โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ผมแค่สามารถข้ามไปโลกคู่ขนานได้เอง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 20.56 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2567 เวลา 09.43 น. • xiaozhanlove
เพราะได้ชื่อว่าลูกเมียน้อย หลังจากที่พ่อเสียชีวิต บ้านใหญ่ก็เฉดหัวไล่เขากับแม่ออกจากบ้านทันที โดยไม่ให้ทรัพย์สมบัติใดๆทั้งสิ้น โชคดีที่แม่มีที่ดินที่พ่อเคยซื้อให้ ชีวิตเขาจึงเริ่มต้นใหม่ ณ ที่แห่งนี้

ข้อมูลเบื้องต้น

เพราะได้ชื่อว่าลูกเมียน้อย หลังจากที่พ่อเสียชีวิต บ้านใหญ่ก็เฉดหัวไล่เขากับแม่ออกจากบ้านทันที โดยไม่ให้ทรัพย์สมบัติใดๆทั้งสิ้นติดตัวมาด้วย โชคดีที่แม่มีที่ดินที่พ่อเคยซื้อให้อย่างลับๆ ชีวิตเขาจึงเริ่มต้นใหม่ ณ ที่แห่งนี้

“แม่ครับเราไปกันเถอะ” ธารพูดกับแม่หลังจากที่เสร็จพิธีเผาศพของพ่อไป

แน่นอนว่าบ้านใหญ่อยากไล่เขาสองคนแม่ลูกไปตั้งแต่พ่อตายแล้ว เพียงแต่แม่ขอมาช่วยงานจนกว่าจะส่งพ่อเป็นครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นก่อน แล้วจะไม่มารบกวนอีกเลย ทางนั้นเลยยินยอมให้มาร่วมงานได้

“จ้ะ เรากลับโรงแรมกัน พรุ่งนี้เราค่อยไปดูบ้านจริงๆของเรากัน”

สองแม่ลูกจูงมือกันเดินออกจากวัด ก่อนที่จะเรียกแท็กซี่เพื่อกลับโรงแรม โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มาร่วมงาน ที่มีทั้งรังเกียจ สงสัย เฉยชา และเป็นห่วงเลยแม้แต่น้อย

และเรื่องมันก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อ สายธารก้าวเท้าเข้าไปสู่บ้านใหม่ของตนเอง

รูปหน้าปกโดย : ???????????????? ۵

(ปกใช้ชั่วคราว)

บ้านใหม่

เพราะได้ชื่อว่าลูกเมียน้อย หลังจากที่พ่อเสียชีวิต บ้านใหญ่ก็เฉดหัวไล่เขากับแม่ออกจากบ้านทันที โดยไม่ให้ทรัพย์สมบัติใดๆทั้งสิ้นติดตัวมาด้วย โชคดีที่แม่มีที่ดินที่พ่อเคยซื้อให้อย่างลับๆ ชีวิตเขาจึงเริ่มต้นใหม่ ณ ที่แห่งนี้

“แม่ครับเราไปกันเถอะ” ธารพูดกับแม่หลังจากที่เสร็จพิธีเผาศพของพ่อไป

แน่นอนว่าบ้านใหญ่อยากไล่เขาสองคนแม่ลูกไปตั้งแต่พ่อตายแล้ว เพียงแต่แม่ขอมาช่วยงานจนกว่าจะส่งพ่อเป็นครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นก่อน แล้วจะไม่มารบกวนอีกเลย ทางนั้นเลยยินยอมให้มาร่วมงานได้

“จ้ะ เรากลับโรงแรมกัน พรุ่งนี้เราค่อยไปดูบ้านจริงๆของเรากัน”

สองแม่ลูกจูงมือกันเดินออกจากวัด ก่อนที่จะเรียกแท็กซี่เพื่อกลับโรงแรม โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มาร่วมงาน ที่มีทั้งรังเกียจ สงสัย เฉยชา และเป็นห่วงเลยแม้แต่น้อย

“ธารลูกอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวแม่โทรสั่งให้” หลังจากกลับมาถึงโรงแรม สายบัวก็ถามลูกชายที่กำลังเก็บหนังสือใส่ลงในกล่อง เพื่อเตรียมตัวเดินทางพรุ่งนี้เช้า

สำหรับเธอแล้วสายธารเป็นลูกที่น่าภูมิใจเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยอิจฉาพี่ๆที่เกิดจากภรรยาหลวง ที่มักจะได้ของดีๆตลอด เจ้าตัวเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ

และนั่นจึงทำให้เธอรู้สึกผิดกับลูกชาย เพราะว่าพ่อสามีดันบังคับให้ธารเรียนแพทย์แผนจีน แทนที่เจ้าตัวจะได้เรียนทำอาหารอย่างที่เจ้าตัวชอบ

ซึ่งเธอกับสามีก็ไม่สามารถคัดค้านความต้องการของชายชราได้ จึงต้องปล่อยให้ลูกชายไปเรียนหมอที่ประเทศจีนตั้งหลายปี พอกลับมาแทนที่จะได้พัก ก็ดันเกิดเรื่องที่บ้านซะก่อน

