โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

งานเข้าตำรวจ หลังเพจดังโพสต์ภาพแฉนั่งรายล้อมกินอาหารกับ แม่ตั๊ก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 29 ก.ย 2567 เวลา 02.47 น. • สยามนิวส์
งานเข้าตำรวจ หลังเพจดังโพสต์ภาพแฉนั่งรายล้อมกินอาหารกับ แม่ตั๊ก

งานเข้าตำรวจหลังเพจดังโพสต์ภาพแฉนั่งรายล้อมกินอาหารกับ “แม่ตั๊ก-กรกนก” หวั่นส่งผลกระทบคดี ผบก.ปคบ.ชี้แจงระบุ ทั้ง 3 นาย เป็นตำรวจสังกัด บก.ปคบ. บก.ปอท. และ บช.สอท. สั่งตรวจสอบและเขียนรายงานชี้แจง ลูกค้าร้านทองแม่ตั๊กทั่วสารทิศแห่เดินทางมาขายทองคืนที่ร้านไม่ขาดสายอีกเกือบ 200 ราย สาววัย 42 ถ่อมาจาก จ.สงขลา ซื้อสร้อยทอง 6 เส้น เก็บไว้ตั้งแต่ปี 63 หิ้วมาขายคืนทั้งหมด ทีแรกตัดใจจะนำไปหลอมทำบุญหล่อพระพุทธรูป แต่เปลี่ยนใจเพราะเห็นคนนำมาขายแล้วได้เงินคืน ส่วนแม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์ยังหลบหน้าหนีหายเข้ากลีบเมฆทั้งคู่ เพื่อนบ้านให้เบาะแสเบื้องต้นพบมีการเคลื่อนย้ายรถหรูหลายคันตอนกลางดึกออกจากบ้านพักย่านรามอินทรา กทม.

กรณีมีผู้ที่ซื้อทองรูปพรรณทางออนไลน์ของ “แม่ตั๊ก-กรกนก สุวรรณบุตร” เจ้าของธุรกิจอาหารเสริมและห้างเพชรทองเคทูเอ็น ย่านถนนหทัยราษฎร์ กทม. โพสต์ลงในโลกโซเชียลว่า หลังจากนำสร้อยพร้อมทองของแถมในรูปแบบต่างๆไปขายที่ร้านทองเจ้าอื่น ปรากฏว่าร้านไม่รับซื้อเนื่องจากไม่มีเปอร์เซ็นต์ทอง และไม่มียี่ห้อ ถ้านำไปหลอมจะไม่เหลืออะไร พอคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ลูกค้าที่เคยซื้อทองจากแม่ตั๊กเก็บออมไว้เพื่อเก็งกำไรต่างแห่เอามาขายคืนที่ร้านเชื่อว่าเป็นทองเปอร์เซ็นต์ต่ำ อีกทั้งมีผู้เสียหายบางส่วนรวมตัวแจ้งความเอาผิดเจ้าของร้านทองชื่อดังฐานฉ้อโกงประชาชน ขณะที่ตำรวจ บก.ปคบ.เตรียมออกหมายเรียกตัวมาแจ้งข้อหา และตำรวจ บก.สอท.จ่อดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึง ปปง.เตรียมเข้ามาตรวจสอบทรัพย์สิน ส่วนแม่ตั๊ก-กรกนก และป๋าเบียร์-กานต์พล เรืองอร่าม สองสามีภรรยา ทั้งคู่ยังหลบหน้าพร้อมทั้งขอเลื่อนให้ถ้อยคำที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา อ้างว่าขอจัดการซื้อสินค้าคืนจากผู้เสียหายให้เรียบร้อยก่อน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ย. ที่ร้านเพชรทองเคทูเอ็น หรือร้านทองแม่ตั๊ก เลขที่ 717/111-112 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. มีประชาชนทั่วสารทิศทยอยเดินทางนำทองคำมาขายคืนที่ร้านประมาณ 200 คน ต่างนั่งรอคิวอยู่ในเต็นท์ผ้าใบบริเวณหน้าร้าน วันนี้เป็นวันเสาร์ปกติร้านจะหยุดแต่ร้านเปิดเป็นกรณีพิเศษ 1 วัน เพื่อให้ลูกค้านำทองที่ซื้อไปมาขายคืน และหยุดวันอาทิตย์ ทางร้านนำป้ายประกาศมาติดด้านหน้าร้านแจ้งว่า “เปิดรับคิวจำนวน 100 คิว ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป กราบขออภัยในความไม่สะดวก” แต่เนื่องจากมีประชาชนมารอเกินกว่าจำนวนที่ทางร้านกำหนด จึงอนุโลมให้ลงชื่อในสมุดคิวเพิ่ม ทำให้มีผู้ประสงค์นำทองมาจำหน่ายคืนรวม 150 ราย ด้าน น.ส.สุจิตรา โสดประวัติ อายุ 42 ปี หนึ่งในผู้ที่นำทองคำมาขายคืนที่ร้าน กล่าวว่า

เดินทางมาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ติดตามการไลฟ์สดขายทองของแม่ตั๊กมาตั้งแต่ปี 60 รู้สึกศรัทธาในความสามารถของแม่ตั๊กในการขายของออนไลน์ ตนติดต่อซื้อสร้อยประคำปี่เซียะ 5 เส้น เส้นละ 993 บาท แม่ตั๊กบอกว่าเป็นทองคำแท้ 99.99 และได้สร้อยข้อมือปี่เซียะ 1 เส้น ราคา 19,992 บาท เมื่อปี 63 หลังจากมีข่าวเรื่องทองคำปลอมทำให้เกิดความไม่สบายใจ ทีแรกคิดว่าจะตัดใจนำไปทำบุญหล่อพระ เห็นว่ามีผู้เสียหายที่มาขายทองคืนร้านได้ตัดสินใจเดินทางนำของที่ซื้อทั้งหมดมาขายคืน การค้าขายออนไลน์สิ่งที่สำคัญคือการสร้างความศรัทธา

แต่เมื่อใดที่คนหมดศรัทธาจะทำให้ค้าขายลำบาก ต่อมาเวลา 12.00 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 72 ซอยรามอินทรา 65 แยก 2-4 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. หลังมีกระแสข่าวว่าแม่ตั๊กและป๋าเบียร์ย้ายรถสปอร์ตหรูจำนวนหลายคันออกไปจากบ้านพัก บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่หน้าหมู่บ้านเลิศอุบล รามอินทรา กม.6 เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นสูง 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 300 ตารางวา ที่ลานจอดรถในบ้านมีรถจอดอยู่ 3 คัน ได้แก่ รถตู้อัลพาร์ด สีขาว 1 คัน รถปอร์เช่สีส้ม 1 คัน ส่วนอีกคันเป็นรถสปอร์ตไม่ทราบยี่ห้อมีผ้าคลุมกันฝุ่นปิดบังไว้

ส่วนบ้านปิดเงียบมีเสื้อผ้าตากไว้ที่ราวตากผ้า สอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ก่อนหน้านี้มีรถยนต์ยุโรป รถสปอร์ตหรู จอดอยู่ในบ้านนับ 10 คัน รวมทั้งเช่าที่ใกล้เคียงกับบ้านเพื่อจอดรถอีกหลายคัน หลังจากตกเป็นข่าวเรื่องค้าขายทองคำมีการทยอยนำรถออกไปตั้งแต่ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 28 ก.ย. ต่อมาลีน่า จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง ได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อพิสูจน์ว่า แม่ตั๊กย้ายรถหรือทรัพย์สินออกจากบ้านจริงหรือไม่ ลีน่าจังกล่าวว่า เดินทางมาดูด้วยตาตัวเองเห็นว่ารถยังคงจอดอยู่ที่บ้าน แสดงว่าตั๊กไม่ได้หนีไปไหน แต่กลับมีสื่อสังคมออนไลน์ตีข่าวว่าขนรถไปเกลี้ยงบ้านแล้ว ทั้งที่ความจริงยังมีรถจอดอยู่ ตนไม่ได้มาเข้าข้างตั๊ก เพราะเขาไม่ได้มาให้เงินหรือให้ของอะไรกิน แต่ตนเป็นผู้ที่ถูกประชาชนด่าทอว่าไปร่วมกับตั๊กหลอกลวงให้มาซื้อทอง

