คปภ.โชว์ 3 มิติเรื่อง Open Data ลุยศึกษาแชร์ข้อมูลร่วมกับ ก.ล.ต.
‘ชูฉัตร’ เลขา คปภ. โชว์ 3 มิติ ขับเคลื่อนเรื่อง Open Data เผยอยู่ระหว่างช่วงเริ่มต้นส่งข้อมูลประกันภัยร่วมกับ ก.ล.ต. หวังให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เพื่อพัฒนาระบบนิเวศที่ดีมากยิ่งขึ้น
วันที่ 3 ตุลาคม 2567 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวในงานเปิดตัวโครงการ “Your Data ข้อมูลของคุณสู่บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์” ในหัวข้อ ”เสริมสร้างสิทธิการใช้ข้อมูลสู่บริการประกันภัยที่เข้าใจคุณ“ จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า คปภ. มีการขับเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่อง Open Data ใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย
1.มิติการใช้ข้อมูลในการพัฒนาการบริการและผลิตภัณฑ์ประกันภัย ปัจจุบัน คปภ. ได้มีการพัฒนาแหล่งเก็บข้อมูลประกันภัย ที่เรียกว่า Insurance Bureau System หรือ IBS ซึ่งจัดเก็บแยกข้อมูลในธุรกิจประกันวินาศภัยและธุรกิจประกันชีวิต โดย IBS ในธุรกิจประกันวินาศภัยได้พัฒนาเก็บข้อมูลกรมธรรม์ประกันทุกประเภทมาเป็นระยะเวลา 5-6 ปีแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
และที่ผ่านมา คปภ. ได้มีการสกรีนข้อมูลและได้แชร์ข้อมูลเกือบ 1,000 รายการ กลับไปใช้เพื่อประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ที่ภาคธุรกิจประกันภัยต้องการ เพื่อออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น และมีการกำหนดเบี้ยตามความเสี่ยง (Risk based pricing) เพื่อสอดคล้องกับพฤติกรรมของคน ซึ่งปัจจุบันนี้ธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย มีการใช้ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้กับการประกันภัยสุขภาพ ซึ่งมียอดขายเติบโตเกือบจะดับเบิลดิจิตในแต่ละปี จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจากที่ คปภ. แชร์ข้อมูลให้กับภาคธุรกิจ และก็ได้มีการพัฒนากรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่ขยายความคุ้มครองไปจนถึงอายุ 99 ปีแล้ว จากอดีตความคุ้มครองสูงสุดอยู่ที่ 75 ปี
2.มิติการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันมีระบบรายงานข้อมูลประกันภัยรถภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance System : CMIS) โดยมีฐานข้อมูลอยู่ประมาณ 30 ล้านคัน ในแต่ละปี ซึ่งที่ผ่านมา คปภ. ได้ร่วมมือกับกรมขนส่งทางบกเพื่อเชื่อมข้อมูลระหว่างกัน โดยเวลาประกันรถ พ.ร.บ. ถูกขาย ตัวแทนนายหน้าของบริษัทประกันภัยจะต้องส่งข้อมูลออนไลน์เรียลไทม์มายังถังข้อมูลของ คปภ. ซึ่งกรมการขนส่งทางบกสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันทีเมื่อประชาชนขอจดทะเบียนหรือต่อทะเบียนรถ โดยปัจจุบันให้บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด (บริษทเอกชนจัดตั้งขึ้น) ทำหน้าที่ในการเคลมสินไหม
ขณะที่โรงพยาบาลต่าง ๆ มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่เรียกว่า e-Claim โดยเมื่อไรก็ตามประชาชนผู้ประสบภัยจากรถ ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลจะเช็กข้อมูลรถว่ามีการทำประกันภัย พ.ร.บ.ไว้กับที่ไหน และจะแจ้งกลับไปบริษัทประกันรายนั้น และประชาชนจะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที โดยพบว่าประชาชนที่ประสบภัยจากรถ มีการเคลมเกิดขึ้นประมาณ 4 แสนครั้ง ในแต่ละปี และพบว่าใน 10,000 ครั้ง ไม่มีการทำประกันภัย พ.ร.บ. ขณะที่อีก 300,000 ครั้ง มีการทำประกันภัยและใช้ประโยชน์จากระบบ e-Claim ได้อย่างเต็มที่
“ประชาชนที่ทำประกันภัย พ.ร.บ. จะได้รับความคุ้มครองวงเงินค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 80,000 บาท ซึ่งสถิติของผู้ประสบภัยจากรถ เบิกเคลมแต่ละครั้งเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000 บาทต่อราย ขณะที่หากไม่มีการทำประกันภัย พ.ร.บ. จะเบิกกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้เพียงแค่ค่าเสียหายเบื้องต้น 15,000 บาท” นายชูฉัตรกล่าว
3.มิติเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม Open Insurance ซึ่งปัจจุบัน คปภ. มีข้อมูลประกันภัยที่มากพอสมควร และเปิดโอกาสให้ประชาชนผ่านระบบ OIC Gateway เพื่อเช็กสถานะของตัวเองว่ามีการประกันภัยประเภทไหนบ้าง โดยพบว่าในช่วงโควิดมีการใช้งาน 4-5 หมื่นราย จนระบบล่ม อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้ คปภ. ได้เชื่อมระบบกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เพื่อเชื่อมเข้าไปในระบบของแอปทางรัฐ ซึ่งนอกจากประชาชนจะใช้สิทธิส่วนตัวแล้ว คปภ.ได้ส่งข้อมูลสถิติสำคัญ ๆ เกี่ยวกับการประกันภัยส่งเข้าไปในระบบทางรัฐ เพื่อให้ประชาชนและนักวิเคราะห์สามารถเข้ามาใช้สถิติตรงนี้ได้
อย่างไรก็ตาม การจะเปิดเผยข้อมูลที่จะเชื่อมธุรกิจการเงินและตลาดทุน ที่กำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยขณะนี้ คปภ. ยังอยู่ระหว่างช่วงเริ่มต้นที่จะส่งข้อมูลต่าง ๆ ให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เพื่อจะได้พัฒนาระบบนิเวศที่ดีมากยิ่งขึ้น
“เราเป็นหน่วยงานกำกับ การมองเห็นข้อมูลจึงอาจจะอยู่ในขีดจำกัด ถ้าอะไรก็ตามที่ไม่ขัดต่อข้อมูลทางกฎหมาย PDPA ก็แนะนำ คปภ. ได้ เราพร้อมที่จะแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ไปสู่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อไป ผมเชื่อว่ากลไกการเปิดกว้างทางการเข้าถึงข้อมูล ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันอย่างละเอียด คำนวณความคุ้มครองและค่าเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับตนเอง อีกทั้งยังเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในสิทธิและข้อจำกัดของแต่ละแผนประกัน เพิ่มความโปร่งใสได้อย่างชัดเจน“ เลขาธิการ คปภ.กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คปภ.โชว์ 3 มิติเรื่อง Open Data ลุยศึกษาแชร์ข้อมูลร่วมกับ ก.ล.ต.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net