“ธารอยากกินข้าวผัดทะเลครับแม่” ธารเลือกเมนูง่ายๆไป เพราะตอนนี้นอกจากเก็บหนังสือแล้ว เขายังคำนวณเงินที่มีอยู่ ว่าจะใช้จ่ายอย่างไรให้อยู่รอด จนกว่าเขาจะสามารถหางานทำได้

ถึงแม้ว่าพ่อเขาจะร่ำรวยมากแค่ไหน แต่ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน แม้กระทั่งค่าเรียนค่าที่อยู่ที่กินของเขาที่ประเทศจีน แม่ใหญ่ก็เป็นคนจัดการให้ทั้งสิ้น ซึ่งมันก็แทบจะไม่พอเขาต้องทำงานพิเศษช่วงวันหยุดตลอด ส่วนแม่ก็มีเพียงที่ดินที่พ่อซื้อให้เมื่อตอนวิกฤตต้มยำกุ้งอย่างลับๆ กับเงินสดประมาณ 5 แสนเท่านั้นเอง

“เดี๋ยวแม่โทรสั่งให้ รอแปปหนึ่งนะ”

คืนนั้นหลังจากที่กินข้าวเย็นเสร็จ ทั้งสองคนก็นั่งพูดคุยกันสักพัก ก่อนที่จะพากันแยกตัวไปพักผ่อน เนื่องจากเหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว

รุ่งเช้าสายธารกับแม่ก็ช่วยกันนำข้าวของลงมาด้านล่างของโรงแรม ก่อนที่เจ้าของรถบรรทุกกับลูกน้องจะช่วยกันขนของขึ้นรถ ตามที่ว่าจ้างเอาไว้

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหมลูก” สายธารถามขึ้น เมื่อเห็นลูกชายขึ้นไปเช็คห้องอีกครั้ง ก่อนที่จะลงมาเช็คเอาท์ แล้วเดินมาหาเธอที่รออยู่หน้าโรงแรม

“ครับแม่ เราไปกันเถอะ” ไม่รู้เพราะอะไรสายธารคิดว่าเขามีความสุขมาก ตั้งแต่ที่ได้ย้ายออกจากคฤหาสน์แห่งนั้น

ทั้งสองคนนั่งแท็กซี่โดยให้รถบรรทุกขับตามหลังมา รถแล่นมาซักพักก่อนที่จะหยุดลง สายธารที่ได้รับกุญแจจากแม่ ก็ลงจากรถก่อนที่จะไขกุญแจที่ยังคงสภาพดีอยู่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่ได้จ้างคนให้มาดูแล เดือนล่ะ 2 ครั้ง

พอรถทั้ง 2 คัน เข้ามาด้านในรั้วบ้านแล้ว ก็ต้องขับรถต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร ถึงเจอกับบ้านเรือนไทยขนาดใหญ่ ลักษณะเก่าตามกาลเวลา แต่หากได้ทาสีและบำรุงส่วนที่ชำรุดไป บ้านหลังนี้ก็นับว่าดีมากๆเลยทีเดียว

นอกจากบ้านและบริเวณโดยรอบจะกว้างขวาง มีรั้วรอบขอบชิด ซึ่งมีประมาณ 50 ไร่แล้ว ด้านหลังบ้านยังติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย แน่นอนว่าที่ดินแบบนี้หากขายไป เขากับแม่ก็กลายเป็นเศรษฐีได้เลย เพียงแต่ว่าเขาไม่คิดที่จะขายเลยสักครั้ง

ตั้งใจปลูกผักผลไม้ขายสร้างรายได้ และยังมีสมุนไพรที่ต้องหามาปลูก เพื่อสานต่อความรู้ที่ตนเองไปร่ำเรียนมา กะว่าเมื่อเก็บเงินได้สักก้อน ก็จะเปิดคลีนิครักษาผู้ป่วยต่อ

“ให้ขนขึ้นไปด้านบนบ้านไหมครับ”

ลุงสนเจ้าของรถบรรทุกถามขึ้น ในตอนแรกที่ถูกว่าจ้างขนของไม่คิดว่าทั้งสองคนจะเป็นเจ้าของที่ดินตรงนี้ด้วยซ้ำ ต้องบอกว่าเขามาที่นี่บ่อยๆ เพราะยามที่คนเข้ามาทำความสะอาด ตนก็จะถูกจ้างมาขนเศษไม้เศษหญ้าตลอด แต่นี้เป็นครั้งแรกที่ได้เจอเจ้าของจริงๆ

“รบกวนด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจ่ายพิเศษให้ด้วย” เมื่อจ่ายเงินค่าแท็กซี่เสร็จ ธารก็รีบเดินมาหาเจ้าของรถบรรทุกต่อ เขารู้ว่าแม่ค่อนข้างที่จะอึดอัด ที่จะพูดคุยกับผู้ชายแปลกหน้า ตนจึงรับหน้าที่จัดการทุกอย่างเอง

“โอ้ ครับคุณครับ”

