โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

"สอบจอหงวน" สนามค้นหายอดฝีมือผู้เป็นหนึ่งในแผ่นดินจีน

BT Beartai

อัพเดต 21 ก.พ. 2566 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2566 เวลา 05.34 น.
“สอบจอหงวน” สนามค้นหายอดฝีมือผู้เป็นหนึ่งในแผ่นดินจีน

แม้ว่าการสอบ ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการของไทย จะเป็นหนึ่งในการสอบที่มีผู้สมัครเข้าแข่งขันจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในสนามสอบที่มีการแข่งขันสูงที่สุดของไทย แต่ด้วยคำพูดที่ว่า “ถ้าอยากมีอาชีพที่มั่นคงก็ต้องเป็นข้าราชการ” แล้ว หลายคนจึงทุ่มเทอ่านหนังสือ เพื่ออาชีพในฝัน

และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์แบบนี้ แน่นอนว่า การสมัครสอบ ก.พ.ของไทยน่าจะคึกคักไม่เบา วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนกลับไปดู “การสอบจอหงวน” สนามสอบที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินที่สุดของจีนโบราณ เพื่อค้นหายอดฝีมือในการเข้ามารับราชการในราชสำนัก

ฉากที่เราคุ้นเคยกันดีในหนังจีนคงหนีไม่พ้นการการสอบจอหงวน หรือการสอบคัดเลือกข้าราชการ เพื่อเข้าไปทำงานในราชสำนักจีนโบราณ โดยวิธีการคือการนำเด็กหนุ่มหัวกะทิจากทั่วประเทศมาสอบแข่งขัน ประชันความรู้ จนเหลือเพียง 1 เดียว ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ชนชั้นไหนก็สามารถเข้าสอบได้ ทำให้พ่อแม่ต่างวาดหวังให้ลูกชายเฉลียวฉลาดมากพอที่จะสอบผ่าน เพื่อเข้าสู่ราชสำนัก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการสอบนี้จะจัดขึ้นทุก ๆ 3 ปี ใครที่พลาดก็ต้องกลับบ้านไปอ่านหนังสือ และรอเวลาการสอบครั้งถัดไปค่ะ

แต่! แต่! แต่! การสอบนี้จริง ๆ แล้วไม่ได้เรียกว่า “จอหงวน” เพราะชื่อจริง ๆ ของการสอบเรียกว่า “เคอ จู่” (kē jǔ) ส่วนคำว่า “จอหงวน” เป็นการออกเสียงแบบที่นิยมในเมืองไทย โดยเพี้ยนมาจากสำเนียงกวางตุ้งผสมกับแต้จิ๋ว ส่วนภาษาจีนกลาง คือ “จ้วงหยวน” ซึ่งเป็นชื่อเรียกตำแหน่งของผู้ที่สอบได้คะแนนสูงสุดค่ะ

การสอบจอหงวนมีมาอย่างยาวนาน โดยสามารถย้อนประวัติกลับไปได้ไกลถึงช่วงคริสตวรรษที่ 7 ในสมัยราชวงศ์สุยของจีน หรือถ้าคิดง่าย ๆ ก็คือเมื่อ 1,300 ปีมาแล้ว

ปัจจุบัน ประเทศจีนไม่มีการสอบจอหงวนแล้ว แต่ก็ถึงพูดถึงอยู่บ่อย ๆ ทั้งในภาพยนตร์และซีรีส์จีนโบราณ รวมถึงเป็นการเปรียบเปรยถึงการสอบแข่งขันที่โหดหิน เพื่อเฟ้นหาคนมีไหวพริบและสติปัญญาดี เพราะการสอบนี้ต้องแลกมาด้วยความยากลำบากอย่างสาหัส!

ลำบากยังไงน่ะหรอ? เอาเป็นว่าการสอบนี้ไม่ใช่แค่การเอาคนฉลาด ๆ มาเขียน ๆ กา ๆ ข้อสอบ พอได้คะแนนผ่านเกณฑ์ก็จบเข้าไปนั่งทำงานสบาย ๆ เพราะคุณจะต้องสอบทั้งหมด 3 รอบใหญ่ ๆ ด้วยกัน แถมรอบสุดท้ายฮ่องเต้จะเป็นคนคุมสอบเองเสียด้วย!

