โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หนี้ครัวเรือน เฉลี่ยของคนไทย แตะ 6 แสนบาท ผ่อนหนัก 1.8 หมื่นบาท/เดือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ก.ย 2567 เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2567 เวลา 06.54 น.

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ หอการค้าไทย เผยผลสำรวจ "หนี้ครัวเรือน" เฉลี่ยคนไทย ปี 2567 แตะ 6 แสนบาท เพิ่ม 8.4% ภาระผ่อนสูง 1.8 หมื่นบาท/เดือน สวนทางเงินออม 48% ไม่มีเงินเก็บเลย สาเหตุหลักเป็นหนี้ รายได้ไม่พอรายจ่าย

วันที่ 13 กันยายน 2567 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานผลสำรวจ “สภาพหนี้ครัวเรือนไทย ปี 2567” ว่า ปัจจุบันครอบครัวคนไทยมีสมาชิกเฉลี่ย 4 คน/ครัวเรือน

รายได้ต่อเดือน แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • 5,000 - 15,000 บาท ประมาณ 3%
  • 15,001 - 30,000 บาท ประมาณ 15.2%
  • 30,001 - 50,000 บาท ประมาณ 18%
  • 50,001 - 100,000 บาท ประมาณ 34.7%
  • มากกว่า 100,000 บาท ประมาณ 29.1%

ผลสำรวจชี้ ครัวเรือนไทย 48.1% ไม่มีเงินออม

เมื่อพิจารณาการเก็บเงินออมของครัวเรือนไทย พบว่า “กลุ่มที่ใหญ่สุดราว 48.1% ไม่เคยเก็บเงินออม”

ส่วนที่เก็บเงินออมแต่น้อยกว่าค่าใช้จ่าย 3 เดือน มีสัดส่วน 13.8% ฟากกลุ่มมีเงินออม เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย 3-6 เดือน มีประมาณ 16% และกลุ่มมีเงินออมสูง เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายมากกว่า 6 เดือน มีอยู่ 22.6%

อย่างไรก็ดี หากเทียบกับการเก็บออมเมื่อปีก่อน ผลสำรวจชี้ว่า ผู้บริโภค 46.8% มีการเก็บเงินออมลดลง ส่วนกลุ่มเก็บออมเท่าเดิมมีสัดส่วน 32.1% ด้านกลุ่มเก็บออมเพิ่มขึ้นมีเพียง 8.7% และกลุ่มไม่เก็บออมเลย 12.4%

รายได้ไม่พอรายจ่าย พบ 55% เลือกกู้ยืมเงิน พบ “กดเงินสดจากบัตรเครดิต” สูงสุด

สอดรับกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของครัวเรือน ที่ผลสำรวจพบว่า “46.3% รายได้ครัวเรือนน้อยกว่ารายจ่าย”

เมื่อถามถึงรายได้ต่อค่าใช้จ่ายพอหรือไม่ กลุ่มใหญ่สุด 48.5% เพียงพอและเหลือเก็บ ส่วนกลุ่มเพียงพอแต่ไม่เหลือเก็บมีประมาณ 20.4%

ขณะเดียวกัน กลุ่มรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ต้องกู้ยืมบ้างเป็นครั้งคราวมีสัดส่วนสูง 28.2%

และที่น่ากังวล คือ มีผู้บริโภคราว 2.9% ระบุว่า พวกเขามีรายได้ไม่เพียงพอเป็นอย่างมาก และต้องกู้ยืมเป็นประจำ โดยคนกลุ่มนี้หลัก ๆ เป็นอาชีพอิสระ แบ่งเป็น คนทำงานที่บ้าน 53.9% ค้าขาย 34.9% และรับจ้างทั่วไป 34.1%

สำหรับการแก้ปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย มีผู้ตอบแบบสอบถาม 55% เลือกกู้ยืมจากแหล่งต่าง ๆ อาทิ กดเงินสดจากบัตรเครดิต (24.8%), กู้จากธนาคารพาณิชย์ (23.7%) เป็นต้น

ส่วนผู้บริโภค 25.1% เลือกประหยัดค่าใช้จ่าย, อีก 10.4% เลือกดึงเงินออมมาใช้ และ 9.5% เลือกหารายได้เพิ่ม