ระหว่างที่รอของถูกขนขึ้นมาบนบ้าน สารธารกับแม่ก็เดินสำรวจตัวบ้านเรือนไทยรอ

“ไม่คิดว่าบ้านหลังนี้จะมีอายุเกือบร้อยปีเลยนะครับแม่ ทุกอย่างเกือบจะสมบูรณ์ มีแค่ไม่จุดที่ต้องซ่อมเอง” ยิ่งได้เดินสำรวจสายธารก็ยิ่งรู้สึกชอบบ้านหลังนี้ขึ้นกว่าเดิม บรรยากาศที่แสนจะเย็นสบาย ไม่คิดว่านี้จะอยู่ใจกลางกรุงเทพด้วยซ้ำ มันเหมือนกับอยู่บนภูเขาที่มีลมพัดตลอดเวลามากกว่า

“นั่นนะสิลูก บ้านหลังนี้ดีมากจริงๆ” สายบัวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหน

ในอดีตเธอกับสามีมาขับรถเล่นด้วยกัน บังเอิญเจอกับชายชราคนหนึ่งเป็นล้มอยู่ข้างทาง ทั้งสองจึงต้องใจจะพาไปที่โรงพยาบาล แต่ชายชราคนนั้นก็ดันปฏิเสธ แถมยังพาทั้งคู่มายังที่ดินซึ่งมีบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่

ชายชราเล่าว่าตนเองเป็นคนลงมือสร้างบ้านหลังนี้ด้วยตนเองเลย และพอเล่าจบท่านก็ถามว่าอยากได้ที่ดินและบ้านหลังนี้ไหม ท่านจะขายให้ถูกๆแต่บนโฉนดต้องเป็นชื่อของสายบัวเท่านั้น

ในตอนนั้นเธอและสามีรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าแค่พาชายชรากลับมาส่งที่บ้าน จะได้ที่ดินขนาด 50 ไร่ และบ้านหลังใหญ่กลับไปด้วย

และที่ทำให้สายบัวไม่ลืมเลยก็คือ ก่อนที่เธอจะขึ้นรถไป ชายชราได้เรียกเธอเข้าไปหา

“นังหนูเอ๊ย ที่ดินและบ้านหลังนี้ให้เก็บไว้ดีๆนะ แล้วค่อยส่งมันให้กับลูกชายเอ็ง อย่าให้สามีเอ็งเด็ดขาดเข้าใจไหม”

“คุณตารู้ได้ยังไงค่ะว่าหนูท้องอยู่ แล้วก็รู้ได้ไงว่าเป็นลูกชาย คนรอบข้างหนูมีแต่คนคิดว่าเป็นลูกสาวซะส่วนใหญ่เลย”

เพราะเป็นท้องแรกจึงไม่ได้ท้องใหญ่มากนัก คนนอกแทบไม่รู้ว่าเธอตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ จะมีแค่ครอบครัวเธอที่เห็นลักษณะท้องที่โตขึ้นด้านบนหรือท้องสูง จึงพากันพูดว่าเป็นลูกสาว มีแค่คุณตาคนเดียวนี้แหล่ะที่พูดว่าเป็นลูกชาย

“เอาเถอะน่า เอ็งก็อย่าลืมคำพูดข้าล่ะ วันพุธที่จะถึงก็ไปเจอกันที่สำนักงานที่ดิน จะได้โอนชื่อเป็นของเอ็งได้”

“เข้าใจแล้วจ้ะตา” ในเมื่อชายชราไม่อยากที่จะพูดต่อแล้ว สายบัวจึงไม่คิดที่จะเซ้าซี้ถามต่อ เธอเดินกลับไปขึ้นรถที่สามีรออยู่ ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านไป

แน่นอนว่าพอกลับถึงบ้านสามีก็ขอที่ดินแปลงนั้นกับเธอทันที แต่เพราะรับปากชายชราไป สายบัวจึงปฎิเสธสามี สร้างความไม่พอใจให้เขาพอสมควร

และในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าทำไหมคุณตาคนนั้น ถึงให้เธอปฏิเสธสามีและใส่ชื่อเธอเป็นเจ้าของที่ดิน ก็เพราะว่าเธอจับได้ว่าตนเองดันเป็นเมียน้อย โลกของเธอในเวลานั้นมันพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี หากไม่มีลูกชายที่พึ่งคลอดล่ะก็ เธอคงคิดสั้นไปแล้ว

และหากถามว่าทำไมถึงไม่ถอยออกมา นั้นก็เป็นเพราะพ่อสามีให้เธอไปได้ แต่ต้องทิ้งลูกชายไว้ที่นั้น เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นต้องอยู่ที่บ้านเล็กหลังคฤหาสน์แห่งนั้นมาตลอด

“แม่ครับ” สายธารที่เห็นแม่เหม่อไป แววตาที่ดูมีความสุข ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นแววแห่งความเศร้า เขาจึงรู้สึกเป็นห่วงอดไม่ได้ที่จะสวมกอด เพื่อหวังจะปลอบประโลมความเศร้าให้ลดลงได้บ้าง

“แม่โอเคลูก แค่มีลูกอยู่ข้างๆแบบนี้แม่ก็มีความสุขที่สุดแล้ว”

ทั้งสองคนปลอบใจกันอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงเรียก ดังมาชานเรือนจึงพากันเดินไปดู ซึ่งก็พบว่าของถูกขนขึ้นมาเสร็จแล้ว

“ผมจัดการโอนเงินให้เรียบร้อยยแล้วนะครับ ลุงสนลองเช็ดยอดเงินได้เลย”

“ขอบคุณครับ ถ้ามีงานขนของอีกเรียกใช้บริการได้เลยนะครับ ความจริงแล้วบ้านผมก็อยู่ซอยข้างๆกันนี่เอง” ยิ่งเห็นยอดเงินที่ถูกโอนเข้ามาเกินจากที่ตกลงไว้ถึง 1พันบาท มันก็ทำให้เขาดีใจมาก ด้วยเศรษฐกิจแย่หาเงินแต่ล่ะบาทกว่าจะได้ก็ยากเย็นมากๆ ถ้าได้เจอนายจ้างดีๆแบบนี้ เขาพร้อมทำงานถวายหัวเลยทีเดียว

หลังจากที่ลุงสนขับรถออกไปแล้ว สายธารก็ปั่นจักรยานที่พึ่งซื้อมา ไปยังหน้าทางเข้าเพื่อจัดการล็อคกุญแจ ป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว เสร็จก็ปั่นกลับมาหาแม่ที่ตอนนี้กำลังจัดของอยู่

“ต่อไปผมจะดูแลแม่เองนะครับ จะทำให้ทุกเวลาเต็มไปด้วยความสุข” สายธารมองแม่ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะมองรอบๆบ้านใหม่แห่งนี้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกัน

ที่นี่ที่ไหน

เมื่อวานสายธารกับแม่ใช้เวลาทั้งวันในการจัดข้าวของ และทำความสะอาดบนบ้าน เช้าวันนี้เขาตื่นแต่เช้าเลยกะว่าจะสำรวจพื้นที่รอบๆบ้านสักหน่อย แต่ระหว่างที่กำลังปั่นจักรยานไปหน้าทางเข้า เขาก็เจอกับหญิงวัยกลางคน 2 คนยืนอยู่แถวหน้าประตู

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรรึเปล่าครับ” สายธารจอดรถก่อนที่จะเดินเข้าไปสอบถามทั้งคู่

“พ่อหนุ่ม เป็นลูกของคุณสายบัวรึเปล่า”

“ใช่ครับ”

“พอดีว่าป้าเคยดูแลที่นี่ คุณสายบัวจ้างป้าคอยดูแลบ้านและสวน เมื่อวานป้าได้เจอกับลุงสน เลยได้พูดคุยกันนะ วันนี้ก็เลยจะมาถามว่ายังจะให้เข้ามาดูแลสวนอีกรึเปล่าจ้ะ”

ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แต่ดวงตาของเธอซ่อนความกังวลแทบไม่มิด เนื่องจากครอบครัวเธอ มีแค่ตนเองที่สามารถทำงานได้ปกติ น้องสาวที่มาอาศัยอยู่ด้วยกัน ก็ถูกอดีตสามีทำร้ายทำให้ขาเป๋เดินได้ไม่ค่อยสะดวก ส่วนลูกชายเกิดอุบัติเหตุทำให้เป็นอัมพาตครึ่งซีก

อาศัยรับจ้างทั่วไปและโชคดีที่บ้านของสายธารจ้างเธอและน้องสาว ทำให้พอมีเงินใช้จ่ายประทังชีวิตมาโดยตลอด แต่ถ้าเลิกจ้างดูแลบ้านและสวน เธอก็คงต้องออกไปหารับจ้างที่ไกลจากบ้าน กังวลเพียงแค่ลูกชายต้องอยู่คนเดียว เพราะตอนมาทำงานที่นี่ เธอสามารถวิ่งกลับบ้านเพื่อไปป้อนข้าวลูกได้ตลอด

วันนี้ก็เลยตัดสินใจพากันเดินมากับน้องสาว เพื่อถามให้แน่ใจแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปด้านใน แม้ว่าเธอจะมีกุญแจอยู่ก็ตาม

“ผมจ้างต่ออยู่แล้วครับ ความจริงผมว่าจะจ้างมาทำประจำเลยด้วยซ้ำ เพราะมีแพลนงานต่าง ๆไว้หลายอย่างเลย ที่ต้องมีคนช่วยด้วยนะครับ ให้ทำสวนสองคนกับแม่คงไม่ไหวแน่นอน”

สายธารค่อนข้างพอใจกับผลงานที่ผ่านมาของคุณป้าทั้งสองมาก ตอนจัดข้าวของอยู่ระหว่างนั้นแม่เขาเล่าให้ฟังว่า ถึงจะบอกว่าจ้างเดือนล่ะ 2 ครั้ง แต่ก็ใช่ว่าจะทำงานวันเดียวเสร็จ การดูแลพื้นที่ 50 ไร่ ใช้เวลาพอสมควร

ฟังเหมือนจะเป็นงานที่หนักด้วยซ้ำ แต่พอทำทุกเดือนต้นไม้ก็ไม่โตมากพอต้องให้ตัดเท่าไหร่ ส่วนค่าจ้างก็ตกเดือนล่ะ 2 หมื่น

