเพลงอะไรมาก็ปังติดหูไปทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับ แอน อรดี อีกทั้งเสียงที่มีเอกลักษณ์และสไตล์ที่โดดเด่น ทำให้นักร้องหนุ่ม เบิ้ล ปทุมราช ถึงกับต้องยกฉายา ราชินีหมอลำฟิวชั่นยุคใหม่ ให้กับเธอ ล่าสุดนักร้องสาวมาเป็นแขกรับเชิญในรายการ เมาท์อยู่กับปากอยากอยู่กับคิ้ม ก็ได้แชร์ประสบการณ์ด้านการทำงานและความรักที่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น! พร้อมเล่าถึงเส้นทางความรักที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดปัง ทำให้คนฟังยิ่งหลงรักในตัวเธอมากยิ่งขึ้น
คําว่าราชินีหมอลําฟิวชั่นยุคใหม่ยาวขนาดนี้ใครตั้ง?
“คุณเบิ้ล ปทุมราชค่ะ หนูได้มีโอกาสไปออกรายการของเขา”
ตอนนี้งานเยอะขนาดไหน?
“ตอนนี้งานลากยาวมาเป็นปีที่4 แล้วที่ยังไม่ได้พักเลย 4 ปีที่ผ่านมานี้ตกวันละ2 -3 งาน”
หน้าเวทีมีใครไปตีกันบ้างมั้ย?
มีค่ะ คือประมาณว่าอยู่ข้างหน้าเวทีเนี่ยเขาก็จะสนุก แล้วส่วนมาก ในช่วงหลังๆ มันจะมีแต่เพลงที่แบบโจ๊ะโจ๊ะ เขาก็จะมาแบบเล็งๆ กันก่อน แต่เราก็ต้องดูด้วยนะคะสังเกตดูด้วยว่ากลุ่มนี้กลุ่มนี้เป็นยังไง บางทีน้องข้างหลังเขาก็จะให้ระวังนะพี่แอนว่าจะมีวัยรุ่นนะอะไรเงี้ย”
เพลงไหนที่ตีกันบ่อย?
“แม่ฮ้างน้อย มันเป็นเพลงแก้มาจากแม่ฮ้างมหาเสน่ห์ของคุณพี่ไหมไทยค่ะ ซึ่งมันก็จะเป็นเวอร์ชั่นของแอนที่แอนทําเร็วขึ้น พอขึ้นท่อนนี้ปุ๊บ เท่านั้นแหละ”
ใน 4 ปีที่ผ่านมามีชุดทั้งหมดกี่ชุด?
“ล่าสุดหนูตัดเดือนละประมาณเกือบ 4 เซต ก็จะมีสายคอสตูมที่เขาเป็นช่างที่ หนูโชคดีที่เขาดูแลหนูมาตั้งแต่แรกเลย เขาก็จะเข้าใจว่าเราใส่อันนี้ได้ เราใส่แบบนี้แล้วสวยนะ การแต่งหน้าทําผมแล้วก็เสื้อผ้ามันจะเป็นเทรนด์ไหน ก็ต้องดู ดูทุกอย่าง หนูจะเป็นคนที่ชอบเรียนรู้แฟชั่นอะไรต่างๆ ตามไอจี เวลาแต่งตัวแบบกระโปรงสั้น ๆ เราก็ต้องใส่เซฟไว้ ใส่ขาสั้น”
อยู่หน้าเวทีเคยโดนลวนลามบ้างไหม และมีวิธีรับมือยังไง?
“หนูว่าต้องระวังตัวเองค่ะ ระวังตัวเองมากขึ้น ก็เรียนวิชายุทธมาจากพี่ใหม่ พัชรีอยู่เหมือนกัน แกเป็นสายเคาะ แล้วก็ด่าเลย”
นักร้องเนี่ยส่วนใหญ่คิดว่า ทิป คือฝนโปรยปราย?
