โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic จิ๋ว จัดจ้าน เอาเรื่อง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2566 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2566 เวลา 12.32 น.
Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic

คอลัมน์ : เทสต์คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

หลังจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์คอมแพ็กต์ซีดาน ไซซ์เล็ก อย่าง The new A-Class โมเดล 2023 ซึ่งถือเป็นรถเจเนอเรชั่นที่ 4 ของตระกูลนี้ สำหรับรุ่น A 200 AMG Dynamic รุ่นนี้ เป็นรุ่น “ประกอบในประเทศ” ซึ่งแน่นอนว่าเป็นความตั้งใจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ที่ต้องการทำให้ราคาจำหน่ายมีความย่อมเยา ให้ลูกค้าในกลุ่ม “เริ่มต้น” หรือระดับ Entry Luxury เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญ ยังสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้พอฟัดพอเหวี่ยง

สำหรับ เอ-คลาส ใหม่ A 200 AMG Dynamic จริง ๆ แล้วถือเป็นการ facelift หรือไมเนอร์เชนจ์ ปรับโฉมเน้นไปที่ความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว สไตล์สปอร์ตซีดานยุคใหม่ พร้อมปรับราคาขายเพิ่มขึ้นอีกราว ๆ 150,000 บาท โดยขายอยู่ที่ 2.32 ล้านบาท

การออกแบบอย่างที่บอกว่า เน้นความเป็นสปอร์ตซีดาน ที่โดดเด่นสะดุดตาด้วยชุดแต่ง AMG Bodystyling รอบคัน ไล่เรียงมาตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ star pattern radiator grille ฝากระโปรงหน้าแบบ power dome ออกแบบให้มีมิติสไตล์สปอร์ต

A 200 AMG

ไฟหน้า LED high-performance ให้ลำแสงเป็นแบบ reflection technology มีระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ adaptive highbeam assist ส่วนล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต AMG 5-twin-spoke สีดำ

เรียกว่ามองจากภายนอก มีครบ ทั้งความโฉบเฉี่ยว หรูหรา กับขนาดที่กะทัดรัด

ส่วนภายในห้องโดยสาร ไม่ได้คับแคบ เบนซ์นำพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นแบบเดียวกับในรุ่นพี่ ซี-คลาส เข้ามาใช้ ตกแต่งด้วยหนัง Nappa เบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO สไตล์สปอร์ต ตัดสลับ MICROCUT microfibre สีดำ เดินด้วยด้ายสีแดง เบาะนั่งคู่หน้า ปรับไฟฟ้าพร้อมบันทึกความจำแบบ memory seat มีระบบดันหลัง 4 ทิศทาง

A 200 AMG

ห้องโดยสารดูโปร่ง โล่ง ด้วยหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความบันเทิงครบครัน กับระบบปฏิบัติการมัลติมีเดียเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด “MBUX7” ที่เพิ่มระบบ AI ที่มาเรียนรู้และประเมินพฤติกรรมและการใช้งานของแต่ละผู้ใช้งาน รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง 27 ภาษา

หน้าจอแสดงข้อมูลขับขี่ ฝั่งคนขับขนาด 10.25 นิ้ว ส่วนหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ thermotronic แยกปรับอุณหภูมิ 2 โซน เพิ่มช่องปรับอากาศผู้โดยสารตอนหลัง เช่นเดียวกับระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงหลัง hands-free access

มีระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย พร้อมช่อง USB Type-C 4 ช่อง แถมใส่ไฟ ambient light รอบห้องโดยสารแบบปรับได้ 64 เฉดสี

A 200 AMG

ในส่วนของการขับขี่นั้นยอมรับเลยว่า หากไม่ได้มานั่งดูสเป็กของเครื่องยนต์ แทบจะไม่เชื่อนี้คือ เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร เท่านั้น แต่ความจัดจ้านตลอดเส้นทาง ทั้งการขับฝ่ารถติดในเมือง ออกมาสู่ ถ.พระรามที่ 2 นั้น ทำให้เข้าใจ เครื่องยนต์น่าจะบล็อกใหญ่กว่านี้

เบนซ์พัฒนาเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตรแบบ 4 สูบแถวเรียง พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ สำหรับรถคันนี้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ชนิดที่เรียกว่า จัดจ้าน โดนใจ มีการติดตั้งระบบ cylinder shut-off ที่ทำให้เครื่องยนต์สามารถขับเคลื่อนด้วยลูกสูบเพียง 2 ลูกสูบ เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ

ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด กับพร้อมแบบคลัตช์คู่ ระบบอัดอากาศ turbocharger สามารถรีดกำลังออกมาสูงสุดถึง 163 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620-4,000 รอบต่อนาที ส่วนอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 8.3 วินาที

มีโหมดขับขี่มาให้เลือกถึง 4 โหมด ได้แก่ Eco, Comfort, Sport และ Individual ซึ่งสามารถปรับใช้ตามความเหมาะสมในแต่ละรูปแบบการใช้งาน แต่โดยหลัก ๆ เราเลือกขับระหว่างโหมด Eco ก็เกินพอ แม้ว่าจะเป็นรถซีดานขนาดเล็กสุดในตระกูล แต่ A 200 AMG Dynamic คันนี้ ไม่น้อยหน้ารุ่นพี่

A 200 AMG

กำลังเครื่องยนต์ดี ความคล่องตัว ด้วยความเป็นรถขนาดกะทัดรัด ทำให้จังหวะเปลี่ยนเลน แซงขึ้น-ลงทำได้ดี ส่วนช่วงล่างไม่ถึงกับนุ่มนวล แต่ค่อนไปทางดิบ กระด้าง สไตล์สปอร์ต

ระบบช่วงล่างแบบ lowered comport suspension หากผู้ใช้งานที่ชื่นชอบ และถามหาความนุ่มนวล ตรงนี้อาจจะไม่ถูกใจนัก เบนซ์ยังใส่ paddle shift เข้ามาให้เพื่อเปลี่ยนที่พวงมาลัย

จุดหนึ่งคือยังมีฟังก์ชั่น ระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหลือเพียง 2 ลูกสูบ โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อขับช่วงความเร็วตํ่ากว่า 80 กม.ต่อ ชม. และยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง ก็จะมีสัญลักษณ์ตัว D สีเขียว ขึ้นมาโชว์ นั่นหมายความว่าระบบทำงานแล้ว รอบเครื่องยนต์ให้ตํ่ากว่า 1,000 รอบ

ส่วนอัตราสิ้นเปลืองนั้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ เคลมไว้ที่ 16.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แถมยังสามารถรองรับน้ำมันสูงสุดได้ถึง E85 ตามมาตรฐาน EURO6 ส่วนสนนราคาค่าตัว

สำหรับรถในรุ่นเริ่มต้น Entry Luxury อย่าง The new A-Class รุ่น A 200 AMG Dynamic ก็ถือว่าน่าสนใจ สำหรับผู้ที่จะเริ่มต้นเข้ามาสู่ถนนแห่งดวงดาว

A 200 AMG

คลิปรีวิว

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...