“จริงเหรอจ้ะ ขอบคุณมากๆเลย” เมื่อได้ยินว่าจ้างต่อความวิตกกังวลที่มีก็หายไป ทั้งคู่กระโดดกอดคอกันร้องไห้ ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าเจ้านายกำลังยืนดูอยู่ เลยรีบเช็ดน้ำตาและส่งยิ้มมาให้แทน

“ครับ เอาเป็นว่าเริ่มงานพรุ่งนี้นะครับ ส่วนละเอียดต่าง ๆก็ค่อยมาคุยกันพรุ่งนี้ทีเดียวเลย”

สายธารยืนส่งป้าทั้งสองคน ที่พากันเดินกลับที่พัก ส่วนตนเองก็เริ่มเดินสำรวจพื้นที่ต่อ ด้วยความที่ดินผืนนี้อุดมสมบูรณ์ ทำให้ต้นผลไม้ที่มีอยู่แต่เดิมออกผลเยอะมาก โดยเฉพาะมะม่วงที่มีหลายสิบต้น มีผลดกจนกิ่งแทบหัก ปกติแม่ก็จะขายไม่ก็แบ่งพวกคุณป้าที่มาดูแลที่นี่เอากินตามสบาย

นอกจากนี้ยังมีต้นทุเรียน 50 ต้น มะยงชิด 20 ต้น ผลดกมากพึ่งออกผลเป็นปีแรก และยังมีส้มโอ 10 ต้น ลำไย 15 ต้น มังคุด ส้ม ชมพู่ ต้นกล้วย มะพร้าวน้ำหอมอีกชนิดล่ะ 40 ต้น พวกนี้เป็นแม่ที่สั่งซื้อต้นพันธุ์ และให้ปลูกเพิ่มเมื่อ 5 ก่อน

ถึงอย่างนั้นก็ยังเหลือพื้นที่ว่างอีกเยอะมาก สายธารตั้งใจว่าพื้นที่ด้านหน้าทางเข้า จะสร้างคลีนิครักษาผู้ป่วย ข้างๆกันก็กะว่าจะสร้างคาเฟ่ให้กับแม่ ถัดจากคลีนิคก็จะเป็นแปลงสมุนไพรต่าง ๆ แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะตอนนี้เขากับแม่มีเงินแค่ 5แสนกว่าเท่านั้นเอง

“ธารมาดูนี่สิลูก ”

เสียงของแม่เรียกมาจากด้านบนบ้าน สายธารเลยรีบขึ้นไปหาทันที ซึ่งห้องที่แม่อยู่ก็คือห้องนอนเขา เพียงแต่เมื่อคืนยังไม่ทันได้เข้ามาอยู่ เนื่องจากแม่ขอให้ไปนอนเป็นเพื่อนก่อนสักคืน

“มีอะไรเหรอครับแม่” สายธารถึงกับขมวดคิ้วสงสัย เมื่อเห็นของในมือแม่ที่กำลังถืออยู่นั้น ก็คือเพชรสีแดงขนาดใหญ่ ถึงจะไม่มีไว้ครอบครอง แต่ตัวเขาก็คลุกคลีกับของมีค่ามากมายตั้งแต่เกิด มองยังไงเพชรในมือของแม่ก็น่าจะเป็นของจริง และมูลค่าสูงเลยทีเดียว

“แม่เอาดอกไม้มาใส่แจกันในห้องนอนลูก และก็เจอกับเพชรเม็ดนี้เข้านะจ้ะ”

“แปลกจังเลยครับแม่ เมื่อวานเราเข้ามาทำความสะอาดและจัดของ ยังไม่เห็นเพชรเม็ดนี้เลย อยู่ๆก็โผล่ออกมาอยู่บนเตียงผมซะอย่างนั้น” สายธารรับเพชรจากแม่มาดูอย่างละเอียด เพชรนี้ถือว่าน้ำงามมาก แถมยังมีสีแดงที่หาได้ยาก ในเหมืองที่ขุดกันอยู่ไม่ค้นพบอัญมณีสีแดงแบบนี้นานกว่า 30 ปีได้แล้ว

“แล้วเราจะเอายังไงกันดีล่ะลูก”

“เราเก็บไว้ก่อนก็ได้ครับแม่ ถ้ามีเจ้าของมารับก็ค่อยส่งคืน” จะให้ไปแจ้งความก็แปลกอยู่ จะบอกตำรวจว่าผมเก็บเพชรได้ที่ห้องนอนตนเอง ตำรวจคงหาว่าเขาไปแล้วแน่

“งั้นแม่เอาไว้ที่หัวเตียงนอนของลูกนะ” เตียงนอนห้องลูกชายเป็นของเก่า มีช่องเก็บของหลายช่อง เธอถามแล้วว่าอยากเปลี่ยนไหม แต่เจ้าตัวปฏิเสธแถมยังบอกชอบเตียงนอนโบราณแบบนี้อีก

“ตามใจครับคนสวยของผม”

“ลูกใครเนี่ยปากหวานซะจริงๆเลย”

