วัดศักดิ์ศรี! ศึกแดงเดือด 'ลิเวอร์พูล VS แมนฯ ยู' คืนนี้ออกเวย์ไหน - เช็กช่องทางดูสดที่นี่
วัดศักดิ์ศรี! ศึกแดงเดือด ‘ลิเวอร์พูล VS แมนฯ ยู’ คืนนี้ออกเวย์ไหน – เช็กช่องทางดูสดที่นี่
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม นัดที่คนไทยเฝ้ารอคอย เป็นเกมซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ “แดงเดือด” ที่จะพิสูจน์ศักดิ์ศรีกันของแฟนบอลทั้งสองทีม ระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 6 เตะไปแล้ว 24 นัด มี 39 แต้ม เปิดรังเหย้าแอนด์ฟิลด์ รับมือยอดทีมอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 ของตารางที่เตะไปแล้ว 24 นัด มี 49 แต้ม โดยศึกแดงเดือดจะคิกออฟกันในเวลา 23.30 น.
เกมนี้มีความหมายต่อทั้ง 2 ทีมที่ต้องการ 3 แต้มกันทั้งคู่เพราะแมนฯ ยู ต้องการขยับช่องว่างขึ้นไปบี้อันดับ 2 แมนฯ ซิตี้ และไล่ตามจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล 3 แต้มเพื่อขึ้นไปแซง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล และโอกาสในการลุ้นพื้นที่ถ้วยใบใหญ่ยุโรปอย่างแชมเปี้ยนส์ลีก เปิดกว้างทันที
ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เยอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งจะเปิดรังเอาชนะ วูล์ฟส์ 2-0 ในลีกเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับความพร้อมของทีมก่อนลงสนาม ไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบน เว้นเสียจาก หลุยส์ ดิอาซ, ธิอาโก้ อัลคานตาร่า และแคลวิน แรมเซย์ 3 แข้งเดี้ยงหน้าเดิมซึ่งยังไม่หายดี คาดว่า คล็อปป์ เตรียมวางหมากในระบบ 4-3-3 โดยมี โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โคดี้ กั๊คโป กับ ดิโอโก้ โชต้า เป็นสามทหารเสือคอยล่าสกอร์ในแดนหน้าและใช้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่ กับ สเตฟาน บายเซติช ปักหลักคุมกลางตามระเบียบ
แมนฯยู ของกุนซือ อีริค เทน ฮาก เพิ่งจะเปิดรังเอาชนะ เวสต์แฮม 3-1 ในศึก เอฟเอ คัพ ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับความพร้อมของทีมก่อนลงเตะ จะไม่สามารถใช้งาน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, ดอนนี่ ฟาน เด เบ็ค กับ คริสเตียน อีริคเซ่น 3 แข้งเดี้ยงที่อยู่ในระหว่างพักรักษาตัว ขณะที่ทางด้าน เจดอน ซานโช่ ซึ่งถูกพิษป่วยเล่นงานน่าจะฟิตไม่พอลงช่วยเพื่อน คาดว่า เทน ฮาก เตรียมจัดทัพในระบบ 4-2-3-1 โดยมี มาร์คัส แรชฟอร์ด ออกสตาร์ตยืนหน้าล่าตาข่ายและใช้ บรูโน่ แฟร์นานเดส, วู้ต เว็กฮอร์สต์ กับ อเลฮานโดร การ์นาโช่ เป็น 3 ประสานกลางรุกคอยสร้างสรรค์โอกาสอยู่ด้านหลังตามสูตร
สถิติแดงเดือด ที่น่าสนใจก่อนเกม
– คู่นี้พบกันมาแล้ว 239 นัดในทุกรายการ ลิเวอร์พูล ชนะ 80 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 91 นัด เสมอ 68 นัด
– พบกันมาแล้วในพรีเมียร์ลีก 61 ครั้ง ลิเวอร์พูลชนะ 18 ครั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนะ 29 ครั้ง เสมอ 14 ครั้ง
– นัดนี้ถือเป็นการพบกันในลีกครั้งที่ 180 ซึ่งผลการแข่งขันระหว่างทั้งสองทีมที่พบมากที่สุดคือลงเอยด้วยผลเสมอ 0-0 (ซึ่งเกิดขึ้นถึง 20 ครั้ง)
– พบกัน 9 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล แพ้เพียงนัดเดียว (ชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 1) คือเกมในการพบกันนัดแรกของฤดูกาลนี้
