โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังตัวเลขการจ้างงานต่ำกว่าที่คาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2566 เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2566 เวลา 12.21 น.
ภาพ : pixabay

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังตัวเลขการจ้างงานต่ำกว่าที่คาด ตลาดยังคงให้น้ำหนักกว่า 92% ว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมรอบเดือนกรฎาคมนี้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศนักลงทุนจับตาการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค.นี้

วันที่ 10 กรฎาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/7) ที่ระดับ 35.10/11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 35.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

โดยในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา กรมสถิติแรงงานของสหรัฐได้มีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนมิถุนายนว่าเพิ่มขึ้น 209,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาการณ์ไว้ที่ 230,000 ตำแหน่ง และต่ำกว่าตัวเลขในเดือนพฤษภาคมที่อยู่ที่ 306,000 ตำแหน่ง

ซึ่งตัวเลขการจ้างงานที่ออกมานั้นค่อนข้างผิดไปจากที่นักลงทุนได้คาดหวังไว้เนื่องจากเมื่อวันพุธ (5/7) ทางหน่วยงาน Automatic Data Processing (ADP) ได้มีการเปิดเผยว่ามีการจ้างงานในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์และมากกว่าในเดือนพฤษภาคมถึง 2 เท่า ทำให้ตลาดคาดว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรจะสูงขึ้นตามไปด้วย

แต่หลังจากตลาดได้มีการรับข่าวตัวเลขอัตราการว่างงานในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 3.6% ซึ่งออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่น้อยกว่าในเดือนพฤษภาคมที่อยู่ที่ 3.7% ส่วนตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.4% ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบรายปี ซึ่งทรงตัวจากในเดือนพฤษภาคม และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.2%

แต่ทั้งนี้ตลาดยังคงให้น้ำหนักกว่า 92% ว่า FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมรอบที่จะถึงนี้ (25-26/7) เนื่องจากเป้าหมายหลักของ FED คือการทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย ทั้งนี้ตลาดยับจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ เนื่องจากเป็นตัวเลขที่สำคัญเพื่อกำหนดทิศทางในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED คือดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนที่จะประกาศในคืนวันพุธ (12/7)

โดยคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 3.1% เมื่อเทียบรายปี จากที่เคยอยู่ที่ระดับ 4.0% ในเดือนพฤษภาคม และจะมีตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตในวันพฤหัสบดี (13/7) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 0.4% เมื่อเทียบรายปี

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ตลาดจับตาดูการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ (13/7) โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.07/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.14/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/7) ที่ระดับ 1.0961/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 1.0880/81 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

โดยทางผู้ว่าธนาคารกลางยุโรปได้มีการคาดการณ์ว่าจะยังมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป เนื่องจากเงินเฟ้อของยูโรโซนยังคงค่อนข้างอยู่ในระดับสูง และทางธนาคารกลางยุโรปก็ต้องการให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% ทั้งนี้รหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0946-1.0973 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0968/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/7) ที่ระดับ 142.50/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 143.11/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ค่าเงินเยนยังคงค่อนข้างอ่อนค่า โดยทางตลาดจับตาดูว่าทางตลาดจับตาดูว่าทางญี่ปุ่นจะมีการเข้าแทรกแซงค่าเงินหรือไม่

แต่ที้งนี้ทางกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นออกมากล่าวในทำนองที่ว่า ญี่ปุ่นจะยังไม่เข้าแทรกแซงค่าเงิน หากค่าเงินเยนยังไม่ได้อ่อนค่าอย่างรวดเร็วมาเกินไป รวมถึงหากค่าเงินเยนยังไม่แตะระดับ 150 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ คงเป็นไปได้ยากที่จะเข้าแทรกแซง

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.24-143.01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 142.37/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี (CPI) ประจำเดือนมิถุนายน (11/7), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI) ประจำเดือนมิถุนายน (12/7), ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ประจำเดือนมิถุนายน (13/7), การยื่นขอสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (13/7), ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ (14/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11.7/11.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.35/-9.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...