โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ย้อนอดีต 'ทางรถไฟไนโรบี' การแบ่งแยกแอฟริกาจากนักล่าอาณานิคมชาวสหราชอาณาจักร สู่การกระตุ้น 'การค้า-ศก.' แก่ 'เคนยา' ด้วย 'มาดารากา เอ็กซ์เพรส' จากมิตรสหายที่ชื่อ 'จีน'

THE STATES TIMES

อัพเดต 16 ส.ค. 2567 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2567 เวลา 13.15 น. • Hard News Team

เมื่อวันที่ 14 ส.ค.67 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า "การที่ประเทศหนึ่งจะสร้างทางรถไฟนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ทางรถไฟนำพาให้เกิดประเทศหนึ่งขึ้นมานั้นเป็นเรื่องแปลก" เซอร์ ชาร์ลส์ อีเลียต กรรมาธิการอาณานิคมแอฟริกาตะวันออกแห่งสหราชอาณาจักร (British East Africa) ในเวลานั้นกล่าวในปี 1903

อีเลียต ผู้ซึ่งเว็บไซต์สารานุกรมบริแทนนิกา ระบุว่า เป็นผู้ริเริ่มนโยบายคนผิวขาวสูงส่งกว่าในอาณานิคมแอฟริกาตะวันออกแห่งสหราชอาณาจักร (เคนยาในปัจจุบัน) กล่าวอ้างถึงทางรถไฟรางกว้างหนึ่งเมตรที่ก่อสร้างโดยเหล่านักล่าอาณานิคมชาวสหราชอาณาจักรในแอฟริกาตะวันออกระหว่างปี 1896-1901

ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของการล่าอาณานิคมของอารยธรรมตะวันตก เป็นเส้นทางที่คนผิวขาวใช้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในทวีปแอฟริกาเพื่อแสวงหาการผจญภัยและการล่าอาณานิคม รวมถึงเป็นสักขีพยานในกระบวนการตื่นรู้และต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อเอกราชของเคนยา

การแบ่งแยกแอฟริกาโดยชาวยุโรป

ทางรถไฟไนโรบี ซึ่งถูกก่อสร้างขึ้นระหว่างปี 1896-1901 มีจุดเริ่มต้นที่เมืองท่ามอมบาซาบนชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย และทอดยาวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือจนถึงท่าเรือฟลอเรนซ์ (เมืองคิซูมูในปัจจุบัน) บนชายฝั่งทะเลสาบวิกตอเรีย

รัฐบาลสหราชอาณาจักรก่อสร้างทางรถไฟสายนี้เพื่อควบคุมพื้นที่ลุ่มแม่น้ำไนล์ทั้งหมด แม้เป็นโครงการที่รัฐสภาและสื่อของสหราชอาณาจักรไม่ชอบใจมากเพราะใช้เงินทุนสูงราว 5 ล้านปอนด์ (ราว 225 ล้านบาท) โดยเฮนรี ลาบูเชร์ นักการเมืองสหราชอาณาจักร เคยเขียนบทกวีล้อเลียนว่าเป็น ‘ทางรถไฟสายคนบ้า’

อย่างไรก็ดี สำหรับนักล่าอาณานิคมแล้ว ทางรถไฟสายนี้มีความคุ้มค่า โดยการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ไม่เพียงเป็นก้าวหนึ่งในการแบ่งแยกแอฟริกา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบอาณานิคมแบบจักรวรรดินิยมอีกด้วย

>> ‘งูเหล็ก’ เปื้อนเลือด

ทางรถไฟสายไนโรบีในสายตาชนเผ่าท้องถิ่นเปรียบเสมือน ‘งูเหล็ก’ ที่ข้ามพาดดินแดนของพวกเขาและกลายเป็นลางร้ายสร้างปัญหาความวุ่นวาย โดยการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ที่ยาว 931 กิโลเมตร ใช้แต่แรงงานมนุษย์และเครื่องมือธรรมดาเท่านั้น ขณะวัสดุก่อสร้างต้องขนส่งมาจากที่อื่น

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไนโรบีระบุว่า มีแรงงานสังเวยชีวิตแก่ทางรถไฟสายนี้ 2,493 ราย หรือคิดเป็นผู้เสียชีวิต 4 รายต่อรางรถไฟยาวหนึ่งไมล์ ขณะกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ในท้องถิ่น เช่น กลุ่มชาติพันธุ์มาไซ ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการขยายตัวของการล่าอาณานิคม การต่อต้านของพวกเขาถูกปราบปรามอย่างรุนแรง

