โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

รวม 6 คอนเทนต์ หมวด 'ดูแลสุขภาพจิตลูก' ปี 2022 #MOMRecap2022

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2565 เวลา 09.42 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนย่อมคาดหวังให้ลูกมีสุขภาพกายที่ดี จึงพยายามดูแลและปกป้องลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภายกายที่ดี นั่นก็คือสุขภาพจิตที่ดี เพราะการมีสุขภาพจิตที่แข็งแรงจะช่วยให้ลูกสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันเด็กไทยมีความเครียดสูง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตที่ตามมา ภายในปี 2022 เราได้เห็นข่าวเด็กและเยาวชนฆ่าตัวตายอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจเกิดจากสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่กดดัน ทำให้เด็กไม่สามารถรับมือกับความเครียดและจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้วันนี้เราจึงรวบรวมคอนเทนต์ในหมวด ดูแลสุขภาพจิตลูก มาฝากคุณพ่อคุณแม่เผื่อที่จะนำไปปรับใช้ รวมถึงตั้งข้อสังเกตกับตัวเองว่าเรากำลังทำลายสุขภาพจิตของลูกอยู่หรือเปล่า1. เราเป็นพ่อแม่ที่กำลังผลิต ‘เด็กเก็บกด’ ภัยเงียบที่ยากเกินคาดเดา อยู่หรือเปล่า?

จากเหตุการณ์น่าสะเทือนจิตใจทั้งคนเป็นลูกและคนเป็นแม่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ (ที่มา) สิ่งหนึ่งที่เด็กหญิงในวัย 14 ปีสะท้อนออกมาหลังจากเป็นคนสำคัญที่ตัดสินใจทำเรื่องเลวร้ายให้เกิดขึ้น ก็คือ ‘ความเก็บกด ที่กลายเป็นโกรธแค้นที่เงียบที่สุด’ ตามข่าว เด็กหญิงให้เหตุผลว่าเป็นเพราะถูกแม่ดุด่ามาตั้งแต่เล็ก หลายครั้งที่ต้องการกำลังใจ แต่กลับได้คำซ้ำเดิม ทั้งกดดัน ทั้งเคียดแค้นที่ถูกปฏิเสธความรักจากแม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ท้ายสุดก็มีตัวกระตุ้น จนระเบิดออกมาอย่างรุนแรง กระทั่งจบลงด้วยความสูญเสียการเก็บกด (repression) เป็นรูปแบบหนึ่งของกลไกการป้องกันตนเอง จากความทรงจำที่ไม่ดี หรืออารมณ์ที่ต้องอดทน อดกลั้น คับข้องใจ เป็นระยะเวลานาน แล้วพยายามเก็บไว้ในจิตใต้สำนึก ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว จนวันหนึ่งที่เก็บไว้ไม่ไหว จากความรู้สึกที่อยู่ในใจก็เริ่มกลายเป็นพฤติกรรม เช่น มองโลกในแง่ร้าย และแสดงออกผ่านบุคลิกภาพ ท้ายที่สุด ความเก็บกดอาจกลายเป็นความโกรธแค้น และรุนแรงมากพอที่จะทำให้โศกนาฏกรรมได้ความเก็บกดที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก ย่อมมีการเลี้ยงดูของพ่อแม่และผู้ปกครองเป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้น พ่อแม่อย่างเราคงต้องย้อนกลับมาสำรวจตัวเองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเด็กคนหนึ่งให้กลายเป็นเด็กเก็บกดต่อไปหรือไม่อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่2. วิธีกอบกู้ตัวตนเมื่อลูกถูกกลั่นแกล้ง

วัยอนุบาลเป็นช่วงเวลาที่ลูกได้เป็นเด็กน้อยอย่างเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่จะได้เห็นความสดใส รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความแสบซนให้อยู่เสมอ แต่หากวันหนึ่งลูกเริ่มหาเหตุผลมากมายที่จะไม่ไปโรงเรียน เริ่มไม่อยากเจอเพื่อนบางคน มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ร้องไห้บ่อย และไม่สดใสเหมือนเดิม นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าลูกกำลังถูกกลั่นแกล้ง ไม่ว่าจะเป็นงทางร่างกายหรือจิตใจได้Tony Volk รองศาสตราจารย์ด้านการศึกษาเด็กและเยาวชนมหาวิทยาลัยบร็อก ประเทศแคนาดา ได้ระบุว่า เด็กที่ถูกกลั่นแกล้งซ้ำๆ มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเด็กที่คิดในแง่ลบ ตำหนิตัวเอง และสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปในที่สุดสอดคล้องกับที่นักจิตวิทยาเด็ก Joanne Cummings ผู้อำนวยการฝ่ายการระดมความรู้ที่ PREVNet เครือข่ายส่งเสริมความสัมพันธ์และการขจัดความรุนแรงระหว่างบุคคลและเยาวชน ประเทศแคนาดา ระบุว่า เด็กที่ถูกรังแกบ่อยๆ มักจะมีเพื่อนใหม่หรือทำกิจกรรมใหม่ๆ น้อยลง ส่งผลให้รู้สึกโดดเดี่ยว ไร้ค่า เสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวลได้ในอนาคตเห็นผลเสียของการปล่อยให้ลูกถูกกลั่นแกล้งอย่างนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่คือคนสำคัญที่จะช่วยกู้หัวใจดวงน้อยของลูกให้กลับมาแข็งแรงและเติบโตต่อไปอย่างดีได้อีกครั้ง ด้วยวิธีต่อไปนี้อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่3. เด็กฆ่าตัวตาย: ทำอย่างไรเมื่อลูกไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัญหา เด็กฆ่าตัวตาย เริ่มปรากฏให้เห็นตามสื่อมากขึ้นตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติ กรมสุขภาพจิต ปี 2560-2564 พบว่า คนไทยในช่วงวัย 15-34 ปี มีอัตราการเสียชีวิตเนื่องจากฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 4 เท่า แต่เมื่อมองที่กลุ่มวัยรุ่นวัยเรียนอายุ 15-24 ปี พบว่า ปี 2563 คนกลุ่มนี้มีการฆ่าตัวตายถึง 428 คน และปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 439 คน (ที่มา)และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหา เด็กฆ่าตัวตาย ก็คืออาการของ โรคซึมเศร้า ที่เกิดขึ้นกับเด็กและวัยรุ่น ซึ่งมักไม่ได้รับความเข้าใจและการเยียวยารักษาอย่างถูกต้อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ใหญ่ พ่อแม่ และผู้ปกครองมักจะมองข้ามปัญหาที่เด็กๆ กำลังเผชิญ ด้วยเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเรื่องที่มีสาระสำคัญมากพอที่จะรับฟังหรือให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่4. ภาวะเครียดในเด็ก: 4 สาเหตุที่อาจทำให้ลูกวัยซนเกิดความเครียด

