กำแพงขวางหัวใจ วาเลนไทน์หวาน-ขม ‘เพราะรักบังคับไม่ได้’
ความรักมีหลายรูปแบบ แน่นอนว่าแต่ละคนให้นิยามต่างกันในเทศกาลแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นอีกปีที่ประเทศไทยยังปัดตกกฎหมายไปหลายครา ปิดประตู โอกาสไม่ให้คู่รักหลากเพศสมรสได้อย่างเท่าเทียม แต่กลับไฟเขียวผ่าน พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่เสี่ยงจะบรรจุไม่ทันการพิจารณาในสภา ซึ่งนับถอยหลังหมดวาระในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
คล้ายว่าการต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียมทางเพศเริ่มแผ่วลง แต่ยังคงมีการเคลื่อนไหว ออกมาเรียกร้องอยู่อย่างต่อเนื่อง รอเพียงเวลาที่จะผลักดันต่อไปให้สำเร็จ
เพราะเหล่าผู้รักในสิทธิ จะไม่ยอมให้กฎหมายขีดเส้นจำกัดเสรีภาพของประชาชน จนลามไปถึงเรื่องของหัวใจ
‘มือถือสาก ปากถือศีล’
สังคมวนลูป สมรสไม่เท่าเทียม
“ความรักต้องทำให้เรามีความสุข ตราบใดที่มีความทุกข์นั่นไม่ใช่ความรักแล้ว”
คือนิยามความรักของ บุญรอด อารีย์วงษ์ หรือ “บุญรอด” ยูทูบเบอร์ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ จากช่อง Poocao Channel หนึ่งในผู้พิการ ป่วยเป็นมะเร็งตับตั้งแต่อายุ 3 เดือน ทำให้หลังจากการรักษาเกิดปัญหาด้านการเคลื่อนไหวและการพูด
ในฐานะนักศึกษาปริญญาโท คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเล่ามุมมองที่มีต่อสังคมไทย ว่าเป็นแบบ “มือถือสาก ปากถือศีล” หมายความว่า ปากพูดยอมรับเรื่องเพศเดียวกัน แต่ในใจไม่ยอมรับ ยังมีกำแพงบางอย่างที่กั้นขวาง
“ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หรือใครก็แล้วแต่ ที่ปากบอกยอมรับ แต่จริงๆ แล้วก็มีขนบธรรมเนียมเก่าๆ ฝังรากลึกไปเยอะมาก ว่ามีแค่ 2 เพศ คิดว่าบางครั้งมันปิดกั้นโอกาสคนที่จะมารักเรา อย่างครอบครัว หรือเพื่อนเรา สมมุติมีแฟนจะพาแฟนเข้าบ้าน พ่อแม่ไม่ยอมรับ ก็เป็นอุปสรรคต่อความรักที่เกิดขึ้น
“เรื่องสมรสเท่าเทียม ความจริงตัวเองอยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เพราะในไทยนั้นแย่ รู้สึกเหมือนจะผลักดันได้ แล้วเมื่อไหร่ เราคุยเรื่องนี้มากี่ปีแล้ว วนลูปกับเรื่องนี้มานานมากแล้ว ทุกครั้งที่มีเดือน Pride Month ประเด็นนี้ก็จะผุดขึ้นมาแล้วก็หายไป แล้วเมื่อไหร่เรื่องนี้จะสำเร็จสักที ก็หวังว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้” บุญรอดเผย
ส่วนประเด็นที่รัฐเข้ามากำหนดกฎเกณฑ์แม้กระทั่งในเรื่องความรัก บุญรอด คิดว่า เด็กรุ่นใหม่เขาอยากรักในสิ่งที่ตัวเองอยากรักมากกว่า ไม่ใช่คิดว่าฟังผู้ใหญ่ทุกอย่าง เด็กรุ่นใหม่โตมาก็เห็นอะไรมากขึ้น เรียนรู้มากขึ้น ก็เลือกที่จะรักได้
บุญรอด ยังเอ่ยถึงความสัมพันธ์ในปัจจุบันอีกว่า ตอนนี้ก็มีความรัก มีแฟนอยู่คบมาได้ประมาณ 4-5 เดือนแล้ว โดยเริ่มต้นจากการเป็นแฟนคลับที่ติดตามมานาน แล้วสานสัมพันธ์ต่อในแพลตฟอร์มออนไลน์
“ที่ผ่านมามีอุปสรรคมาก หมายความว่าตัวเองหาความรักยากมาก แต่เราไม่ได้ไขว่คว้า เวลาคบใครและคุยกับใคร จะมีอุปสรรคเกิดขึ้นตลอด เรื่องอุปสรรคร่างกายต่างๆ ที่ปากเขาบอก ยอมรับได้ แต่จริงๆ เขายอมรับไม่ได้หรอกว่าเป็นอย่างไร จนเรามาเจอคนนี้ที่เขาติดตามมานานแล้ว รู้แล้วว่าเราไม่แข็งแรง รู้แล้วว่าเราเป็นอย่างไร จึงง่ายต่อการคุยกัน เขายอมรับเราได้แล้ว” บุญรอดเล่า
ส่วนของขวัญวันวาเลนไทน์ที่อยากได้ปีนี้ บุญรอด ขอเพียงความรักจากแฟนที่มอบให้มาเสมอ
“รักเราอย่างนี้เรื่อยๆ ไป ให้มีความสุขซึ่งกันและกัน จะได้ไม่เป็นทุกข์”
ความรักบังคับไม่ได้
กฎหมายตีกรอบ
หมดสิทธิแม้แต่เลือกชีวิตคู่?
มาถึงผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่างยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่ได้เปิดมุมมองถึงความรักว่า ความรักบังคับไม่ได้ เราตีกรอบได้ว่าเราจะรักคนแบบไหน แต่สุดท้ายก็ได้ไม่มาก บางครั้งเป็นเรื่องของความรู้สึกด้วย ไม่ใช่เหตุผลอย่างเดียว การบังคับให้รักมีผลเสียคือจะยิ่งไม่รัก บางสิ่งที่ดีเราอาจจะรัก หรือไม่รักก็ได้ เพราะเป็นเรื่องความรู้สึก จากเดิมที่เฉยๆ แต่พอถูกบังคับมากๆ อาจจะมีความรู้สึกเชิงลบเกิดขึ้นได้ ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่ไร้ที่ติ แต่ถ้าเป็นความรักที่พยายามบอกว่ารักสิ มันดีนะ แต่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ศึกษาข้อเสียด้วยให้รอบด้าน ก็จะอันตราย
“ความคิดเห็น ความรู้สึก บังคับไม่ได้ด้วยกฎหมาย กฎหมายบังคับได้อย่างหนึ่งคือห้ามการรับรู้ หรือห้ามการพูดถึง หรือห้ามการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจจะทำให้การรับรู้เรื่องข้อดี ข้อเสีย ของสิ่งต่างๆ นั้นจำกัดได้ แต่ไม่สามารถทำให้ใครรักหรือไม่รักได้ และสุดท้ายถึงทำให้ใครรักได้บ้าง แต่รักแบบไม่ได้เข้าใจ ข้อดีข้อเสียทั้งหมดก็ไม่ได้ยั่งยืน” ยิ่งชีพกล่าว
สำหรับชีวิตรักที่แต่งงานแล้วกับอดีตนักข่าวหญิง ยิ่งชีพเล่าว่า ทั้งคู่นั้นยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เพราะมีความตั้งใจว่า ถ้าการแก้กฎหมายสมรสเท่าเทียมไม่ผ่าน แต่ พ.ร.บ.คู่ชีวิตผ่าน จะไปจดทะเบียนคู่ชีวิตเพื่อประกาศให้รู้ และถ้า พ.ร.บ.คู่ชีวิตไม่ให้ชาย-หญิงจด ก็ยืนยันที่จะจดและสู้ต่อ รอดูกฎหมายอยู่ว่าจะจดทะเบียนได้หรือไม่
“ส่วนใครจะรักใครชอบใครก็แล้วแต่เขา ผมคิดว่าหลักการนี้เข้าใจตรงกันหมดแล้ว ว่าวันหนึ่งใครอยากจะเลือกใครเป็นคู่ก็ได้ หรือไม่เป็นคู่ มากกว่าคู่ ก็ไม่สามารถไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาได้ แต่บางคนพอเลือกคู่แล้ว
กลับไม่สามารถมีสถานะทางกฎหมายเท่ากับคนอีกแบบหนึ่ง ก็จะแปลกอยู่
การรณรงค์เรื่องสมรสเท่าเทียม คนที่ไม่เห็นด้วยก็มี แต่ผมเชื่อว่าคนที่ไม่เห็นด้วยเขาก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นหรอก ว่าใครจะเลือกใช้ชีวิตคู่กับใคร เพียงแต่ว่าเขาไม่อยากให้เท่ากัน แต่พอไม่เท่ากันก็เกิดช่องว่างในทางกฎหมายทำให้สิทธินั้นไม่เท่ากัน ทั้งๆ ที่ควรจะได้ ตรงนี้ผมว่าอย่างไรในทางกฎหมายก็ต้องมีทางออก ไม่วันนี้วันหน้าก็ต้องทำให้คู่รักเข้าถึงสิทธิ สถานะต่างๆ ทางกฎหมายได้” ยิ่งชีพกล่าว
ยิ่งชีพ ยังปิดท้ายอย่างน่าขบคิดว่า ในทางสัจธรรมก็ไม่มีสิ่งที่จะรักตลอดไป ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ วันนี้มีหลายๆ อย่างที่เรารัก ไม่จำเป็นว่ารักแล้วจะต้องรักตลอดไป หรือถ้าเราไม่รักในสิ่งที่คนจำนวนมากเขารักก็จะมีแรงเสียดทาน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ใครจะคิดอย่างไรก็บังคับกันไม่ได้ เพียงแต่ว่ารัฐอยากปกป้องสิ่งใดให้เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องศรัทธา รัฐที่มีวุฒิภาวะ ก็ควรจะต้องเปิดกว้างให้ประชาชนทุกคน เข้าถึงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ รอบด้าน
