โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

มท. จับมือ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ฯ พัฒนาระบบสารสนเทศดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 ส.ค. 2567 เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 11.00 น.

มท. จับมือ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย พัฒนาระบบสารสนเทศดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง ดูแลประชาชนทุกช่วงวัย ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย(มท.) เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนงานภารกิจสำคัญในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ด้วยการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัย โดยน้อมนำแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” ด้วยการช่วยกัน “แก้ไขในสิ่งผิด” ทำงานสอดประสานร่วมกับภาคีเครือข่ายช่วยกัน “Change for Good” ทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับสังคม

“ในวันนี้กระทรวงมหาดไทยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์นายแพทย์กีรติ เจริญชลวานิช ประธานรับเลือกราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย และหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เดินทางมาหารือ โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย มีนายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายประสพโชค อยู่สำราญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมหารือ โดยทาง ศ.นพ.กีรติ ยังได้เชิญชวนให้กระทรวงมหาดไทยร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการรณรงค์ส่งเสริม ป้องกัน และแก้ไขปัญหา ผู้ประสบเหตุกลุ่มเสี่ยงในการพลัดตกหกล้มและกระดูกหักบริเวณรอบข้อสะโพก หรือกระดูกในส่วนอื่น ๆ จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเสียชีวิตมากที่สุด และจากงานวิจัยพบว่าในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้ม ประมาณ 684,000 ราย และจากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชากรไทยพบว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุมักประสบเหตุหกล้มทุกปี โดยในปี 2565 มีผู้สูงอายุเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้ม จำนวน 1,255 ราย คิดเป็น 10.2 ต่อประชากรผู้สูงอายุแสนคน และยังพบว่ามีจำนวนมากกว่าครึ่งที่จะเกิดการพลัดตกหกล้มซ้ำ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกสะโพกหักยังมีอัตราเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 29 ดังนั้น หากกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกวิธีอาจถึงแก่ชีวิตได้” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทย กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) เฉกเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ประเทศไทยมีผู้สูงอายุถึงร้อยละ 20 ซึ่งหากคำนึงถึงการดูแลสุขภาพพลานามัยเชิงป้องกันจะเห็นว่า “ยังอยู่ในระดับที่ต่ำ” ทำให้ผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยเห็นตรงกันว่า เราเต็มใจและตกลงในการร่วมเป็นพันธมิตรกับทางราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (ร.พ.อ.ท.) และสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (ส.อ.ธ.ท.) ในการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพด้วยความยินดียิ่ง ซึ่งศาสตราจารย์นายแพทย์กีรติ เจริญชลวานิช ท่านมาเชิญชวนพวกเราชาวมหาดไทย ให้เข้าร่วมในการดำเนิน “โครงการต้นแบบการสนับสนุนการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังและป้องกันกระดูกหักและหักซ้ำบริเวณข้อสะโพกในผู้สูงอายุไทย 10 จังหวัดนำร่อง” ที่ทาง ร.พ.อ.ท. และ ส.อ.ธ.ท. ร่วมกับหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

“กระทรวงมหาดไทยจึงมีความยินดีอย่างยิ่งและพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกของประชาชนทุกช่วงวัยผ่านโครงการต้นแบบ 10 จังหวัดนำร่องดังกล่าวร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (ร.พ.อ.ท.) และสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (ส.อ.ธ.ท.) ในฐานะที่เรามีกลไกในระดับพื้นที่ อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้นำท้องที่ คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ครอบคลุมทุกพื้นที่ตารางนิ้วของประเทศไทย สอดคล้องกับเจตนารมณ์ “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน” ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ร่วมกันกับองค์การสหประชาชาติพุ่งเป้าขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย ซึ่งเรื่องการขับเคลื่อนด้านสุขภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายที่ 3 Good Health and Well-Being หรือการสร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย และกระทรวงมหาดไทยขอยืนยันว่า “เราจะไม่ทำเพียงแค่ 10 จังหวัดนำร่องเท่านั้น แต่จะต้องทำพร้อมกันทั้ง 76 จังหวัด โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะช่วยดำเนินการสนับสนุน อาทิ การฝึกอบรมให้วิทยากร บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ของทุกจังหวัดทั่วประเทศ และบุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ปัจจุบันกว่าร้อยละ 70 ได้ถ่ายโอนมาอยู่ภายใต้สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้ว ได้มีทักษะและองค์ความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน ดูแลผู้สูงอายุและประชาชนไม่ให้ต้องเป็นกลุ่มเสี่ยงประสบเหตุดังกล่าว เรื่องนี้ จึงเป็นภารกิจหน้าที่สำคัญที่เราจะขับเคลื่อนร่วมกัน และจะนำไปสู่การลงนาม “บันทึกความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพตามโครงการการพัฒนานวัตกรรมการจัดการด้านการดูแลติดตามและเฝ้าระวังทางสุขภาพของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและกระดูกหักรวมถึงการหักซ้ำ” เพื่อให้เกิดต้นแบบระบบสารสนเทศที่สามารถใช้ในการดูแลและเฝ้าระวังผู้สูงอายุไทยซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงในการพลัดตกหกล้มและกระดูกหักบริเวณรอบข้อสะโพก นำมาซึ่งประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ต่อไป” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการในเชิงระบบร่วมกับ ร.พ.อ.ท. ด้วยการส่งเสริมทำให้คนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลรักษาสุขภาพ ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงโรคกระดูกที่จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคนทุกช่วงวัย โดยการประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพื่อตั้งคณะทำงานในการจัดทำหนังสือคู่มือทางวิชาการ “Good Health and Well-Being” เพื่อส่งเสริมด้านสุขภาพ ในรูปแบบคู่มือการปฏิบัติการดูแลรักษาสุขภาพลานามัยตั้งแต่เด็กเล็กที่อยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) เด็กปฐมวัย ตลอดจนถึง เด็กมัธยม ที่อยู่ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการรักษาความสะอาดของร่างกาย การล้างหน้า แปรงฟัน ตัดเล็บ การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การนอนหลับให้เพียงพอ การรู้จักวัฒนธรรมความปลอดภัย มีอุปนิสัยที่ดีต่อการรักษาสุขภาพ ซึ่งจะเอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกหลานของเรา โดยการกำหนดเนื้อหาที่เหมาะสมตามอายุของเด็กแต่ละช่วงวัย

“นับเป็นนิมิตรหมายอันดีในการเพิ่มพูนบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบและภารกิจในการช่วยเหลือดูแลสุขภาพพลานามัยเชิงรุกอย่างกว้างขวางและเป็นการทั่วไป ซึ่งครอบคลุมรวมทั้งผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้ม กระดูกหักหรือแตก ตลอดจนถึงเด็กเล็ก ตั้งแต่ “ก่อนครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ชาวมหาดไทยทุกคน ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ อสม. รวมถึงพี่น้องทุกคนที่เป็นผู้นำในพื้นที่ ได้ช่วยกันหันมาดูแลสุขภาพพลานามัยตั้งแต่วันนี้ ด้วยการรณรงค์ส่งเสริมสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจให้กับคนทุกช่วงวัย ส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนรู้จักการปฏิบัติตนให้มีอายุยืนยาว มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพกายและใจที่ดี อันจะไปสู่การที่ทุกคนในสังคมไทยมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังปณิธาน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” อันจะหนุนเสริมทำให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” อย่างยั่งยืน”นายสุทธิพงษ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มท. จับมือ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ฯ พัฒนาระบบสารสนเทศดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...