สายบัวรักลูกชายมาก เขาได้จุดเด่นของเธอและสามีมาจนหมด ทั้งผิวที่ขาวโดนอะไรนิดหน่อยก็แดง ใบหน้าแทบจะได้เธอมาทั้งหมด แต่ติดที่ดวงตาที่เหมือนพ่อ มีส่วนสูงถึง 178 ตัวบางจนผู้หญิงหลายคนอิจฉา เธอพยายามที่จะขุนให้เจ้าตัวมีเนื้อมากกว่านี้ แต่กินมากเท่าไหร่ก็ผอมเหมือนเดิมอยู่ดี

และเพราะเป็นอย่างนี้ จึงมักจะโดนแมวมองทาบทามไปเป็นนายแบบ หรือนักแสดงอยู่เป็นประจำ ลูกชายก็สนใจไม่น้อยแต่เพราะพ่อสามีไม่ยินยอม ทำให้ต้องปฏิเสธทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เป็นจุดเด่นสายธารเลยมักจะทำผมฟู ใส่แว่นหนาเตอะเป็นประจำแทน

“แน่นอนว่าก็ต้องลูกชายแม่ยังไงล่ะครับ แต่ตอนนี้ผมหิวแล้ว แม่ทำของอร่อยให้กินหน่อยสิครับ” สายธารออดอ้อนแม่ก่อนที่จะยิ้มร่า เมื่อได้ฟังเมนูที่แม่จะทำให้กิน

ทั้งคู่เดินออกจากห้องนอน โดยไม่รู้เลยว่าเพชรสีแดงที่ถูกเก็บไปในช่องเก็บของ มันมีแสงสว่างออกมาก่อนที่แสงนั้นจะหายไปอย่างรวดเร็ว

คืนนั้นหลังจากที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย สายธารก็เดินไปส่งแม่ที่ห้องนอนก่อน จากนั้นก็เดินมาที่ห้องนอนตนเอง ทันทีที่นอนลงไปบนเตียง เขาก็รู้สึกมึนหัวเล็กน้อย ก่อนที่จะโดนดูดลงไปในหลุมใต้เตียงนอน ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งได้ร้องขอความช่วยเหลือ

“นี้มันอะไรกันเนี่ยยยย” สายธารยกมือขึ้นมากุมหัว เพราะตอนนี้รอบตัวเขามันคือทุ่งหญ้า ที่มีพื้นที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ไม่ใช่ห้องนอนของเขาอีกต่อไป

“นั้นมันตัวอะไรนะ ย้า ทำไมมันถึงวิ่งมาทางฉันแบบนั้นล่ะ” สัตว์ที่ดูยังไงก็เหมือนกับกระต่าย เพียงแต่ว่ามันตัวใหญ่อย่างกับหมู ไม่ได้หน้าตาบ้องแบ๊วเหมือนที่อยู่ในสวนสัตว์ แถมยังอ้าปากโชว์ฟันอันแหลมคม ที่สำคัญกว่านั้นคือมันมองเขาน้ำลายก็ไหลไปด้วยนี้สิ

“บ้าไปแล้ว” ไม่อยู่รอเป็นอาหารให้สัตว์ประหลาด สายธารออกตัววิ่งอย่างรวดเร็ว แต่ความเร็วก็ยังแพ้เจ้ากระต่ายยักษ์อยู่ดี ตอนนี้มันเข้าใกล้เขาเข้ามาเรื่อย ๆแล้ว

เพราะใกล้จะหมดแรงแล้ว สายธารที่เห็นว่าด้านหน้าตนมีต้นไม้ใหญ่อยู่ เขาจึงวิ่งไปก่อนที่จะใช้แรงที่มีทั้งหมด ปีนขึ้นไปบนต้นไม้

เห็นแบบนี้ตอนที่ไปเรียนแพทย์แผนจีน อาจารย์พาเขาขึ้นไปบนภูเขา เพื่อเก็บสมุนไพรโดยเฉพาะพวกเห็ดที่มีคุณค่าทางยา ซึ่งอยู่บนต้นไม้สูงเขาเลยต้องพยายามปีนขึ้นไปเก็บให้สมบูรณ์ที่สุด

ตอนแรกก็ลำบากตามตัวเต็มไปด้วยแผลถลอกมากมาย แต่พอต้องปีนขึ้นต้นไม้บ่อยๆ เขาก็แทบจะเหมือนลิงไม่มีผิด ถ้าไม่กลัวตายล่ะก็เขาอยากลองกระโดดจากต้นหนึ่งไปอีกต้นเหมือนลิงจริงๆบ้าง

“ตู๊ม” เพราะวิ่งมาด้วยความเร็ว มันจึงชนเข้ากับต้นไม้อย่างจัง

สายธารเกาะกิ่งไม้แน่น เขาดูสถานการณ์อยู่ด้านบน จนเห็นว่าเจ้าสัตว์ประหลาดเหมือนกระต่ายนิ่งไป ลิ้นของมันห้อยออกมาจากปาก

“ตายแล้วจริงดิ มีดีแค่แรงแต่โง่ไปหน่อยนะเนี่ย” หลังจากที่เดินวนรอบตัวกระต่ายยักษ์ จนแน่ใจว่ามันตายแล้วจริงๆ สายธารจึงยกมือขึ้นไปสัมผัสขนของมันดู ซึ่งพบว่ามันนุ่มมากๆ

