ว่าด้วย ‘กระโปรง’ ที่ผู้หญิงเลือกใส่ในพื้นที่ทำงาน เมื่อความสั้นยาวของมันยังคงถูกให้แก่นสารมากกว่าเนื้องานหรือตัวตนของพวกเธอ
ครั้งหนึ่ง กัสซี โมราน (Gussie Moran) นักเทนนิสหญิงมือวางอันดับ 4 ของอเมริกา เคยท้าทายกฎการแต่งตัวอันเคร่งครัดของกีฬาเทนนิสด้วยการสวมกระโปรงสั้นเหนือเข่าที่เผยให้เห็นกางเกงชั้นในลูกไม้ซ่อนอยู่ด้านใน ลงแข่งขันรายการ Wimbleton เมื่อปี 1949 จนถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเธอนำความ ‘ต่ำทราม’ และ ‘บาป’ มาสู่กีฬาเทนนิส และคำวิจารณ์นี้เองที่เปลี่ยนชื่อเสียงให้คนทั่วโลกจดจำเธอจากการเป็นนักเทนนิสหญิงมือดี มาเป็น Sex Symbol ไปโดยปริยาย
ต่อมาในยุค 1960s แมรี่ ควานท์ (Mary Quant) ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษได้คิดค้นกระโปรง ‘Mini Skirt’ ซึ่งนอกจากจะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการปลดแอกทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว การมาถึงของกระโปรง Mini Skirt ยังเป็นการนำเสนอภาพลักษณ์และบทบาทหน้าที่ใหม่ๆ ของผู้หญิงในเวลานั้น จากกุลสตรี แม่บ้าน และเมีย-ผู้อยู่ในโอวาทของสังคม กลายมาเป็นผู้หญิงที่สามารถเปิดเผยเนื้อตัวเรือนร่างของตัวเองได้อย่างอิสระ จนอาจเรียกว่ากระโปรง Mini Skirt เป็น ‘Sexual Revolution’ ครั้งสำคัญของผู้หญิงในหน้าประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้
อันที่จริงแล้วก่อนหน้านั้นตั้งแต่ยุควิคตอเรียนที่ผู้หญิงต้องสวมกระโปรงยาวคลุมข้อเท้าเป็นต้นมา การเห็น ‘ขา’ ของผู้หญิงโผล่พ้นชายกระโปรงแม้จะเพียงนิดเดียวก็นับว่ามีอิทธิพลทางสังคมและเกี่ยวโยงกับเรื่อง Sexual แทบทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้พอจะยืนยันได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ความสั้นยาวของ ‘กระโปรง’ ผู้หญิง มีบทบาทไปไกลมากกว่าการที่มันเป็นเสื้อผ้าหนึ่งชิ้น โดยเฉพาะ ‘ขนาด’ ของกระโปรงของที่ผู้หญิงเลือกหยิบมาใส่ใน ‘พื้นที่ทำงาน’ ซึ่งสามารถนำไปสู่ประเด็นการถกเถียงเรื่องความเหมาะสม ความเป็นมืออาชีพ วุฒิภาวะ ส่งผลไปถึงหน้าที่การงาน และบทบาททางสังคมของผู้หญิงได้มากมายเลยทีเดียวโดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่างานนั้นจะเป็นงานอะไร พื้นที่ทำงานแบบไหน หรือใครเป็นผู้ใส่มัน
ในแง่หนึ่ง เป็นเรื่องน่าสนใจเหมือนกันว่าเพราะเหตุใด ขนาดความสั้นยาวของกระโปรงที่ผู้หญิงเลือกมาใส่ถึงดูเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญมากกว่าแก่นสาร ตัวตน หรือความสามารถในการทำงานของพวกเธออยู่เสมอ โดยเฉพาะที่เลวร้ายกว่านั้นคือมันสามารถเป็นตัว ‘ลดทอนบทบาท’ ของผู้หญิงในหน้าที่การงานหรือแม้แต่เป็นอุปสรรคที่กีดกันผู้หญิงไม่ให้ก้าวขึ้นไปในสายอาชีพนั้นๆ ได้เลย เพียงเพราะว่าขนาดความสั้นยาวของกระโปรงถูกทำให้เชื่อว่าเป็นสิ่งเดียวกันกับเรื่องของ ‘วุฒิภาวะ’ และ ‘ความเป็นมืออาชีพ’ ของผู้หญิงคนนั้น
ตัวอย่างเช่นในซีรีส์ซิทคอมอเมริกันเรื่อง Ally McBeal เมื่อยุค 1990s ที่นางเอกของเรื่องทำอาชีพทนายความ แต่กลับต้องพิสูจน์ฝีมือตัวเองไปไกลมากกว่าและในแบบลากเลือดมากกว่าความสามารถทางอาชีพของตัวเองในวงการกฎหมายที่เต็มไปด้วยผู้ชาย ทำให้เธอต้องต่อสู้กับ Sexual Harrasment และ Male Power ในองค์กรพร้อมกันไปด้วย จาการที่เธอเลือกนำเสนอภาพของทนายความหญิงที่สวมกระโปรงสั้นเหนือเข่ามาทำงาน
