โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

STECH ลั่นปี 66 รายได้ทำนิวไฮ พุ่งทะยาน 2,250 ล้านบาท ลุยขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2566 เวลา 09.18 น. • ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

“สยามเทคนิคคอนกรีต หรือ STECH” หนึ่งในผู้นำธุรกิจคอนกรีตอัดแรงรายใหญ่ ส่งซิกผลงานปี 2566 ทำรายได้นิวไฮแตะระดับ 2,250 ล้านบาท รับภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างฟื้นตัว ทั้งเร่งเครื่องสร้างโรงลวดด้วยระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หวังลดต้นทุนทางธุรกิจและขยายตลาดทั้งในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ
นายวัฒน์ชัย มงคลศรีสวัสดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงและให้บริการรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ เปิดเผยถึงแนวโน้มผลประกอบการในปี 2566 ของ STECH ว่า รายได้มีโอกาสทำนิวไฮ (New High) ที่ระดับประมาณ 2,250 ล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้รวม 2,117 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นตามภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ฟื้นตัว และ STECH สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยในปีนี้ STECH ยังคงเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ได้เซ็นสัญญารับงานก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี สถานีไฟฟ้าแรงสูงหนองหาน (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) จังหวัดอุดรธานี – สถานีไฟฟ้าสว่างดินแดน จังหวัดสกลนคร ตามโครงการพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายระยะที่ 2 แผนงานที่ 1 กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. มูลค่ารวม 86.2 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงาน 360 วัน และปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) กว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะรับรู้รายได้ในปีนี้และต่อเนื่องถึงปี 2567
รวมทั้ง STECH ยังได้เดินหน้าจัดตั้งโรงงานผลิตลวด ซึ่งปัจจุบันได้ตรวจรับเครื่องจักรที่ประเทศอิตาลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมจะเริ่มทดสอบการผลิตได้ในไตรมาส 3/2566 เบื้องต้นจะนำมาใช้งานใน STECH เองราว 30% หรือประมาณ 1,000 ตันต่อเดือน ส่วนอีก 70% จะนำออกจำหน่ายประมาณไตรมาส 4/2566 หรือไตรมาส 1/2567
นายวัฒน์ชัย กล่าวต่อว่า จุดเด่นของโรงงานผลิตลวด STECH คือ มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้เทคโนโลยีการผลิตรูปแบบใหม่ โดยไม่ต้องใช้บ่อน้ำกรดซึ่งเป็นกรดไฮโดรคลอริคเข้มข้มในการกัดลวดโลหะให้สะอาดเหมือนในอดีต จีงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ปัจจุบัน STECH ยังพร้อมจัดจำหน่ายเสาเข็มขนาดเล็ก (Micropile) ให้กับลูกค้าในรูปแบบ B2C ซึ่งเป็นการจำหน่ายให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการซ่อมแซม ต่อเติมบ้านไม่ให้ทรุดตัว เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับ STECH อีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2565 STECH มีรายได้รวม 2,117 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) และมีกำไรสุทธิ 100.78 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนประมาณ 6% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.74% ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากราคาลวดเหล็กที่ผันผวนสูง รวมทั้งราคาปูนซิเมนต์และราคาน้ำมันได้ปรับเพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...