โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เตือน สินค้าไทย 7 กลุ่ม น้ำมันปาล์ม, ปศุสัตว์, ถั่วเหลือง, กาแฟ, โกโก้, ไม้ และ ยางพารา เสี่ยงโดน อียู แบนนำเข้ากลางปีนี้ หากเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่า

The Structure

อัพเดต 21 ก.พ. 2566 เวลา 16.34 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2566 เวลา 09.33 น. • The Structure

หอการค้าไทย เตือน สินค้าไทย 7 กลุ่ม เสี่ยงโดน อียู แบนนำเข้ากลางปีนี้ หากพบเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่า

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เผยว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (อียู) ได้บรรลุข้อตกลงในการมีกฎหมายห้ามการนำเข้าผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อมาจำหน่ายในสหภาพยุโรป

โดยเบื้องต้น คาดว่าจะกระทบต่อสินค้าส่งออกไทย 7 รายการ คือ น้ำมันปาล์ม, ปศุสัตว์, ถั่วเหลือง, กาแฟ, โกโก้, ไม้ และ ยางพารา ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ที่ดินขนาดใหญ่ในการประกอบกิจการ ซึ่งอียูไม่ต้องการให้มีการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อนำพื้นที่มาใช้ในการทำอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปและรัฐสภายุโรปเต็มคณะก่อนบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับใช้ประมาณเดือน มิ.ย. 2566 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลกระทบ หลังสหภาพยุโรปผ่านกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ทำลายป่าแล้ว

ทั้งนี้ หลังจากกฎหมายมีผลใช้บังคับ ในช่วง 18 เดือนแรก คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปจะจัดให้ทุกประเทศคู่ค้าอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงในการผลิตสินค้าที่อาจเชื่อมโยงกับการทำลายป่า โดยเตรียมทำการประเมินและจัดกลุ่มประเทศคู่ค้าเป็น 3 กลุ่ม คือ ระดับความเสี่ยงสูง กลาง และต่ำ ซึ่งจะส่งผลในทางปฏิบัติต่อผู้นำเข้าในช่วงต่อไป

อียูจะตรวจสอบอย่างเข้มงวดกับประเทศที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มระดับความเสี่ยงสูง โดยจะกำหนดให้ผู้นำเข้าจะต้องจัดทำข้อมูล และแสดงหลักฐานเอกสารยืนยันว่า สินค้าไม่ได้ผลิตบนที่ดินที่มีการทำลายป่า กฎหมายดังกล่าวอาจจะกระทบต่อสินค้าจากประเทศไทยที่ส่งออกไปยังประเทศในสหภาพยุโรปด้วย

เนื่องจากผลของกฎหมายจะบังคับให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าจากทั่วโลกไปขายในยุโรป จะต้องจัดทำรายงานการตรวจสอบสถานะของผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาขายว่าตลอดห่วงโซ่การผลิตนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า โดยหลังจากกฎหมายมีผลใช้บังคับ 2 ปี จะมีการทบทวนขอบเขตของสินค้า และคำนิยามของการตัดไม้ทำลายป่าและการทำให้ป่าเสื่อมโทรมเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการฐานสากล

สินค้าส่งออกไทยที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการออกกฎหมายดังกล่าวคือยางพาราและผลิตภัณฑ์ ซึ่งในปี 2564 มีมูลค่าส่งออกไปอียูมากถึง 1,693.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 8% ของการส่งออกไทยไปโลก, ไม้ มูลค่า 22.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นสัดส่วน 9% ของการส่งออกไทยไปโลก,

เฟอร์นิเจอร์มูลค่า 19.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นสัดส่วน 5% ของการส่งออกไทยไปโลก รวมไปถึงส่วนสินค้ากลุ่มอื่นๆ ได้แก่ วัวและผลิตภัณฑ์ ถั่วเหลือง โกโก้ และน้ำมันปาล์ม โดยไทยส่งออกไปอียูน้อย มีสัดส่วนต่ำกว่า 1% ของการส่งออกไปโลก

#TheStructureNews

#อียู #สินค้าไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...