“ขนนุ่มมากเลยถ้าสามารถเก็บขนไปทำเสื้อให้แม่ได้คงดีไม่น้อย เอ๊ยยยย” อยู่ๆเจ้ากระต่ายยักษ์มันก็หายไปหลังจากที่เขาพูดจบ มันทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก

“ตกลงที่นี่มันที่ไหนกันแน่” สายธารตะโกนก้อง ตอนนี้เขาทั้งรู้สึกสับสนและหวาดกลัว อยากกลับไปหาแม่ใจจะขาดอยู่แล้ว

อาจารย์

กว่าที่สายธารจะสงบสติได้ก็ใช้เวลานานมาก แถมเขายังรู้แล้วว่าจะทำยังไงให้กระต่ายยักษ์ที่ตายปรากฏได้ นั้นก็คือเขาแค่พูดว่า “กระต่ายยักษ์ 1 ตัว” มันก็จะโผล่ออกมาอยู่ตรงหน้าเขาเลย

“จะเอายังไงต่อดีเนี่ย ต้องใช้วิธีไหนนะเราถึงจะกลับบ้านได้” สายธารนั่งทึ้งหัวของตนเอง โดยมีศพของกระต่ายยักษ์อยู่ข้างๆ

“ไม่ได้การแล้วถ้ายังนั่งอยู่ตรงนี้ต่อก็ไม่ได้อะไร” หลังจากฮึดสู้ขึ้นมาได้สายธารก็จัดการเก็บกระต่ายยักษ์ ก่อนที่จะออกเดินทาง ไม่รู้เพราะอะไรเขารู้สึกว่าตนเองมีพละกำลังเพิ่มมากกว่าเดิมเท่าตัว ร่างกายก็เบาสบายขึ้น และที่สำคัญไปกว่านั้นเขาไม่ง่วงเลยสักนิด

ระหว่างทางทั้งวิ่งและเดิน แทบไม่รู้ว่าตนเองใช้เวลาไปเท่าไหร่ ในที่สุดสายธารก็สามารถออกจากทุ่งหญ้าได้ โดยตรงหน้าที่ปรากฎอยู่คือบ้าน 3 หลังที่ถูกรายล้อมไปด้วยหุบเขา มีน้ำตกขนาดใหญ่อยู่หลังบ้าน ต้นไม้ที่เขาไม่รู้จักมายมายกระจายเต็มพื้นที่ ดอกไม้ที่เบ่งบานส่งกลิ่นหอม จนเขาแทบอยากขอต้นพันธุ์กลับไปปลูกให้แม่

“ขอโทษนะครับ มีคนอยู่รึเปล่าครับ” สายธารไม่คิดที่จะเดินไปด้านในมากกว่านี้ เขาเลือกตะโกนถามแทน เพราะดูเหมือนว่าโลกที่เขาอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่โลกเดิมเขาแน่ๆ

ทุกอย่างมันดูอันตรายไปซะหมด หากไม่ระวังตัวเขาอาจตายได้ทุกเมื่อ

“โอ้ ไม่คิดว่าจะมีคนมาที่นี่ได้ กี่พันปีแล้วนะที่ข้าไม่ได้เจอกับคนนอก” ชายชราคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน ในมือมีตำราเล่มหนึ่งติดมาด้วย ที่สำคัญกว่านั้นบนตัวเขามีกลิ่นของสมุนไพรโชยออกมา ให้ความรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก

“เอ่อ” สายธารสติหลุดอีกครั้ง เมื่อชายชราเหาะมาอยู่ตรงหน้าเขา

“อ้าว เจ้าหนุ่มเป็นยังไงบ้าง ข้าไม่ได้ทำอะไรเจ้าสักหน่อย”

ไม่พูดเปล่าชายชราล้วงเอาขวดกระเบื้องที่มีลวดลายสวยงาม เปิดฝาออกก่อนจะนำมาจ่อที่จมูก กลิ่นที่ลอยออกมาให้ความรู้สึกสดชื่นมากๆ จนสายธารได้สติขึ้นมา เขากะพริบตาปริบๆมองไปยังชายชรา

“เอ่อ ขอโทษครับที่เสียมารยาท ผมมีเรื่องที่อยากสอบถามว่าที่นี่คือที่ไหนนะครับ” สายธารโค้งหัวแสดงความเคารพชายชราตรงหน้า ที่แต่งกายด้วยชุดจีนโบราณ เหมือนในละครที่เคยดูมา

“ที่นี่คือดินแดนลับชิงหลง มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถผ่านทุ่งหญ้ามรณะมาได้ หรือต่อให้เป็นเซียนก็ยากเช่นเดียวกัน เจ้าเป็นมนุษย์ธรรมดาคนแรกเลยนะ ที่มาเยี่ยมพวกข้าในรอบหลายพันปี”

