โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สื่อนอกตีแผ่ไทยติด Top 10 คนตายบนถนนมากที่สุดในโลก

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 05 ต.ค. 2567 เวลา 13.10 น. • ทันข่าว Today

สื่อนอกรายงานไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกที่มีอุบัติเหตุบนท้องถนน และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาตีแผ่อีกครั้งหลังเหตุการณ์โศกนาฏกรรมรถบัสนักเรียนทัศนศึกษาเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตถึง 23 ราย เมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา
จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า หรือแท้จริงแล้วประเทศไทยไทยขาดวัฒนธรรมความปลอดภัย (safety culture) ซึ่งนำไปสู่ความสูญเสียอย่างต่อเนื่องทั้งตัวเลขผู้เสียชีวิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจ ?
🚩 ไทยติดอันดับ 9 ของโลก ที่มีคนตายบนท้องถนนเยอะที่สุด
ตามข้อมูลจากรายงานสถานะความปลอดภัยทางถนนโลก ฉบับล่าสุดที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2566 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ไทยรั้งอันดับที่ 9 ประเทศที่มีอัตราผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเยอะที่สุดในโลก คือราว 25.4 คน ต่อประชากร 100,000 คน (คำนวณจากสถิติของปี 2564) หรือคิดเป็นตัวเลขผู้เสียชีวิต 50 ราย/วัน
.
แม้สถิติจะดีขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อน ๆ ที่ไทยเคยรั้งอันดับประเทศที่มีสถิติผู้เสียชีวิตบนท้องถนนสูงที่สุดเป็นอันดับที่2 ของโลกตามรายงานในปี 2558 คือมีผู้เสียชีวิตถึง 36.2 คน ต่อประชากร 100,000 คน แต่ปัจจุบันไทยก็ยังนับเป็นประเทศที่มีปัญหาด้านความปลอดภัยบนท้องถนนสูงอยู่ดี
.
▪️ สาเหตุของความเรื้อรัง เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนในไทย
.
เมื่อเดือน ม.ค. 2567 วารสาร Political Geography เผยแพร่งานศึกษาเรื่อง “Their lives don't matter to politicians”: The necropolitical ecology of Thailand's dangerous and unequal roads (แปลเป็นไทยได้ว่า “ชีวิตของพวกเขาไม่สำคัญต่อบรรดานักการเมือง”: ระบบนิเวศวิทยาการเมืองมรณะของอันตรายและความไม่เท่าเทียมกันบนท้องถนนไทย)
.
ทั้งนี้ แม้บทความดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่อุบัติเหตุของผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นชนชั้นล่างและรายได้น้อยเป็นหลัก แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนนของไทยในมิติต่าง ๆ ดังนี้
.
- การทุจริตของผู้ควบคุมกฎจราจร
ผู้เขียนบอกว่าตำรวจจราจรในไทยมีเงินเดือนระดับต่ำสุดในประเทศอาเซียน จึงมีแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องทำงานหนัก แต่พยายามหาวิธีดึงสินบนจากผู้ขับขี่แทนที่จะริเริ่มโครงการลดอุบัติเหตุ
.
- ระดับความรู้ของผู้ขับขี่
ในผลสำรวจปี 2021 ของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (Thailand Accident Research Center - TARC) พบว่า 78% ของผู้ขับขี่รถยนต์ และ 82% ของผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ขาดการฝึกอบรมที่เหมาะสม วัฒนธรรมบางอย่างของคนไทย เช่น ประมาทชอบเมาแล้วขับ ขับรถเร็วในที่ชุมชน โรงเรียน เป็นต้น
.
- ขนส่งมวลชนที่ไม่ทั่วถึง
.
การขนส่งสาธารณะในไทยมีจำกัด โดยเฉพาะเขตนอกพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการใช้รถไฟฟ้าก็มีราคาแพงมากสำหรับคนจนในเมือง แต่ที่น่าสนใจคือแม้แต่หัวเมืองตามภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานี ก็ไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่ดี รถโดยสารสาธารณะซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถตู้สาธารณะหรือรถบัส วิ่งด้วยความเร็วเพื่อทำรอบในแต่ละวันให้มากที่สุด และขับเคลื่อนด้วยก๊าซหรือปิโตรเลียมเหลวซึ่งง่ายต่อการติดไฟ
.