“ถ้าพูดกันตามจริงในแง่กฎหมาย การเปิดเผยเนื้อหนังร่างกายส่วนที่ไพรเวทที่สุดในพื้นที่สาธารณะก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดอะไรนะคะ” ซูซาน สกาฟิดิ (Susan Scafidi) สถาบันกฎหมายแฟชั่น มหาวิทยาลัย Fordham มองว่าผู้หญิงสามารถใส่กระโปรงสั้นแค่ไหนก็ได้ที่พึงพอใจ และใส่ไปได้ทุกที่ที่ต้องการ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับความจริงว่าจะต้อง ‘รับมือ’ กับเสียงวิจารณ์และการตัดสินจากสังคมรอบข้างไปด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมมักจะให้ความสนใจว่าเราแต่งตัวอย่างไร มากกว่าเราทำอะไร ซึ่งบ่อยครั้งขนาดความสั้นยาวของกระโปรงผู้หญิง โดยเฉพาะในพื้นที่ทำงานก็พิสูจน์แล้วว่ามันมีอิทธิพลอย่างไร และสามารถนำมาสู่การ Stereotype หรือการตัดสินแบบเหมารวมได้มากแค่ไหน
แม้ว่ายุคนี้ สังคมจะเปิดกว้างไปไกลมากแล้วจากยุคของ Ally McBeal ในเรื่องเสรีภาพและไม่ได้มีกรอบมาจำกัดการแต่งตัวของเพศกับอาชีพมากเท่าเมื่อก่อน แต่ในบางพื้นที่ที่มีความอนุรักษ์นิยมมากหน่อย ต้องยอมรับว่าค่านิยมเรื่องกระโปรงนั้นยังคงมีอิทธิพลต่อหน้าที่การงานจนถึงสถานะทางสังคมของผู้หญิงอยู่ไม่น้อย เช่นในแวดวงราชการ หรือบางสายอาชีพอย่างทนายความที่การใส่กระโปรงภายใต้เงื่อนไขของสีและความยาว ‘ที่เหมาะสม’ ก็ยังเป็นหนึ่งในกฎข้อบังคับอยู่
แต่ไม่เพียงแค่ความสั้นยาวของกระโปรงจะมีผลต่อการงานของผู้หญิง ดร. แคลร์ กันบี้ (Dr. Clare Gunby) จากคณะอาชญาวิทยา มหาวิทยา Manchester Metropolitan ในอังกฤษ มองว่าจุดที่เลวร้ายที่สุดของข้อถกเถียงเรื่องนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมการโทษเหยื่อ หรือ ‘Victim Blaming Culture’ แทบจะทุกครั้งเวลาที่เกิดประเด็นความรุนแรงทางเพศใดๆ ต่อผู้หญิง ซึ่งนักอาชญาวิทยามองว่าหากสังคมยังเพิกเฉยและมองข้ามต้นตอของปัญหาความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นแบบนี้ เพียงเพราะมัวแต่โทษขนาดความสั้นยาวของกระโปรงหรือเสื้อผ้าที่ผู้หญิงใส่ ประเด็นเหล่านี้อาจไปไกลกว่าเรื่องของความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แต่มันจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและสวัสดิภาพของผู้หญิงต่อไปไม่รู้จบอย่างแน่นอน
อ้างอิง
https://www.nytimes.com/2024/06/24/style/skirt-length-professionalism-age.html
https://www.independent.co.uk/news/obituaries/gussie-moran-tennis-player-who-shocked-wimbledon-with-her-controversial-clothing-8459119.html
https://le.ac.uk/social-worlds/all-articles/short-skirt
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ว่าด้วย ‘กระโปรง’ ที่ผู้หญิงเลือกใส่ในพื้นที่ทำงาน เมื่อความสั้นยาวของมันยังคงถูกให้แก่นสารมากกว่าเนื้องานหรือตัวตนของพวกเธอ
- Pocket Blush ครีมบลัช (ที่ทาปากได้ด้วย) จากแบรนด์ ‘Rhode’ ของสาว Hailey Bieber กับแพ็กเกจจิ้งน่ารักปุ๊กปิ๊ก พร้อมเนื้อฉ่ำวาว แต่ไม่เหนอะหนะ ด้วยส่วนผสมที่บำรุงผิวไปในตัว
- ‘Heat Stroke Makeup’ เทรนด์แต่งหน้าผิวไหม้แดด ที่มาพร้อมการสร้าง ‘Tan Lines’ แต่ไม่ได้บอกว่าให้ไปตากแดดจริงๆ!
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com