โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บิ๊กซี” กางแผนปี 66-67 ทุ่มงบฯ 1 หมื่นล้าน รีโนเวต-ขยายสาขา ทั้งไทย-เทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2566 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2566 เวลา 15.01 น.

“บิ๊กซี” หวังเข้าตลาดหุ้นปลายปี 2566 พร้อมทุ่มงบลงทุนปีละ 10,000 ล้านบาท ในปี 2566-67 รองรับการขยายสาขาใหม่ทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ รวมทั้งปรับปรุงสาขาเดิม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 7 มิถุนายน 2566 นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น (BRC) กล่าวว่า สำหรับการเติบโตของผลการดำเนินงานของบริษัทยังเห็นการเติบโตต่อเนื่อง และฟื้นขึ้นมาหลังจากโควิด-19 คลี่คลาย โดยในปี’65 มีสัดส่วนรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 106,084 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ 89% ธุรกิจค้าส่ง 9% และธุรกิจอื่น ๆ 2%

ซึ่งล่าสุด BRC ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยคาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้น IPO และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ภายในปี’66

ครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกในครึ่งปีหลังของปี’66 ยังเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องในธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะกำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาช่วยหนุน หลังจากการเปิดประเทศของไทยที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากขึ้น และไทยถือเป็นประเทศ Top of mind ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ประกอบกับการจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศก็กลับมาคึกคักมากขึ้น ซึ่งเห็นจากยอดขายสาขาเดิมของบิ๊กซีที่กลับมาเติบโตขึ้นในไตรมาส 1/66 ที่ผ่านมา และยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง

โดยกลยุทธ์ของบริษัทจะเน้นไปที่การปรับปรุงพัฒนาสาขาเดิมให้ทันสมัยมากขึ้น และเข้าถึงคนในยุคใหม่ มีพื้นที่ในการเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าต่าง ๆ พื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต รวมถึงพื้นที่ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในบิ๊กซี เช่น การรีโนเวตใหญ่ของสาขาบิ๊กซี รัชดาฯ และบิ๊กซี ลำลูกกา เป็นบิ๊กซี เพลส ที่จะมีพื้นที่เช่าและพื้นที่ทำกิจกรรมที่สามารถใช้เวลาในห้างเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนในการพัฒนาปรับปรุงสาขาในจุดแหล่งท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้า เช่น การรีโนเวต บิ๊กซี ราชดำริ ซึ่งเป็นสาขาสำคัญที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

มุ่งขยายตลาดต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้ามุ่งการขยายตลาดในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งบริษัทได้เข้าไปขยายธุรกิจแล้วทั้ง 3 ประเทศ

“ถือได้ว่า BRC เป็นเบอร์ 1 แล้วในประเทศลาว และกำลังจะเริ่มเปิดบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์สาขาแรกในลาว พร้อมมองโอกาสของประเทศลาว คาดว่าจะรองรับไฮเปอร์มาร์เก็ตของบิ๊กซีได้ 10 สาขาเป็นอย่างน้อย”

ในส่วนตลาดกัมพูชาและเวียดนามก็กำลังเดินหน้าขยายตัว โดยแย้มว่าห้างค้าปลีกค้าส่งในเวียดนาม “MM Mega Market” ซึ่งอยู่ในเครือ BJC เช่นกัน จะถูกโอนย้ายมาอยู่ในพอร์ตของ BRC ด้วย และจะเปลี่ยนชื่อเป็น “Big C Mega Market” ในอนาคต

ปี 2566-67 ทุ่มงบลงทุนปีละ 1 หมื่นล้าน

ด้านนางดุษณี เมอร์ลิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน BRC เปิดแผนลงทุนปี 2566-67 ของบริษัทวางแผนลงทุนเฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนการลงทุนโดยคร่าว ๆ จะเป็นการรีโนเวตสาขาเดิม 23% ลงทุนในประเภทร้านค้าขนาดใหญ่ (ไฮเปอร์มาร์เก็ต) 20% ลงทุนในร้านค้าขนาดเล็ก (บิ๊กซี มินิ) 17% ลงทุนในบิ๊กซี ฟู้ด เซอร์วิส 11% และลงทุนในตลาดต่างประเทศอีก 8-10%

พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศเพิ่มเป็น 20-40% ของยอดขายรวมภายใน 5-7 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศ 10% ของยอดขายรวม

ทั้งนี้ บริษัทมีสาขาในปัจจุบันรวมกว่า 1,741 สาขา ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยแบ่งเป็นประเภทร้านค้าขนาดใหญ่ 200 สาขา, ประเภทร้านค้าขนาดเล็ก 1,518 สาขา และประเภทอื่น ๆ เช่น ตลาดนัด, บิ๊กซี ฟู้ด เซอร์วิส, บิ๊กซี ดีโป้ รวม 23 สาขา รวมถึงมีธุรกิจประเภทค้าส่ง และธุรกิจอื่น เช่น ร้านขายยาเพรียว, ร้านกาแฟวาวี, ร้านหนังสือเอเชียบุ๊คส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...