โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็กลาว 9 ขวบช่วยน้องกำลังจะจมน้ำโขงรอดแต่ตัวเองจมดับ 3 วันร่างโผลที่หนองคาย

แนวหน้า

เผยแพร่ 29 พ.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

เด็กชายชาวลาววัย 9 ขวบลงเล่นน้ำโขงที่ฝั่งลาวกับน้อง ขณะเล่นน้ำพบน้องกำลังจะจมน้ำจึงรีบเข้าไปช่วยได้ทันแต่ตัวเองกลับจมน้ำโขงเสียชีวิต 3 วันร่างลอยขึ้นอืดมาติดฝั่งไทยที่หนองคาย ชาวบ้านช่วยนำขึ้นฝั่ง ญาติรุดยืนยันตัวตนก่อนรับศพกลับบำเพ็ญกุศล

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.วันที่ 30 พ.ค.67 ร.ต.อ.ญ.สุรีรัตน์ พิทักษ์กุลรักษ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เวียงคุก ได้รับแจ้งพบศพลอยน้ำโขงบริเวณบ้านศรีชมชื่น หมู่ 2 ต.เวียงคุก จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฉลอง เลพล รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองหนองคาย รักษาราชการแทนหัวหน้างานสอบสวน สภ.เวียงคุก หน่วยกู้ภัยร่วมศรัทธาหนองคาย กู้ภัยประจักษ์หนองคาย โดยได้ช่วยกันนำศพเพศชายสวมเสื้อยืดลายเขียวแดง กางเกงสั้นสีดำ นอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำขึ้นมาบนฝั่ง

จากการตรวจสอบทราบว่าผู้เสียชีวิตชื่อ น้องก็อตจี้ อายุ 9 ขวบเป็นชาวลาว ซึ่งนายคำพัน พอนปะเสด ชาวลาวน้าผู้เสียชีวิต เล่าว่า หลานชายอยู่ที่ฝั่งลาวในช่วงบ่ายของวันที่ 27 พ.ค.67 ที่ผ่านมา น้องก็อตจี้ ได้เล่นน้ำริมแม่น้ำโขงฝั่งลาวกับน้องชาย ปรากฏว่าน้องชายจะจมน้ำ น้องก็อตจี้ จึงรีบเข้าไปช่วยน้อง ผู้ใหญ่ในละแวกใกล้เคียงเห็นก็รีบเข้ามาช่วย แต่ช่วยได้เฉพาะน้องชาย ส่วนน้องก็อตจี้ ได้จมน้ำโขง งมหาเท่าไรก็ไม่พบ

ระหว่างที่ยังหาไม่พบก็ได้ประสานญาติฝั่งหนองคายให้ช่วยเหลือสอดส่องดูในแม่น้ำโขงให้ด้วย จนกระทั่งได้รับการประสานจากญาติที่ฝั่งไทยว่ามีศพลอยขึ้นในน้ำโขงให้มาตรวจสอบว่าใช่เด็กที่จมน้ำหรือไม่ เมื่อตนได้เห็นก็ยืนยันว่าเป็นหลานชายที่ตกน้ำไปจริง หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ญาตินำเอกสารหลักฐานที่จำเป็นติดต่อขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่ฝั่งลาวต่อไป - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...