7 ปีภาษียาสูบ '2 อัตรา' ทำบุหรี่เถื่อนพุ่ง-รายได้รัฐหด แนะ รมว.คลัง รื้อใหม่
7 ปีภาษียาสูบ ‘2 อัตรา’ ทำบุหรี่เถื่อนพุ่ง-รายได้รัฐหด แนะ รมว.คลัง รื้อใหม่
เมื่อวันที่ 26 กันยายน แหล่งข่าวจากวงการยาสูบ เปิดเผยว่า จากคำแถลงนโยบายของรัฐบาล จะเห็นได้ถึงความจำเป็นที่ต้องเร่งหารายได้เพิ่มเติมเพื่อใช้จ่ายไปกับสวัสดิการสังคมที่จะเพิ่มขึ้นเพราะไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสุดยอด (Super Aged Society) ภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐและงบประมาณด้านสาธารณสุขมีแนวโน้มจะสูงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจจะมีอัตราการเติบโตไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี ส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะใกล้เต็มเพดานที่ร้อยละ 70 ของจีดีพี ในปี 2570 จึงเป็นความท้าทายเร่งด่วนในการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอย่างเข้มแข็ง และแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะเพิ่มรายได้มีศักยภาพทางนโยบายการคลัง ให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
แหล่งข่าวกล่าวว่า เรื่องการจัดเก็บรายได้นั้น จาการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ของฝ่ายค้านเชื่อว่ารัฐไม่น่าจัดเก็บรายได้เท่ากับที่ประมาณการไว้ในปี 2568 จำนวน 2.9 ล้านล้านบาท พร้อมยกตัวอย่าง กรมสรรพสามิต ที่มีแนวโน้มว่าการจัดเก็บรายได้จะหลุดเป้า ซ้ำรอยงบประมาณปี 2567 ที่ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ที่ 6 แสนล้านบาท แต่เก็บจริงได้เพียง 5.3 แสนล้านบาท เนื่องจากการลดภาษีน้ำมัน การลดภาษีรถยนต์อีวี และการจัดเก็บภาษีบุหรี่ที่พลาดเป้า แต่ในปีงบประมาณ 2568 ยังตั้งเป้าเก็บรายได้ 6.1 แสนล้านบาท
แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่น่าสนใจคือ การเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบ ซึ่งเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ครบรอบ 7 ปีการประกาศใช้ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบแบบ 2 อัตรา ที่แยกเก็บภาษีอัตราต่ำสำหรับบุหรี่ราคาถูก และเก็บภาษีอัตราสูงสำหรับบุหรี่ราคาแพง แต่พบว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยเก็บได้สูงสุดในปีงบประมาณ 2560 จำนวน 6.8 หมื่นล้านบาท ลดลงเหลือ 5.8 หมื่นล้านบาท ในปีงบประมาณ 2566 และมีแนวโน้มลดลงอีกร้อยละ 15 ในปีงบประมาณ 2567 เท่ากับว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบอาจลดลงถึงปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาทในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเติบโตของบุหรี่เถื่อนจากต่างประเทศ และยาสูบที่เสียภาษีในอัตราที่ต่ำมาก เช่น ยาเส้น
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ภาษีสรรพสามิตบุหรี่เคยสร้างรายได้ให้รัฐได้เป็นกอบเป็นกำ คิดเป็นประมาณร้อยละ 14 ของยอดจัดเก็บรวมของกรมสรรพสามิต แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น รัฐบาลจึงควรเร่งแก้ไขปัญหา ซึ่งกรมสรรพสามิตมีการศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่มาไม่ต่ำกว่า 2 ปีแล้ว และได้ข้อสรุปว่าให้ปรับเป็นอัตราเดียวตามหลักสากลต่างๆ แทนการใช้โครงสร้างภาษี 2 อัตรา ที่ไม่มีข้อดี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและนโยบายสุขภาพของภาครัฐเลย
“นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี และรายงานการวิจัยของภาครัฐ รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนให้ปรับภาษียาสูบเป็นอัตราเดียว ดังนั้น ต้องรอดูว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร แต่หากยังคงปล่อยให้มีนโยบายภาษีสรรพสามิตยาสูบแบบเดิมต่อไป นอกจากรายได้ภาษีจะหายไปปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาทแล้ว ในอนาคตอาจไม่เหลือภาษีบุหรี่ให้เก็บอีกเลยก็ได้” แหล่งข่าวกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 ปีภาษียาสูบ ‘2 อัตรา’ ทำบุหรี่เถื่อนพุ่ง-รายได้รัฐหด แนะ รมว.คลัง รื้อใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th