ภาวะเครียด สามารถเกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้ตั้งแต่วัยหัดเดิน หรือเด็กในช่วงอายุ 1-3 ปี ขึ้นไป โดยความเครียด นอกจากจะส่งผลกับอารมณ์และจิตใจ แล้วยังเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูก ทำให้ลูกมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานได้อีกด้วยสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่า ภาวะเครียดในเด็ก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายใน เช่น สารเคมีในสมอง หรือกระบวนการคิด ซึ่งจะแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน และปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น สภาวะกดดันจากคุณพ่อคุณแม่ กิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไป หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สภาพอากาศ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติแต่โดยปกติแล้ว เมื่อเกิด ภาวะเครียดในเด็ก เด็กมักจะไม่สามารถแสดงออก หรือระบายความเครียดออกมาได้ดีนัก จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องสังเกตพฤติกรรมการแสดงออกของลูกอย่างใกล้ชิด และเรียนรู้ 4 สาเหตุที่อาจทำให้ลูกวัยซนเกิดความเครียด เพื่อหาทางป้องกันต่อไปค่ะอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่5. ลูกไม่มีความสุข: 4 แนวคิดของพ่อแม่ที่อาจทำลายความสุขของลูก โดยไม่รู้ตัว

ไม่ใช่แค่การเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ แต่การเลี้ยงดูและดูแลให้ลูกเติบโตอย่างมีความสุข ก็ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่เช่นกันแต่ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม วิธีการเลี้ยงดูและความเข้มงวดในแนวคิดบางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจหรือคิดว่าดีสำหรับลูก อาจกำลังทำให้ ลูกไม่มีความสุข โดยไม่รู้ตัวได้Amy Morin นักจิตวิทยาและอาจารย์สอนจิตวิทยาแห่ง Northeastern University กล่าวว่า การกระทำ คำพูด ทัศนคติ รวมไปถึงความเชื่อที่พ่อแม่มีต่อสิ่งต่างๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและการใช้ชีวิตของลูกดังนั้น ถึงแม้จะเต็มไปด้วยความหวังดี แต่คุณพ่อคุณแม่อาจต้องทบทวนและเฝ้าระวังการปลูกฝังแนวคิดและความเชื่อที่ตัวเองคิดว่าดี ว่ากำลังกลายเป็นการคาดหวัง กดดัน และตีกรอบ จนทำให้ ลูกไม่มีความสุข ใช่หรือเปล่า…เราจึงรวบรวมตัวอย่างแนวคิดของคุณพ่อคุณแม่ ที่อาจมีส่วนในการทำลายความสุขของลูกโดยไม่รู้ตัว มาย้ำเตือนคุณพ่อคุณแม่ทบทวนกันดูค่ะอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่6. ช่วยลูกผ่านเรื่องเลวร้าย: 4 เทคนิคเยียวยาจิตใจลูก

พ่อแม่อย่างเรา นอกจากจะต้องดูแลให้ลูกปลอดภัยทางสุขภาพร่างกายแล้ว สุขภาพจิตใจของลูกก็เป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนจะต้องดูแล ปกป้อง และเยียวยารักษา ช่วยลูกผ่านเรื่องเลวร้าย ในชีวิตตัวเองได้เพราะในชีวิตจริง ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะพยายามทะนุถนอมดูแลลูกอย่างดีแค่ไหน แต่การที่ลูกเติบโตมีสังคมและสิ่งแวดล้อมที่กว้างขึ้น ย่อมมีโอกาสที่ลูกจะพบเจอเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั่วไป เช่น เช่น ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ถูกคุณครูทำโทษ ไปจนถึงเรื่องที่สามารถเป็นบาดแผลในจิตใจลูกได้และเมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่อาจปกป้องลูกจากเหตุการณ์ไม่ดีหรือเรื่องเลวร้ายในชีวิตได้ทุกครั้ง สิ่งที่ควรทำก็คือการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือและคอยเยียวยาจิตใจ ช่วยลูกผ่านเรื่องเลวร้าย เพื่อฟื้นคืนสภาพจิตใจลูกให้กลับมาเป็นเด็กที่เติบโตอย่างมีความมั่นคงทางจิตใจได้อีกครั้งอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...