“มันคือพลัง ถ้าวันไหนรู้สึกอยู่ห่างไกลจากคนดู รู้เลยว่ามันเข้าไม่ถึงแน่นอน บางคนเขาอยากมาเห็นหน้าเราใกล้ๆ เขาก็แค่ยื่นแบงค์มา มันเป็นการแลกเปลี่ยนกัน หรือบางทีดขาอยากจะคุยกับเรา หรือบางทีเขาอยากจะเดินเข้ามาหาเรา บางคนให้ก็ให้อยู่นั่นแหละ ให้จนจบคอนเสิร์ตก็มีมันค่อยๆ ให้ 20 อะแม่ หนูก็เอาอะ หนูก็เข้าใจ คือหนูจะพยายามเข้าใจทุกคนว่า เขาก็คงรอ เขาคงจะมีความตื่นเต้นของเขา กว่าเขาจะจะมาเจอเราแล้วมันเป็นยังไง น้องก็อยากให้ประทับใจ ใช่ จริงๆ มันไม่ได้เกี่ยวกับสิบ-ยี่สิบบาท เพราะว่าพวกเราจะรู้สึกว่านั่นคือน้ำใจ”
เคยได้ทิปคนเดียวมากที่สุดเท่าไหร่?
“หน้าเวทีที่เคยได้รับก็ประมาณสามหมื่น คือเป็นแบงก์พันแล้วก็ให้เลย 30,000 บาท และอีกงานเป็นแฟนคลับคุณแม่ท่านหนึ่งมาจ้างงานให้ไปร้องเพลงที่บ้านเขา ก่อนที่จะถึงวันแสดงเขาก็นัดให้ไปกินข้าวบ้านแม่ก่อน ชวนเพื่อน ชวนพี่ๆ ผู้จัดการไป บ้านเขาน่าจะเป็นจุดเช็กอินของขอนแก่นอีกที่นึง สวนนันทนา หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านเป็นใคร แล้วแบบอยู่ดี ๆ ท่านก็เรียกไปหาแล้วพอตอนที่จะกลับอยู่ดี ๆ ท่านก็เหมือนก็ยัดเงินให้ก้อนนึง เป็นเงินหนึ่งแสนบาท หนูก็งง หนูก็แบบอะไรอ่ะคะ คือเป็นค่าจ้างเหรอ หนูไม่รู้ว่ามันคืออะไร แกก็เลยบอกว่า แม่ช่วยซื้อบ้าน คือตอนนั้นเป็นบ้านหลังแรกของหนู”
เพลงของหนูที่ดังในติ๊กต็อกเริ่มแรกเพลงอะไร?
“ลืมฮูดซิป เป็นคัฟเวอร์หน้าเวทีคือเวทีแสดงสด แล้วเขาก็ตัดคลิปเอาไปลง จนกลายเป็นไวรัล เพลงนี้มันมีความรู้สึก มันใช่ ขนมันจะลุกเลยอะตอนที่เราร้อง หนูเห็นแต่คนยกโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างนี้ คนประมาณ 6000 คนได้วันนั้น”
คําว่าดังในความรู้สึกของเรา อะไรที่บอกว่าอันนี้คือดัง นอกจากแบบมันเต็มเป็นไวรัล เต็มฟีด?
“หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองจะดัง ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นที่รู้จักขนาดนี้ คือเราอยู่แค่อีสาน พอคนอีสานรู้จักเรา รู้สึกว่าหนูภูมิใจแล้ว แต่พออันเนี้ยมันแมสทั่วประเทศที่แบบคนใต้ คนเหนือ คนภาคกลาง เขามารู้จักเรา กลุ่มของน้องๆ วัยรุ่นด้วยอะไรอย่างเงี้ย มันก็ทําให้หนูรู้สึกดี”
แล้วมีเพลงอะไรอีกต่อจากนั้น?
“ก็ยังไม่มีค่ะ หนูก็จะทําคัฟเวอร์ออกมา มันก็จะมีติดบ้างไม่ติดบ้างแล้วแต่ เมียเช่าก็เป็นเวอร์ชั่นที่เพราะสุดในที่เขาคัฟเวอร์กันนะคะ”
แล้วก็ล่าสุดนี้เพลงบังเอิญมันได้อ่ะ ขนลุกอีกไหม?