ด้าน ลอตเต ฮิวจ์ส นักเขียนชาวสหราชอาณาจักร เจ้าของหนังสือ ‘การเคลื่อนย้ายชาวมาไซ : โชคร้ายของชาวเมืองขึ้น’ ระบุว่า ชาวมาไซจำนวนมากถูกบังคับอพยพย้ายและถูกปล้นเอาส่วนที่ดีที่สุดของดินแดน ซึ่งเป็นชะตากรรมเดียวกันที่กลุ่มชาติพันธุ์คิคุยุในภูมิภาคนี้ต้องประสบพบเจอ

>> การเคลื่อนไหวต่อต้านอาณานิคม

ช่วงทศวรรษ 1930-1940 กระแสต่อต้านปะทุขึ้นในหมู่ชุมชนท้องถิ่นที่ถูกยึดครองที่ดิน ความไม่พอใจของพวกเขานำสู่การเคลื่อนไหวของผู้รักชาติชาวเคนยาหลายหลุ่ม ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มเมาเมา (Mau Mau movement) ที่ประกอบด้วยชาวคิคุยุเป็นหลัก ซึ่งรวมตัวกันภายใต้สโลแกน ‘ดินแดนและเสรีภาพ’ และได้รับการสนับสนุนจากชุมชนท้องถิ่น

เหล่าผู้รักชาติใช้ทางรถไฟสายไนโรบีเดินทางจากสุดขอบหนึ่งไปยังอีกสุดขอบหนึ่งของเคนยาเพื่อเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองเรียกร้องเอกราชของเคนยา ทั้งกล่าวกันว่าประชาชนใช้ทางรถไฟสายไนโรบีในการขนส่งอาวุธแก่ผู้ต่อสู้เพื่อเอกราชด้วย

เดือนตุลาคม 1952 รัฐบาลอาณานิคมของสหราชอาณาจักรประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องด้วยการก่อกบฏของกลุ่มเมาเมา ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการกดขี่นองเลือด ต่อมาปี 1956 มีการจับกุมเดดาน คิมาธี ผู้นำก่อการกบฏ ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ของกลุ่มเมาเมา แต่การก่อกบฏยังคงมีอยู่จนถึงต้นทศวรรษ 1960

โดยเว็บไซต์สารานุกรมบริแทนนิกา ระบุว่ามีกบฏถูกสังหารในการสู้รบมากกว่า 11,000 ราย เมื่อนับถึงสิ้นปี 1956

เคนยาเป็นอิสระจากการปกครองแบบอาณานิคมอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 12 ธ.ค. 1963 และคลื่นแห่งการปลดปล่อยอาณานิคมแผ่กระจายทั่วแอฟริกาในช่วงทศวรรษ 1950-1960 นำสู่การประกาศเอกราชของประเทศในแอฟริการาว 30 แห่ง

>> จากทางรถไฟสายคนบ้าสู่ ‘มาดารากา เอ็กซ์เพรส’

ทางรถไฟรางมาตรฐาน (SGR) สายมอมบาซา-ไนโรบี หรือ ‘มาดารากา เอ็กซ์เพรส’ (Madaraka Express) ซึ่งก่อสร้างโดยจีนและวิ่งขนานกับทางรถไฟสายเก่า กลายเป็นจุดดึงดูดความสนใจจากผู้มาเยือน โดยทางรถไฟรางมาตรฐานสายนี้เปิดทำการวันที่ 31 พ.ค. 2017 หนึ่งวันก่อนวันมาดารากา ซึ่งเป็นวันรำลึกถึงการปกครองตนเองภายในของเคนยาในวันที่ 1 มิ.ย. 1963

มาดารากา เอ็กซ์เพรส ช่วยลดเวลาเดินทางและต้นทุนการบริการขนส่งสินค้าอย่างมาก กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ทั้งยังช่วยกระตุ้นการค้า เศรษฐกิจ และส่งเสริมเมืองเล็ก ๆ ตามแนวทางรถไฟ รวมถึงช่วยเคนยาบูรณาการตัวเองเข้ากับประเทศแอฟริกาตะวันออกแห่งอื่น ๆ

ทางรถไฟสายใหม่นี้ดำเนินงานอย่างราบรื่นต่อเนื่องกว่า 2,300 วันแล้ว ขนส่งผู้โดยสารหลายล้านคนและสินค้าหลายล้านตัน มีส่วนส่งเสริมการเติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจของเคนยาอย่างมาก และเป็นตัวอย่างอันดีของความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางระหว่างจีนกับเคนยา

จากทางรถไฟสายคนบ้าสู่ ‘มาดารากา เอ็กซ์เพรส’ ในวันนี้ เคนยากำลังก้าวสู่อนาคตอันสดใสด้วยทางรถไฟสายใหม่ และค่อย ๆ ปิดฉากอดีตของการเป็นอาณานิคมที่มีทางรถไฟสายเก่าเป็นตัวแทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...