โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทหารหญิงออสเตรเลียและสามีของเธอถูกจับกุม ฐานเป็นสายลับให้กับรัสเซีย

JS100

อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 01.50 น. • JS100:จส.100
ทหารหญิงออสเตรเลียและสามีของเธอถูกจับกุม ฐานเป็นสายลับให้กับรัสเซีย

ตำรวจออสเตรเลีย แถลงผลการจับกุมคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลียที่เกิดในรัสเซีย โดยตั้งข้อหาเป็นสายลับ ส่งมอบเอกสารสำคัญทางทหารให้แก่รัสเซีย มีกำหนดขึ้นศาลที่เมืองบริสเบนในช่วงบ่ายวันนี้ (12 ก.ค.67) มีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี

เป็นครั้งแรกที่มีการใช้กฎหมายต่อต้านการแทรกแซงจากต่างประเทศ ซึ่งมีการบังคับใช้ในปี 2561 เพื่อตั้งข้อหาบุคคลเป็นสายลับ ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย หรือ เอเอฟพี เปิดเผยว่า ทหารหญิงวัย 40 ปี เป็นช่างเทคนิคระบบสารสนเทศในกองทัพ กับสามีวัย 62 ปีของเธอ ทั้งคู่เกิดในรัสเซียและพำนักอยู่ในออสเตรเลียมานานกว่า 10 ปี ได้เป็นพลเมืองออสเตรเลียเมื่อปี พ.ศ.2559 และ 2560 ตามลำดับ โดยพบว่าในระหว่างการลาพักร้อนครั้งหนึ่ง ซึ่งทางการออสเตรเลียไม่ได้มีการเปิดเผยวันที่แน่ชัด ทหารหญิงรายนี้เดินทางไปรัสเซียอย่างลับๆ จากนั้นให้สามีเข้าถึงบัญชีการทำงานของเธอและส่งเอกสารลับไปให้เธอ เพื่อที่เธอจะได้ส่งต่อให้กับทางการรัสเซีย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเธอส่งเอกสารต่อไปให้กับทางการรัสเซียแล้วหรือไม่

นายกรัฐมนตรี แอนโธนี อัลบาเนซี แห่งออสเตรเลีย กล่าวว่า เขาได้รับทราบรายละเอียดของคดีจากหน่วยงานความมั่นคงของประเทศ แต่จะไม่แสดงความคิดเห็น เนื่องจากขณะนี้คดีอยู่ในชั้นศาล

นายไมค์ เบอร์เกส หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของออสเตรเลีย กล่าวว่ามีภัยคุกคามจากการจารกรรมเพิ่มขึ้น หลายประเทศกำลังพยายามขโมยความลับของออสเตรเลีย แต่ขอให้มีความเชื่อมั่นในการทำงานเพื่อสกัดกั้นความพยายามเหล่านี้

….

#ออสเตรเลีย

#สายลับรัสเซีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...