ฟ้าขาว ง่อยทั้งทีม “เมสซี่” แบกหลังแอ่น
2 นัดของ อาร์เจนติน่า ที่อยู่ในระดับ “ดาดๆ” กลับยังมีลมหายใจในฟุตบอลโลกต่อไปอีกเฮือกใหญ่และยังเป็น ลีโอเนล เมสซี่ ที่แบกทีมๆนี้มาตลอดรับหน้าที่นั้นอีกครั้ง
หากใครได้ดูเกมนี้จะเห็นได้ว่าก่อน เมสซี่ ซัดประตูขึ้นนำในนาที 64 “ฟ้าขาว” เล่นเหมือนรอเก็บกระเป๋ากลับบ้านเพราะนอกจาก เมสซี่ แล้วผู้เล่นคนอื่นไม่มีอะไรเลยจริงๆ
ไม่มีในทีนี้ไม่ใช่คำเปรียบเปรยแต่คือแม่งไม่มีอะไรเลยจริงๆ นักเตะอย่าง โรดริโก้ เด ปอล นอกจากขยันแล้วที่เหลือเละเทะและเลอะเทอะมาก (โดยเฉพาะครึ่งแรก)
ทรงบอลบัดซบทั้งทีม ไม่มีใครเชื่อมเกมหรือทำอะไรกับบอลได้ ทุกคนมองหาแต่ เมสซี่ ที่แน่นอนครับถูกรอดักรุมอยู่แล้ว
ถ้าไม่ใช่ เมสซี่ บอลถูกลำเลียงต่อกันไม่เกิน 2 ครั้งก็เรียบร้อยครับเสียให้ เมกซิโก แต่ด้วยความไร้สมรรถภาพในเกมรุกเหมือนกัน กลายเป็นบอลวิ่งผลัดและทำฟาว์ลเกมหยุดตลอดเวลา
อย่างที่เราเคยเสวนากันมาก่อนหน้านี้แล้วว่า “จังโก้อันตราย” เม็กซิโก รู้ไส้รู้พุง อาร์เจนฯ มาเป็นอย่างดีและตั้งใจจะเขี่ยทีมบ้านใกล้เรือนเคียงด้วยแท็คติกส์ไล่บี้กัดไม่ปล่อยอย่างที่ ซาอุดิอาระเบีย ทำจนได้ผลมาแล้ว
แม้เกมรุก เม็กซิโก “กลวงโบ๋” พอกันแต่จากการที่มี 1 แต้มกับ โปแลนด์ พวกเขาจึงเน้น “วิ่งควาย” ตัดเกมหวดแหลกเพื่ออย่างน้อยๆไปวัดกับ ซาอุดิอาระเบีย ในเกมสุดท้าย
ความผิดพลาดแค่ครั้งเดียวของทีมตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟคือให้พื้นที่ เมสซี่ ได้วางเท้ายิงหน้ากรอบเขตโทษซึ่งตลอด 1 ชั่วโมงก่อนหน้านี้มันไม่มี!!
ถามว่าปล่อยให้ว่างเกินไปไหม ก็ไม่…แต่ตอน เมสซี่ จับบอลคนที่อยู่ข้างหน้าอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ 2-3 ก้าว
แต่สำหรับดาวเตะวัย 35 ปีมันมากพอที่จะตะบันยิง 25 หลาเสียบมุมข้างเสาคนกริบ
ความโชคดีอีกอย่างของ “ฟ้าขาว” (ที่นำแล้วอุดแหลก) คือ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มายิงประตูตอกฝาโลงในนาที 87 หาไม่แล้ว เม็กซิโก ที่กำลังบ้าคลั่งไม่มีอะไรจะเสียกดดันหนักกว่านี้แน่นอน
ผมไม่ใช่คอบอลทีมชาติและไม่ได้ตามดูชาติไหนมาก่อนหน้านี้ นี่ก็ยังมึนๆว่า อาร์เจนฯ ทำสถิติไร้พ่ายมาได้อย่างไรตั้ง 36 เกมก่อนเสียท่าให้ ซาอุฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
แม้สถานการณ์ของ อาร์เจนติน่า พลิกผันมีโอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม C หากเอาชนะ โปแลนด์ ในเกมสุดท้ายได้
แต่ฟอร์มที่เป็นภาระทั้งทีมปล่อยให้ เมสซี่ แบกถังข้าวสารอยู่คนเดียวหากหลุดเข้ารอบน็อกเอาท์สภาพแบบนี้คิดว่าคงไปไหนไม่ได้ไกล
อาร์เจนฯ ไม่ได้แชมป์บอลโลกมานาน 36 ปีแล้วนับตั้งแต่ ดิเอโก้ มาราโดน่า ชูถ้วยจูลส์ ริเมต์ เมื่อปี 1986
ทีมซักทีมจะปีนป่ายไปให้ถึงสุดยอดของโลกอย่างน้อยมี something special จากรูปแบบการเล่นบ้าง
ผมยังไม่เห็นอะไรแบบนั้นในทีม อาร์เจนติน่า เลย อย่างน้อยๆก็ 2 เกมที่ลงเล่น
ณ ตอนนี้คาดว่า “ฟ้าขาว” ของ ลิโอเนล สกาโลนี่ ไม่น่าจะคิดไปไกลกว่าการเอาชนะ โปแลนด์ ในนัดสุดท้ายเพื่อเข็นตัวเองเข้ารอบ 16 ทีมให้ได้ก่อน
มองในแง่ที่ว่าการเอาชนะ เม็กซิโก คือพลอตเรื่องที่ช่วยผลักดันพระเอกเต็มที่
ถ้าเรียกฟอร์มกลับมาเอาชนะก็แชมป์กลุ่มสวยๆแต่ถ้าจบที่ 2 เตรียมรอเจอทีมฟอร์มเถื่อนอย่าง ฝรั่งเศส ที่นอนรออยู่แล้วได้เลยครับ…
สถิติ สถิติ สถิติ
ตอนนี้ ลีโอเนล เมสซี่ ครองสถิติทั้งนักเตะอายุน้อยที่สุด (18 ปี 357 วัน พบ เซอร์เบียในปี 2006) และแก่ที่สุด (35 ปี 155วัน พบ เม็กซิโก) ที่ทั้งยิงและจ่ายในเกมเดียวในศึกฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966
นอกจากนี้ “ลีโอ” ยิงประตูในบอลโลกเทียบเท่า ดิเอโก้ มาราโดน่า (8) และมีเพียง กาเบรียล บาติสตูต้า (10) ที่ยิงได้มากกว่าเขาในทัวร์นาเมนท์นี้
อันเดรส กวาร์ดาโด้ แข้ง เม็กซิโก วัย 36 ปีเป็นนักเตะคนที่ 6 ที่ลงเล่นในบอลโลก 5 สมัย (2006, 2020, 2014, 2018, 2022) และเป็นนักเตะ “จังโก้” รายที่ 3 ที่ทำสถิตินี้ได้ต่อจาก อันโตนิโอ คาร์บาคาล และ ราฟาเอล มาร์เกซ