โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“Global Allocation” เดินหน้าฝ่ามรสุม “ศก.โลกชะลอตัว-ตลาดผันผวน”... “5 กองทุน” ผลงานเด่นปีนี้ โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +10.41% !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2567 เวลา 09.37 น. • โต๊ะกองทุน WealthyThai

Fun of Funds: เพราะ “โอกาสการลงทุนในโลก” มีอยู่มากมาย และ “ประเทศไทย” เองเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของโลกการลงทุนเท่านั้น
การจำกัดตัวเองไว้กับการลงทุนในประเทศเพียงอย่างเดียว อาจทำให้คุณพลาดโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าไปง่ายๆ
ในขณะที่ “หุ้นไทย” ไม่ดี “หุ้น” หลายประเทศยังคงเดินหน้าให้ผลตอบแทนที่ดี เช่น สหรัฐ, อินเดีย หรือเวียดนาม เป็นต้น
หรือใครขยับไปลงทุน “พันธบัตรสหรัฐ” ระยะสั้น ผลตอบแทนระดับ 5% ดีกว่า “พันธบัตรไทย” ในขณะที่เครดิตก็ดีกว่า (ไม่คิดเรื่องความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน) เป็นต้น
ที่สำคัญหุ้นบางกลุ่ม หุ้นบางตัว ก็ไม่มีให้ลงทุนในไทย รวมถึงตราสารหนี้บางประเภท หรือสินทรัพย์บางอย่างด้วยเช่นกัน
นี่จึงทำให้กองทุน Global Allocation” ก้าวมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุนของคนไทย และมีสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของ “กองทุนผสม” ของไทยในปัจจุบันที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท
เป็นทางเลือกที่จะทำให้คุณสามารถ “ลงทุนได้ตลอดเวลา” ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Global Allocation” มาฝากกัน

Global Allocation” ลงทุนได้ทุกภาวะตลาด…จุดเด่นด้านการ “กระจายความเสี่ยง”

สำหรับกองทุนประเภท Global Allocation” เป็นกองทุนผสมที่มีนโยบายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก โดยปัจจุบันกองทุนประเภทนี้มีขนาดทรัพย์สินโดยรวมประมาณ 1 แสนล้านบาท
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุในรายงานว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ขนาดทรัพย์สินของกองทุน Global Allocation” มีการเติบโตกว่า 25% และยังเติบโต 16% ในปีนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาสินทรัพย์ในตลาดโลกที่ฟื้นตัวเพิ่มขึ้น และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุน โดยในปีนี้กองทุน Global Allocation” มีเงินลงทุนสุทธิกว่า 1 หมื่นล้านบาท และนับเป็นกลุ่มกองทุนที่มีเงินลงทุนสุทธิสูงที่สุดเป็นอันดับ 5 เมื่อเทียบกับประเภทกองทุนทั้งหมด อีกทั้งยังนับเป็นประเภทกองทุนที่มียอดเงินลงทุนสูงสุดในกลุ่มที่ไม่ใช่ “กองทุนตราสารหนี้”

“จุดเด่นของกองทุน ‘Global Allocation’ คือการกระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ ซึ่งโดยปกติจะมีการลงทุนในสินทรัพย์หลักคือหุ้นและตราสารหนี้ ซึ่งตามทฤษฎีแล้วทั้งสองสินทรัพย์จะมีระดับความสัมพันธ์ที่แปรผกผันกัน คือ เมื่อสินทรัพย์หนึ่งปรับตัวลดลง อีกสินทรัพย์หนึ่งจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงทำให้ระดับความผันผวนของผลตอบแทนของกองทุนผสมจะอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก ทั้งนี้ กองทุนในกลุ่ม ‘Global Allocation’ มีผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ -17% ถึง 6% ซึ่งนับว่าอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้หรือหุ้นเพียงอย่างเดียว”
โดยในปีที่ “ตลาดหุ้น” ปรับตัวลงลงรุนแรงอย่างเช่นในปี2022 ที่ “กองทุนหุ้น” ปรับตัวลดลงถึง -27% แต่ Global Allocation” ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของตลาดในระดับที่น้อยกว่า โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบเพียงครึ่งหนึ่งของกองทุนหุ้น ในทางกลับกันในปีที่ผลตอบแทนของ “กองทุนตราสารหนี้” ปรับตัวติดลบอย่างเช่นในปี2020 จะเห็นได้ว่าเป็นปีที่ผลตอบแทนของ “กองทุนหุ้น” ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด ส่งผลให้กองทุน Global Allocation” ยังคงรักษาผลตอบแทนที่ดีได้เช่นกัน

Global Allocation” มีกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย…เปิด 5 กองผลงานดีสุดปีนี้ โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ยสูง 10.41%

ปัจจุบันกองทุนในกลุ่ม Global Allocation” ค่อนข้างมีความหลากหลายทั้งในด้านประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุนและกรอบน้ำหนักการลงทุนในแต่ะละสินทรัพย์/ภูมิภาค โดย Global Allocation” ที่มีการเสนอขายในไทยปัจจุบัน มีทั้งโครงสร้างกองทุนแบบ Fund of funds, Feeder fund และการลงทุนแบบผสมผสานระหว่างการลงทุนตรงในหลักทรัพย์และการลงทุนผ่านกองทุนรวมในตลาด

“นอกจากนี้ บาง บลจ. ยังได้มีการจัดกลุ่มกองทุนย่อยสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แตกต่างกัน หรือบาง บลจ. อาจมีทั้งกองทุนสำหรับนักลงทุนทั่วไป และนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในด้านการลงทุนและสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้สูงกว่า เพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์ให้นักลงทุนได้ดียิ่งขึ้น”
สำหรับ 5 กองทุน Global Allocation” ที่มีผลงานดีสุดในปีนี้ (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนกองทุนที่มีนโยบายเดียวกัน) สามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +10.41% นำมาโดย
1) “SCBRMGWP” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ทำผลตอบแทนได้ +12.95%
2) “UEMIF-A” ของบลจ.ยูโอบี +11.21%
3) “SCBRMGW” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +10.02%
4)K2035RMF” ของบลจ.กสิกรไทย +8.95%
5) “AIA-GAA” ของบลจ.เอไอเอ +8.94%
ปัจจุบันโลกการลงทุนเปิดกว้างขึ้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะใน “ประเทศไทย” อีกต่อไป การออกไปลงทุนต่างประเทศผ่าน “Global Allocation” เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามด้วยความหลากหลายของกลยุทธ์การลงทุนที่มีเอง นักลงทุนจึงควรทำความเข้าใจและพิจารณากลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเองก่อนการลงทุนด้วยเช่นกัน
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...