ตามประวัติศาสตร์แล้ว การสอบจอหงวนจะใช้เวลาข้ามวันข้ามคืน โดยผู้เข้าทุกคนจะต้องนั่งอยู่บนตั่งของตนเอง และมีฉากกั้นรอบทิศทาง เพื่อป้องกันการลอก และจะต้องเขียนคำตอบให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดค่ะ

โดยวิชาที่ใช้ในการสอบนั้น อาจจะแตกต่างกันไปบ้างตามยุคสมัย แต่วิชาหลักที่เราจะเห็นกันมี 6 วิชา ได้แก่ ศาสนา, ดนตรี, คณิตศาสตร์, การคัดลายมือ, การขี่ม้า และการยิงธนู

แม้ว่า 6 วิชาจะฟังดูไม่เยอะ แต่เนื้อหาการสอบนั้นลงลึกและครอบคลุมถึงยุทธศาสตร์ทางทหาร, การบริหารประเทศ, มุมมองทางด้านคุณธรรม รวมถึงปรัชญาขงจื้อ ซึ่งเป็นศานาหลักของจีนโบราณ เรียกได้ว่า เนื้อหาการสอบนั้น มีขึ้นเพื่อค้นหาผู้ที่ทั้งเฉลียวฉลาด แข็งแรง มีความเชี่ยวชาญในด้านการเมือง การปกครอง และมีคุณธรรมสูงส่ง เพื่อมาช่วยฮ่องเต้บริหารบ้านเมืองนั่นเอง

การสอบจะแบ่งเป็นรอบ ๆ โดยรอบแรก เรียกว่า “ซิ่ว ไฉ” เป็นการสอบแข่งขันระดับท้องถิ่นที่จัดขึ้นปีละครั้ง ซึ่งเป็นการไล่ระดับไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ไปจนถึงระดับจังหวัด

สำหรับการสอบรอบที่ 2 เรียกว่า “จวี่ เหริน” เป็นการสอบระดับภูมิภาค ซึ่งจะจัดขึ้นทุก ๆ 3 ปี และผู้ที่จะมีสิทธิ์สอบรอบนี้ได้ ต้องสอบผ่านรอบซิ่วไฉมาก่อน

และการสอบรอบสุดท้าย เรียกว่า “จิ้น ซื่อ” จะจัดขึ้นในพระราชวังต้องห้าม ซึ่งฮ่องเต้จะเป็นผู้ออกข้อสอบ และควบคุมการสอบเอง โดยผู้ที่เข้าสอบในรอบนี้จะถูกเรียกว่า “ก่ง เซิ่ง” สำหรับการสอบในรอบนี้ ไม่ได้เป็นการคัดว่าใครตก แต่เป็นการวัดว่าใครจะได้เป็นอันดับ 1 ของแผ่นดิน ซึ่งจะได้ตำแหน่ง “จอหงวน” ไป ส่วนอันดับ 2 และ 3 จะได้ตำแหน่ง “ป๋างเหยี่ยน” และ “ทั่นฮัว” ตามลำดับ

ด้วยเหตุผลนี่เอง การสอบนี้จึงถูกเรียกอย่างลำลองว่า “สอบจอหงวน” เพราะคำนี้แปลว่า “ยอดเยี่ยมเป็นที่หนึ่ง” นั่นเอง

การสอบจอหงวนถือเป็นต้นแบบที่หลายชาติในเอเชียได้รับอิทธิพลและนำไปประยุกต์ใช้ เช่น ราชวงศ์โคเรียวและราชวงศ์โชซอนของเกาหลี, ราชวงศ์หลีจนถึงราชวงศ์เหงียนของเวียดนาม รวมถึงสมัยเฮอันของญี่ปุ่น

ตำแหน่งจอหงวนเปรียบเสมือนที่ปรึกษาส่วนตัวของฮ่องเต้ คอยช่วยราชกิจ บริหารบ้านเมืองให้ร่มเย็น ประชาชนกินอยู่เป็นสุข ดังนั้น ความหมายที่ว่า “ยอดเยี่ยมเป็นที่หนึ่ง” ในแผ่นดิน จึงไม่ได้หมายถึงคนที่ฉลาดที่สุดเท่านั้น แต่หมายถึง คนที่ฉลาดในการบริหารบ้านเมือง และมีคุณธรรมในการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญและร่มเย็นนั่นเอง

ที่มา : baidu ChinaKnowledge

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...