ทั้งที่ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง เห็นกับตาว่าเขายังอยู่มีรถจอดอยู่ ไม่ได้เป็นเหมือนที่สื่อออนไลน์ลงข่าว เมื่อ 2 วันก่อนตนป่วยซึมเศร้า ตั๊กได้โทร.มาหาด้วย ความสงสาร เพราะเห็นตนไม่มีกิน ไม่มีรายได้บอกว่า จะส่งของมาให้ทาน ตนตอบกลับไปว่า ไม่ต้องเพราะมันดึกแล้ว ขณะที่ตั๊กบอกตนว่า “แม่ไม่ต้องปกป้องหนูนะ เดี๋ยวพวกเขาก็ด่าแม่ หนูเลิกทำธุรกิจแล้ว หนูเลิกทำเพราะป่วยนอนสายระโยงระยาง แม่รู้หรือเปล่าพี่หนุ่ม โหนกระแส ให้เลขาฯที่ชื่อคุณโรส โทร.มาหาหนู 3 วันแล้ว ให้ไปออกรายการ” ตนบอกว่า อย่าไปออก กำลังจะเจ๊งตั้งหลายร้อยล้านจะถูกยึดทรัพย์หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ยังไม่เข็ดอีก ส่วนตั๊กบอกว่า “แต่อย่างน้อยหนูก็ได้พิสูจน์ว่าทองหนูไม่ปลอม” ลีน่าจังกล่าวด้วยว่า ทราบว่าตั๊กป่วยเป็นโรคเนื้องอกในมดลูก ได้แต่ด่าตั๊กให้ไปชดใช้รับซื้อทองคืนมา พอเวลาขึ้นศาลท่านจะได้เมตตารอลงอาญา

เนื่องจากได้ชดใช้เยียวยาให้ผู้เสียหายแล้ว เมื่อถามกรณีมีเพื่อนบ้านให้เบาะแสว่ามีการนำรถประมาณ 10 คัน ทยอยออกไปบ้างแล้ว ลีน่าจังกล่าวว่า ตั๊กเป็นคนขี้อวดอยากมีรถตู้เลกซัสเหมือนอดีตนายกฯ เพราะด้วยความอยากอวดร่ำอวดรวยจึงซวยแบบนี้ แต่ตนเชื่อว่าตั๊กไม่ได้หลบเลี่ยงทรัพย์สินและถ่ายเททรัพย์สิน เพราะยังเพิ่งคุยติดต่อกันได้อยู่ เย็นวันเดียวกันมีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก อีซ้อขยี้ข่าวได้โพสต์ภาพของแม่ตั๊ก-กรกนก ขณะนั่งร่วมรับประทานอาหารกับบุคคลที่คาดว่าเป็นนายตำรวจระดับสูง พร้อมกับลงข้อความระบุว่า “อุ้ย…แบ็คดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” 3 คน คือนายตำรวจใหญ่ที่รายล้อม “ตั๊ก-กรกนก” คนนึงเด่นเรื่องงานสอบสวนมีฉายาในวงการสื่อ ส่วนอีกคนเป็นบิ๊กใหญ่ใน ปคบ. ทำให้มีผู้เข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์หวั่นจะกระทบกับการทำสำนวนคดี

ล่าสุด พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ. กล่าวถึงกรณีมีเพจสื่อมวลชนลงภาพตำรวจนั่งกินข้าวกับ น.ส.กรกนก สุวรรณบุตร หรือแม่ตั๊ก ที่ห้องอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ระบุว่าเป็นตำรวจระดับสูง บก.ปคบ. และ บช.สอท.ว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบภาพข่าวจากเพจดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ตำรวจที่นั่งกินอาหารอยู่กับแม่ตั๊กนั้น ไม่ได้เป็นตำรวจระดับสูงของ บก.ปคบ. เท่าที่ทราบเป็นตำรวจระดับยศ พ.ต.ท.ตำแหน่งรองผู้กำกับการ ไม่ได้สังกัด บก.ปคบ. ส่วนในนั้นมี 1 ราย เป็นตำรวจยศ ร.ต.ต.อยู่ใน บก.ปคบ. แต่ไม่ใช่ กก.1.บก.ปคบ. ส่วนอีกรายเป็นตำรวจจากหน่วยงานอื่น ขณะนี้กำลังให้ตรวจสอบตำรวจที่อยู่ในรูป พร้อมทั้งให้ทำรายงานชี้แจง มีรายงานข่าวแจ้งว่า รูปภาพดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือน ส.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในรูปเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. ระดับรอง ผกก. สังกัดอยู่ที่ บก.ปอท. และ ร.ต.ต. (นายร้อย 53) ประจำอยู่ที่ กก.4.บก.ปคบ. ส่วนอีกรายเป็นตำรวจสังกัดอยู่ บช.สอท. คาดว่าตำรวจทั้งหมดที่อยู่ในภาพน่าจะรู้จักกับแม่ตั๊กชวนกันไปกินข้าว ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างรอให้การรายงานชี้แจงอย่างละเอียดต่อไป

ที่มาข้อมูล thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...