ความคิดเห็นต่อค่าครองชีพปัจจุบัน พบว่า

  • 46.7% คิดว่า แย่ลงมาก
    • 33.8% คิดว่า แย่ลงปานกลาง
    • 15.8% คิดว่า แย่ลงน้อย
    • 3.8% คิดว่า ไม่กระทบเลย

15 ปี หนี้ครัวเรือนเฉลี่ยพุ่ง 322% จากปี 52 เพียง 1.43 แสนบาท สู่ 6 แสนบาท ในปี 67

ภาระหนี้สินครัวเรือนแยกตามรายปี พ.ศ. 2552-2567 (ยกเว้นปี 2564 ไม่ได้เก็บข้อมูล จากปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด) มีดังนี้ (ดูตารางประกอบ)

โดยในปี 2567 หนี้สินครัวเรือนเฉลี่ยคนไทยอยู่ที่ 606,378 บาท เพิ่มขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับปี 2566 (yoy) แต่หากเทียบกับปี 2552 หรือรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ที่มีหนี้สินครัวเรือนเฉลี่ยเพียง 143,476 บาท จะเพิ่มขึ้น 322%

ส่วนการชำระหนี้เฉลี่ยในปี 2567 อยู่ที่ 18,787 บาท/เดือน เพิ่มขึ้น 12.22% (yoy)

  • หนี้ในระบบ 17,299 บาท/เดือน เพิ่มขึ้น 44% (yoy)
    • หนี้นอกระบบ 6,518 บาท/เดือน เพิ่มขึ้น 38%

ประเภทหนี้สูงสุด 3 อันดับแรก พบว่าเป็น หนี้บัตรเครดิตสูงสุด 60.2% รองลงมาเป็น หนี้ยานพาหนะ 47.1% และหนี้ส่วนบุคคล (อุปโภคบริโภค) 40.1%

ส่วนวัตถุประสงค์ในการกู้ยืมช่วง 1 ปีนี้ มีดังนี้

  • ใช้จ่ายอุปโภคบริโภค 24.3%
    • บัตรเครดิต 20.7%
    • ใช้หนี้เก่า 18.6%
    • ประกอบธุรกิจ 11.7%
    • ที่อยู่อาศัย 9.9%
    • ยานพาหนะ 6.8%
    • การศึกษา 3.4%
    • รักษาพยาบาล 2.6%
    • อื่น ๆ 2%

ทั้งนี้ สาเหตุที่หนี้เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากรายได้ไม่พอรายจ่าย (14%), มีเหตุต้องใช้เงินฉุกเฉิน (12.4%), ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น (12%)

โดยผลสำรวจยังพบอีกว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 71.6% เคยประสบปัญหาขาดการผ่อนชำระหนี้ และผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจาก เศรษฐกิจไม่ดี (46%), รายได้ลดลง (34.7%), มียอดชำระเพิ่มขึ้น (11.3%), ตกงาน (7.3%) และอื่น ๆ (0.7%)

อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า อีก 6 เดือนถึง 1 ปี มีโอกาสประสบปัญหาผ่อนชำระหนี้ระดับมาก 34.2% ระดับปานกลาง 29.1% และระดับน้อย 29.9% ส่วนอีก 6.8% ไม่มีปัญหาผ่อนชำระหนี้

ในกรณีมีเงินไม่พอชำระหนี้ทั้งหมด ผู้บริโภคจะเลือกชำระหนี้ที่อยู่อาศัยก่อนถึง 27.1% ตามมาด้วยหนี้ยานพาหนะ 26.8% ส่วนบัตรเครดิตมาเป็นอันดับสามที่ 23.7% และเลือกจ่ายสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นลำดับสุดท้ายที่ 23.4%

สำหรับปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทย (ณ ไตรมาส 1 ปี 2567 อ้างอิง ธปท.) อยู่ที่ 90.8% ต่อ GDP แบ่งเป็น

  • สินเชื่อบ้าน 34%
    • สินเชื่อเช่าซื้อ 11%
    • บัตรเครดิต 3%
    • สินเชื่อส่วนบุคคล 25%
    • สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ 18%
    • อื่น ๆ 9%

📌 อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...