- ระบบราชการแบบแยกกันทำ
.
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การบรรลุความปลอดภัยบนท้องถนนของไทยเป็นไปได้ยาก คือการกำกับดูแลการขนส่งที่ซับซ้อน อ่อนแอ และกระจัดกระจายของไทย ซึ่งเป็นผลสะท้อนจาก “ไซโล เอ็ฟเฟ็ค (Silo effect)” ของระบบราชการไทยที่มีหน่วยงานด้านนี้จำนวนมาก แต่ไม่ได้ทำงานให้สอดคล้องประสานกันได้ นอกจากนี้งบของกระทรวงคมนาคมก็มุ่งเน้นไปที่การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่และขยายโครงข่ายทางหลวง ขณะที่มีงบประมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ถูกนำมาใช้ในงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนน
.
- ผู้มีอำนาจทางการเมืองไม่ค่อยให้ความสำคัญกับปัญหานี้
.
งานศึกษาระบุด้วยว่า โดยทั่วไปแล้วสาธารณชนไม่ได้กดดันให้นักการเมืองลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน และการอภิปรายถกเถียงเกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยบนถนนก็ถูกลดทอนความสำคัญในทางการเมือง ตรงกันข้าม ผู้คนกลับเลือกโทษเหยื่อ หรือวัฒนธรรมไทย ๆ มากกว่าจะโทษความเพิกเฉยของรัฐบาล
.
สาธารณชนมักพูดว่าเป็นความ “โชคร้าย” ของเหยื่อที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งนำไปสู่ “การยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย” ผู้เขียนงานศึกษาดังกล่าวระบุด้วยว่า แนวคิดนี้ได้รับอิทธิพลจากหลักศาสนาพุทธที่เกี่ยวกับเรื่องเวรกรรมซึ่งทำให้ผู้คนยอมรับว่าหากเกิดอะไรเลวร้ายขึ้นก็เป็นเพราะกรรมไม่ดีของพวกเขา
.
WHO ที่ตีพิมพ์ในปี 2020 ซึ่งระบุว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยต้องเผชิญกับปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน ก็เนื่องจากประเด็นนี้ยังไม่ได้รับความสนใจมากพอในทางการเมือง ซึ่งนำไปสู่การขาดกลยุทธ์ ไร้แนวทางที่แน่นอน ไม่มีตัวชี้วัดที่ใช้งานได้ รวมไปถึงการขาดแหล่งทรัพยากรที่เพียงพอ
.
▪️ หรือไทยมีปัญหา safety culture (วัฒนธรรมด้านความปลอดภัย) ?
.
ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผอ.การวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) บอกกับบีบีซีไทยว่า ไม่ใช่ว่าไทยไม่มีวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยเสียเลย เพียงแต่ในแต่ละระดับหรือในบางกิจกรรมอาจมีความเข้มข้นด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยแตกต่างกัน
.
เช่นในอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ ไทยผลิตได้ดีตามมาตรฐบานการส่งออกไปทั่วโลก แต่สำหรับรถบัสการส่งออกมีน้อย ส่วนใหญ่ใช้ในประเทศและใช้ในระยะยาว 10-50 ปี ไทยมีรถโดยสารไม่ประจำทางรวมกันประมาณ 10,000 คันทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มีรถเก่าราว 70-80% ที่ยังไม่ได้มาตรฐานใหม่ตามที่กรมการขนส่งยกระดับล่าสุด
.
ข้อมูลจาก TDRI ที่ร่วมติดตามประเมินผลและกำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนของไทย พบว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2555-2566) มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ย 17,914 คน/ปี และในช่วง 5 ปี (2560-2565) มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 228,740 คน/ปี
.
แบ่งเป็น ชาย 75.7% หญิง 24.3% โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 36-60 ปี ตามด้วยช่วงอายุ 25-35 ปี ส่วนประเภทรถที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุแล้วมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด หนีไม่พ้น รถจักรยานยนต์ 82% รองลงมาคือ รถยนต์ 18%
.
ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางถนนในปี 2022 คาดการณ์ว่ามีมูลค่า 5.31 แสนล้านบาทไทย ซึ่งเทียบเท่ากับ 3.06% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP).
.
ที่มา : BBC News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...