โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเท่าไหร่ ถึงโดนจับ “เมาแล้วขับ”

Car2day

อัพเดต 22 มิ.ย. 2565 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 07.43 น. • Car2Day

สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หนึ่งในนั้นคือการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์จนเมาแล้วฝืนขับรถ ซึ่งการเมาแล้วขับนั้นเป็นสิ่งที่รัฐรณรงค์ไม่สนับสนุน และมีการออกบทลงโทษออกมาไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้คนมากมายฝ่าฝืนจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แล้วถ้าหากเรามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ยังไม่รู้สึกว่าเมาล่ะ? ตำรวจจะมีสิทธิจับเราหรือไม่? คำตอบคือ เกณฑ์ในการจับลงโทษผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่ได้ใช้ความรู้สึก แต่ใช้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเป็นตัวชี้วัด

ตาม กฎกระทรวงฉบับที่ 21 พ.ศ. 2550 ออกความใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ระบุว่า ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถือว่าคนผู้นั้นเมาสุรา ยกเว้นผู้ขับขี่ใน 4 กรณีต่อไปนี้ ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถือว่าคนผู้นั้นเมาสุรา คือ

  • ผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • ผู้ขับขี่ที่มีใบขับขี่ชั่วคราว (ใบขับขี่อนุญาตแบบ 2 ปี)
  • ผู้ขับขี่ที่มีใบขับขี่ประเภทอื่น ซึ่งใช้แทนกันไม่ได้
  • ผู้ขับขี่ที่ถูกยกเลิกใบขับขี่ หรืออยู่ระหว่างการพักใช้งานใบขับขี่

เมาแล้วขับ

สำหรับบทลงโทษหากคุณถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 มีดังนี้

  • เมาแล้วขับ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือยกเลิกใบอนุญาตขับขี่
  • เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือยกเลิกใบอนุญาตขับขี่
  • เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส จำคุกตั้งแต่ 2-6 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000-120,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือยกเลิกใบอนุญาตขับขี่
  • เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต จำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และยกเลิกใบอนุญาตขับขี่ทันที

นอกจากนั้นการเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ประกันรถยนต์ที่คนผู้นั้นทำไว้อาจจะ ไม่คุ้มครอง ด้วยเช่นกัน ซึ่งมันมีเงื่อนไขที่ถูกกำหนดไว้ ดังนี้

สำหรับ พ.ร.บ.รถยนต์ จะคุ้มครองผู้เอาประกันรถยนต์และคู่กรณี โดยไม่พิสูจน์ความถูกหรือผิด ซึ่งจะจ่ายเป็นค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่ารักษาพยาบาล แต่จะไม่ชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของผู้เอาประกัน

สำหรับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

  • ถ้าแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประกันรถยนต์จะคุ้มครองทั้งผู้เอาประกันและฝ่ายที่เสียหาย
  • ถ้าแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประกันรถยนต์จะไม่คุ้มครองผู้เอาประกัน แต่จะยังคงคุ้มครองฝ่ายที่เสียหายตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ซื้อไว้ ซึ่งบริษัทประกันจะไล่เบี้ยค่าเสียหายทั้งหมดจากผู้เอาประกันเพื่อนำไปชดใช้ให้ผู้เสียหายในลำดับถัดไปอีกด้วย

อ้างอิง : tidlor.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...