ส่วนของขวัญวันวาเลนไทน์ที่อยากได้ในปีนี้ ซึ่งตรงกับช่วงที่ใกล้เลือกตั้งเข้ามาทุกที คือในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ อยากเห็น กกต.ประกาศเขตเลือกตั้งที่ชัดเจนและเป็นธรรม
ให้หัวใจเพราะรู้สึก
หัวอกคนเป็นพ่อ
ขอคืนชีวิตลูกสาว
มาที่ความรักอีกด้านหนึ่ง สมหมาย ตัวตุลานนท์ เปิดใจในมุมของพ่อ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ‘ตะวัน’ เยาวชนที่ประกาศถอนประกันตนเองจากคดี ม.112 ก่อนอดอาหาร-น้ำประท้วงสิทธิประกันให้ผู้ต้องหาการเมืองมาร่วมเดือน
ยืนยันถึงความรักในฐานะคนเป็นพ่อต่อ ‘ตะวัน’ ทั้งในบทบาทก่อนและหลังการมาเป็นนักกิจกรรม ว่า ความรักที่มีต่อน้องเท่าเดิม แต่ความห่วงใยมีเพิ่มมากขึ้น
“หัวอกของคนเป็นพ่อย่อมเป็นห่วงลูกเสมอ เราก็เคยบอกน้องว่ายังไม่ถึงเวลาสมควรที่เราจะเป็นนักกิจกรรม เพราะความรู้ที่เราเรียนมายังไม่เพียงพอ แล้วประสบการณ์ที่ได้ยังไม่ใกล้เคียงกับการที่จะเป็นนักกิจกรรมเต็มตัว แต่เขาบอกว่า อย่างน้อยๆ การที่เขาไปทำกิจกรรม เขาสามารถหาประสบการณ์และความรู้ไปในตัวได้ด้วย และเขาก็สนิทกับทางทนาย นักวิชาการ พี่ๆ ที่ทำกิจกรรมอยู่ ทำให้เขาสามารถเก็บเกี่ยว เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ ได้” พ่อของตะวันเล่า
พ่อของตะวัน ยังให้แง่คิดถึงชีวิตคู่และครอบครัวอีกว่า ความรักของสามีที่มีต่อภรรยา ต้องมีความเข้าใจกัน มีความเกรงอกเกรงใจกันถึงจะเดินไปด้วยกันได้ ในส่วนของลูกจะเพิ่มเติมเรื่องความห่วงใยเข้าไปด้วย อยากดูแลเขาให้ได้ตามสิ่งที่เขาต้องการ ประกอบกับเป็นยุคสมัยใหม่ คือลูกเขาค่อนข้างทันสมัย มีความคิดที่ไม่เหมือนกับคนสมัยก่อน เราจะต้องรู้จักกับความคิดและจัดการทางเดินต่อไปให้เขา ทั้งในเรื่องความรัก ความเข้าใจ และความห่วงใยด้วย
“การที่เราถูกบังคับให้รู้สึกรักกับสิ่งที่เราไม่ได้รู้สึก จริงๆ แล้ว ถ้าเราไม่รักและถูกบังคับให้รู้สึกรัก ผมว่าทุกคนต้องมีการปฏิเสธ พอปฏิเสธแล้ว เราเฉยกับสิ่งนั้นๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ถ้าเราไม่รักเราก็ไม่ให้หัวใจกับสิ่งๆ นั้น” พ่อของตะวันกล่าว
ส่วนของขวัญวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ พ่อของตะวันกล่าวคำขอเพียงสั้นๆ ว่า อยากขอลูกสาวคนเดิมที่ยังมีชีวิตอยู่กลับมา ให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมกับศักดิ์ศรีความเป็นคนกลับคืนมา
เป็นวันแห่งความรักอีกปี ที่มีทั้งหวานปนขม ในโลกที่มีเพศมากกว่าชายหญิง มีการต่อสู้เพื่อที่จะเลือกรักได้อย่างเสรีและเท่าเทียม
ณัฏฐ์นรี เฮงสาโรชัย
ณัฐวรรณ ทองพันภิญโญ