“บังเอิญมันได้ หนูว่ามันเป็นเรื่องที่แปลก เพราะจริงๆ แล้วบังเอิญมันได้คือต้องถ่ายเอ็มวีเมื่อวาน แต่ว่าบังเอิญมันได้ มันเป็นเพลงแบบช่วงนี้เรามาตลาดทางภาคกลาง ภาคเหนือเยอะ ลองเอาเพลงที่มันกลางๆ ที่ไม่ใช่แนวของเรา เหมือนอาจารย์เขาก็เขียนมาเลย แล้วหนูก็ชอบ ชอบทํานอง เมโลดี้ ชอบคําแรกในประโยคที่อยู่ในเพลงนี้ เรารู้สึกว่าเออมันได้ หนูก็ชอบตั้งแต่คําแรกว่า “คิดว่าตัวเองเป็นคนตลกแต่พอมองกระจกอ้าว เป็นคนสวย” คือมันคิดภาพตัวเองออกว่าแบบ เออ นี่แหละคือแอนเป็นคนขี้เล่นด้วย”
ส่วนเรื่องความรัก เมาท์หน่อยว่าเขาจีบเราหรือเราจีบเขาก่อน?
“มันเหมือนกับว่าเขาตะล่อมหนูมาตลอดอยู่แล้ว เขาหมายหยอกไก่เล็กๆ แต่เราก็มีแฟนไงแม่ แต่เขาโสด หาเรื่องหอมแก้มเรา หรือหาเรื่องใกล้เราอะไรอย่างนี้ คือตอนนั้นไม่ได้คิดเลยค่ะ เพราะหนูไม่ค่อยชอบคนฟีลนี้ ทรงนี้”
เขาเป็นทรงยังไงเวลานั้นที่เรามองเห็นเขา?
“เขาเป็นผู้นําที่ดีนะแม่ แต่ว่าหนูจะเป็นคนที่ไม่ชอบคนขี้โม้ ขี้คุย บางทีก็จะชอบทักมาหาเรา แบบว่ากดไลก์เพจให้พี่หน่อยสิ คือแบบ อะไรอะ แล้วเป็นอะไร บอกว่ารําคาญ หนูก็ไม่ตอบอะแม่ แล้วก็ชอบแบบว่าช่วงโควิด เมื่อไหร่จะมาไลฟ์สดพี่สักที พี่ก็รออยู่ แต่ว่าพอเราได้ทํางานกับเขาจริงๆ ได้ไปเรียนรู้ มันก็มีอยู่ครั้งหนึ่งไปเรียนรู้วิถีชีวิตในอาณาจักรของเขา มันก็จะเป็นสํานักงานหมอลํา ก็จะมีโดม มีห้องออฟฟิศ มีนู่นนี่นั่น เขาก็จะทําทุกอย่าง แต่ว่าหนูชอบความเป็นระเบียบ ความมีแบบแผน ความเป็นผู้นําที่ชัดเจนแล้ว เขาจะเป็นคนที่ตรงมากๆ เวลาที่เขาทํางานอะไรอย่างนี้ค่ะซึ่ งหนูก็เป็นคนแบบนั้นจริงๆ เหมือนๆ กันแล้วก็อีกอย่างเขาเป็นคนที่รักครอบครัวมาก คือเขาอยู่กับแม่มาตั้งนานแล้ว แล้วก็มีคุณยายก็เลยรู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาก็เขาก็ดีนะ เขาก็มีมุมที่ดี พอได้ร่วมงานสักพักก็เริ่มมีกระแสจิ้น ก็เริ่มมีบ้านคู่ เขาก็จะมีมาลัย ถ้าเกิดเราไปคู่กัน เราก็ไป พอไปปุ๊บก็ถ้าสมมติว่าเราไปที่บ้านเขา เขาก็จะเป็นคนจัดสคริปต์เพลงทั้งหมด แกจัดเพลงหมอลําที่มันแบบหยอกกันไปหยอกกันมาอะไรอย่างนี้ หนูก็ไม่ได้สนใจ หนูก็ยิ้มเฉย ๆ”
เขาห่างจากเราเท่าไหร่?
