โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เข้าใจ “กองทุนรวม” คืออะไร ต้องลงทุนแบบไหนทำให้เงินเพิ่ม

SMART SME

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 02.07 น. • Smart SME

เรื่องของ “การเงิน” เรียกได้ว่าไม่มีสอนในบทเรียนของการศึกษา แต่รู้หรือไม่ว่านี่คือเรื่องสำคัญกับชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก บางคนหาเงินมาได้มากมาย แต่บริหารไม่เป็น สุดท้ายเงินไม่พอใช้ หรือถึงขั้นเป็นหนี้เป็นสินในที่สุด เพราะไม่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องของการเงินมากพอ

หนึ่งเรื่องพื้นฐานที่คนมักจะสอนกันมาคือ เมื่อทำงานมีเงินเดือน ก็ควรหมั่นเก็บออมไว้เผื่อวันข้างหน้า แน่นอนว่านี่คือการปลูกฝังที่ดี แต่หากเรามีเป้าหมายที่จะไปให้ถึงการออมอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ที่ให้ผลตอบแทนที่มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก นั่นคือ “กองทุนรวม” ที่เหมาะกับพนักงานเงินเดือนไปจนถึงคนทำธุรกิจ

กองทุนรวม คืออะไร

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ของกองทุนรวม คือการนำทุน (เงิน) ของแต่ละคนมารวมกันจนได้เงินเป็นก้อนใหญ่ โดยมีผู้จัดการกองทุนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทำหน้าที่บริหาร แบ่งสรรปันสวนเงินไปลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนนั้น ซึ่งข้อดีคือผู้ซื้อกองทุนไม่ต้องมานั่งดูการลงทุนว่าจะเอาไปลงทุนอะไร เพราะมีคนดูแลผลประโยชน์ให้ผู้ซื้ออยู่แล้ว

ประเภทกองทุนรวม

เราเคยได้ยินว่าการลงทุนมีความเสี่ยง เช่นเดียวกับ “กองทุนรวม” ที่มีความเสี่ยงเหมือน โดยแบ่งออกเป็น 8 ระดับ ซึ่งผู้ที่สนใจก็ต้องศึกษาเรื่องนี้เป็นอันดับแรก

ความเสี่ยง 8 ระดับของกองทุนรวม มีดังต่อไปนี้
ระดับ 1 กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ: เงินฝาก ตราสารหนี้ ที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 3 เดือน
ระดับ 2 กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศผสมต่างประเทศ
ระดับ 3 กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล
ระดับ 4 กองทุนรวมตราสารหนี้
ระดับ 5 กองทุนรวมผสม: หุ้นและตราสารหนี้
ระดับ 6 กองทุนรวมตราสารทุน: ลงทุนในหุ้น
ระดับ 7 กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม: ลงทุนในหุ้นที่กระจุกอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
ระดับ 8 กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก: เช่น น้ำมัน ทองคำ

วิธีสมัครกองทุนรวม

หากมีบัญชีธนาคารก็สามารถไปเปิดบัญชี “กองทุนรวม” ที่สาขาได้เลย ซึ่งจะซื้อกองทุนได้แค่ของ บลจ. นั้น หรือจะไปเปิดบัญชีผ่านตัวแทนขาย ซึ่งจะซื้อได้หลายกองทุนจากหลาน บลจ. โดยเมื่อไปเปิดบัญชีทางเจ้าหน้าที่จะให้เราทำแบบทดสอบเพื่อหาคำตอบว่าจะรับความเสี่ยงได้ในระดับไหน

จะเลือกกองทุนแบบไหน

จำเอาไว้เสมอว่าจะลงทุนอะไร ต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นก่อน จะเห็นได้ว่าระดับความเสี่ยงของกองทุนมีทั้ง 8 ระดับ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือการเข้าไปอ่านหนังสือชี้ชวนของกองทุน ว่าลงทุนเกี่ยวกับอะไร มีบริษัทอะไรบ้างที่นำเงินไปลงทุน ตลอดจนดูผลตอบแทนย้อนหลังว่าเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถเข้าไปยัง บลจ. โดยตรง หรือแพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้แล้วอย่าง finnomena ก็ได้

นอกจากนี้ ควรวิเคราะห์ว่าธุรกิจที่อยู่ในกองทุนรวมนี้ในอนาคตอีกสัก 3-5 ปี ข้างหน้ายังสามารถไปต่อ หรือเป็นเทรนด์ที่จะฝากความหวังได้หรือไม่ บริษัทมีความมั่นคงมากน้อยเพียงใด

นำข้อมูลเหล่านี้มาตกผลึกก่อนตัดสินใจเลือกซื้อกองทุน

คนทำธุรกิจลงทุนได้หรือไม่

จะพนักงานบริษัท หรือคนทำธุรกิจ ก็สามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ทั้งนั้น โดยอาจจะเลือกใช้วิธีแบบ DCA ที่เฉลี่ยลงทุนในทุก ๆ เดือน ในวันเดียวกัน เช่น จะซื้อกองทุนรวม จำนวน 5,000 บาท ทุกวันที่ 1 ของเดือน ซึ่งการลงทุนในลักษณะจะทยอยสะสมไปเรื่อย ๆ พร้อมรับกับผลตอบแทนแบบทบต้นทบดอก

อีกทั้ง การลงทุนใน “กองทุนรวม” ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก เพราะบางกองทุนแค่ 500 บาท ก็ซื้อได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม การลงทุนเป็นความเสี่ยง อย่างที่รู้กันดี ดังนั้นหากเสี่ยงมากก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูง แต่ก็เสี่ยงที่จะขาดทุนเช่นกัน หากเสี่ยงน้อยก็จะได้ผลตอบแทนที่น้อย ซึ่งเป็นเหรียญสองด้านที่ผู้ลงทุนควรพิจารณาให้ดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...