– ลิเวอร์พูลไม่แพ้แมนฯ ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก เกมเหย้า 6 นัดหลังสุด (ชนะ 3 เสมอ 3) นับตั้งแต่ที่แพ้ 1-0 เมื่อมกราคมปี 2016 ซึ่งถือเป็นสถิติไร้พ่ายที่ยาวนานที่สุดอันดับสอง รองจากปี 1970 ถึง 1979 ที่ไร้พ่ายเกมเหย้าถึง 9 นัด
– แมนฯ ยูไนเต็ด ทำประตูติดต่อกันมาแล้ว 15 นัดในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เป็นรองจากเมื่อกุมภาพันธ์ถึงตุลาคมปี 2020 ที่ยิงติดต่อกันถึง 17 นัด
– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับสถิติมาเป็นชนะ 2 ครั้งใน 13 นัดหลังสุดที่พบกับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 2 เสมอ 6 แพ้ 5) โดยการแพ้ครั้งล่าสุดคือเกมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ที่แพ้คาบ้านให้ ลิเวอร์พูล ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 0-4
– จากทุกรายการแข่งขันใน 5 เกมหลังสุด ความพ่ายแพ้นัดเดียวของลิเวอร์พูลคือการแพ้ 5-2 ที่แอนฟิลด์ ต่อแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกอย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในเกมที่ออกนำก่อน 2-0 จากประตูของดาร์วิน นูนเญซ และโมฮาเหม็ด ซาลาห์
– ตั้งแต่พรีเมียร์ลีกกลับมาเล่นหลังจบฟุตบอลโลก 2022 ไม่มีทีมใดทำคะแนนเฉลี่ยในการแข่งขันได้มากกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด โดยทีม “ปีศาจแดง” แพ้เพียงเกมเดียวจาก 10 เกมหลังสุด ชนะ 7 เสมอ 2 โดยความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวมาจากการบุกไปแพ้อาร์เซนอล 3-2 ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา
– โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในศึกแดงเดือด โดยยิงไปถึง 10 ประตู ซึ่ง 9 ประตูมาจาก 5 นัดหลังสุดที่กองหน้าอียิปต์ดวลแข้งกับแมนยูฯ พร้อมทำสถิติยิงปีศาจแดงได้ทุกนัดติดต่อกัน
– นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2017/18 มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดที่ยิงลิเวอร์พูลได้ถึง 6 ประตู ซึ่งยังไม่มีใครยิงได้เท่าแรชฟอร์ดเลยนับตั้งแต่ฤดูกาลดังกล่าวเป็นต้นมา
– มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงไปแล้ว 10 ประตู จากเกมพรีเมียร์ลีก 10 นัดหลังสุด หลังจากที่ยิงได้ถึง 5 ประตูจาก 5 นัดหลังสุด มีเพียงนักเตะแมนยูฯ 3 คนเท่านั้นที่ยิงได้ 6 นัด 6 ประตูติดต่อกันคือ รุด ฟาน นิสเตลรอย (3 ฤดูกาลซ้อน), เอริค คันโตน่า (เมษายนปี 1996), และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เมษายนปี 2008)
สำหรับ 11 คนแรกของทั้งสองทีมที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล ประกอบด้วย อลิสซง เบ็คเกอร์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, สเตฟาน บายเซติช – โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โคดี้ กั๊คโป, ดิโอโก้ โชต้า
แมนฯ ยูไนเต็ด ประกอบด้วย ดาบิด เด เกอา, ดิโอโก้ ดาโลต์, ราฟาแอล วาราน, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ไทเรลล์ มาลาเซีย, คาเซมิโร่, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, บรูโน่ แฟร์นานเดส, วู้ต เว็กฮอร์สต์, อเลฮานโดร การ์นาโช่, มาร์คัส แรชฟอร์ด
สำหรับแฟนบอลของทั้ง “ลิเวอร์พูล” และ “แมนฯ ยู” สามารถติดตามการถ่ายทอดสด คลิกที่นี่