“ประมาณ 4-5 ปีได้ค่ะ”
คบกันกี่ปีกว่าจะมาถึงวันที่แต่ง?
“ปีนึงค่ะก็อยู่ด้วยกันเลยนะคะ ส่วนสินสอดทองหมั้นเนี่ย มีเงินสดสี่ล้าน ทองหนึ่งร้อยบาท ทองนี้คือเก็บด้วยกัน แล้วก็ที่ดินอีก”
ได้ยินว่าเราไปอุปถัมภ์น้องฝาแฝด?
“อันนี้ก็บังเอิญอีกเหมือนกันเรื่องน้องแฝดเนี่ย คือเป็นเรื่องที่หนูประหลาดใจคืออยู่ดีๆ วันนั้นจริงๆ หนูวิ่งงาน 3 งาน ก็อยู่งานด้วยกันสุดท้ายนั่นแหละกับพี่บอย แต่ว่าเหนื่อยแล้ว ก็เลยขอกลับมาพักที่โรงแรมก่อน พี่บอยก็เลยยังอยู่ที่งาน และคุณยายกับคุณแม่น้องแล้วก็มีครอบครัวเขาเหมือนกับว่าพี่น้อง เขาก็เอาน้องมาหาพี่บอยบอกว่าเอาเด็กไปเลี้ยงไหม เอาน้องไปเลี้ยงไหมคือยายดูแลไม่ไหวจริงๆ เขาไม่มีบ้าน เขาเช่าห้องอยู่ ต้องบอกว่าคุณแม่น้องมีลูกทั้งหมด 6 คน คุณยายเขาก็เลยบอกว่า เขาก็ไปขอพรจากศาลที่ไหนสักที่นึงอะไรอย่างนี้บอกว่าขอให้ได้เจอคนที่ดีเพราะว่า คือแม่เขาพยายามคิดสั้นหลายครั้งแล้ว พอเหมือนเขาก็ดูแลลูกไม่ไหวอะไรอย่างนี้ พี่บอยก็เลยรีบกลับมาหาแอนที่โรงแรมแล้วก็มาเล่าให้ฟังว่า มีคนจะเอาลูกมาให้เลี้ยง แต่พอเราดูสีผิวของเขา เรารู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนบ้าน ๆ หนูก็ไม่เชื่อนะ หนูคิดว่าผีหลอกหรือเปล่า หรือว่ามันมีอะไรมาบังบดให้พี่มองเห็นอะไรหรือเปล่า คือด้วยความที่ว่าพี่บอยเขาก็มีพระอาจารย์ที่นับถือ อยู่ที่เชียงใหม่โทรไปหาอาจารย์เลย คือหนูก็สายมูอยู่แล้วไง พอพระอาจารย์รับสาย มีคนจะเอาเด็กมาให้เราเลี้ยงทําไงดี พระอาจารย์ท่านก็เลยบอกว่า แฝดใช่ไหม ผู้หญิง หนูก็มองหน้ากัน มากับยายใช่ไหม ยายแบบผมหัวขาวเลย คือ ใช่ ยังกะเห็น ก็เลยบอกว่า เลี้ยงเลยไม่เป็นไร นั่นแหละคือลูกของคุณสองคน เหมือนจะมีบุญที่จะมาเป็นลูกเรา แม่เชื่อไหมว่าก่อนหน้าเนี้ยทั้งปีอะ มีแต่คนฝันว่าหนูท้อง สักพักแป๊บนึงพระอาจารย์โทรมาอีกแล้ว ก็บอกว่าคนพี่ชื่อพลอยนะ คนน้องชื่อเพชรก็ตั้งชื่อให้เลย ก็นั่นแหละค่ะ สรุปก็ได้เข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัว แล้วก็ตอนนี้หนูก็ทําเรื่องขอรับเป็นบุตรบุญธรรมเรียบร้อย ตอนนี้เด็กๆ อายุสองขวบแล้วค่ะ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แอน อรดี เปิดเส้นทางความรัก เล่าวิธีรับมือโดนลวนลามหน้าเวที
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th