จางกั๋วหลาวเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เขาสนใจเด็กหนุ่มตรงหน้ามากๆอยากแนะนำให้สหายทั้งสอง ที่พึ่งเดินทางไปทำธุระยังไม่กลับมา ได้รู้จักเชื่อได้เลยว่าพวกเขาต้องชอบเด็กคนนี้แน่ๆ

“ไม่คุ้นเลยแฮะ”

“ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรล่ะ ข้ามีนามว่าจางกั๋วหลาว” หากเป็นคนอื่นเมื่อได้ยินชื่อนี้คงตกใจมากแน่ๆ แต่ยิ่งเห็นว่าเด็กหนุ่มไม่มีอาการอะไรเลย ทำราวกับไม่รู้จักเขาอีก ก็ยิ่งอยากพูดคุยด้วยนานๆ

“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ ผมชื่อสายธาร”

“เป็นชื่อที่แปลกดีนัก เอาเถอะเข้าไปด้านในกัน ข้ามีเรื่องจะสอบถามเจ้าหลายอย่างเลย” ไม่รู้เพราะว่าเหงารึเปล่า แต่กั๋วหลาวรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เขาแทบจะค้นหาชาชั้นยอดที่ไม่ค่อยเอาออกมาเท่าไหร่ เพื่อชงต้อนรับแขกในครั้งนี้อย่างเต็มที่

ด้านสายธารที่ได้ฟังชายชราเล่าเรื่องราวของโลกใบนี้ให้ฟัง จนได้ความว่าโลกแห่งนี้มีเมืองใหญ่อยู่เพียงแค่ 4 เมืองเท่านั้น ซึ่งก็คือ ปิงอันเฉิน ลั่วเสิน ผานกู่ และจกหยง ส่วนที่ที่เขาในตอนนี้คือชิงหลงพื้นที่ลับ อยู่ห่างจากทั้ง 4 เมือง เส้นทางที่ต้องผ่านล้วนอันตรายเป็นอย่างมาก เขาโชคดีที่พบเพียงกระต่ายคลั่งตัวเดียวเท่านั้น

ส่วนชายชราที่พูดคุยกับเขาก็คือ จางกั๋วหลาว ผู้เป็นเลิศด้านการรักษาและปรุงยา อีก สองท่านที่ไม่อยู่ก็คือ เทียนกง ผู้เป็นเลิศด้านการฝึกยุทธ และหมินเทียน ผู้เป็นเลิศด้านการสร้างของวิเศษ

“โอ้ โลกของเจ้าช่างหน้าสนใจจริงๆ” ในที่สุดกั๋วหลาวก็นึกได้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นใคร ใช่แล้วเมื่อหลายพันปีก่อน มีผู้ฝ่าฝันอันตรายมาที่พื้นที่ลับ เพื่อขอให้เขามอบยารักษาคนรักให้ ก่อนที่เขาจะจากไปได้พูดประโยคหนึ่งขึ้น

‘น่าจะอีกหลายปีจะมีเด็กหนุ่มที่มาจากโลกคู่ขนาน มาเยี่ยมเยือนพวกท่าน เอ็นดูเขาหน่อยนะขอรับ ไม่แน่ว่าชีวิตพวกท่านอาจจะมีเรื่องตื่นเต้นให้ได้เจอก็เป็นไปได้’

“ใช่แล้วล่ะครับ โลกของผมมีของอร่อยมากมาย แต่เรื่องสภาพอากาศเทียบที่นี้ไม่ได้เลยสักนิดเดียว” มลพิษในอากาศฆ่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก สายธารอยากให้แม่ได้มาอยู่ที่นี่จริงๆ สุขภาพท่านน่าจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม

“ถ้าเจ้าอยากให้อากาศไร้ซึ่งสิ่งแปลกปลอม ก็เพียงแค่ลงค่ายกลก็ช่วยได้แล้วนี่”

“ก็ตามที่ผมบอกไปนั่นแหละครับ ที่นั้นผู้คนเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ไม่มีการฝึกยุทธเหมือนที่นี่ การวางค่ายกลเป็นเพียงแค่เรื่องเล่า สร้างความสนุกสนานให้ผู้คนเท่านั้นครับ”

“เอาอย่างนี้สิ ในเมื่อเจ้าก็บอกว่าร่ำเรียนการรักษาผู้ป่วย งั้นก็รับข้าเป็นอาจารย์ด้วยสิ รับรองเลยว่าความรู้ที่ข้ามีจะถ่ายทอดให้เจ้าทั้งหมดเลยนะ ค่ายกลก็เหมือนกัน เป็นอย่างไรสนใจขึ้นมารึเปล่า”

กั๋วหลาวกลัวว่าถ้าสหายกลับมาที่นี่ จะมาแย่งตัวลูกศิษย์คนนี้ไป เขาจึงอวดโอ้ความสามารถของตนเองเพื่อให้ถูกเลือกก่อน

การจะมีลูกศิษย์มันหายากมากเลยนะ เพราะงั้นใครเร็วใครได้

“ผมก็อยากเรียนกับท่านปู่เหมือนกันครับ เพียงแต่ว่าผมต้องหาทางกลับบ้าน แม่กำลังรอผมอยู่” แม้จะเสียดายแต่สายธารย่อมรักแม่มากกว่าสิ่งใดอยู่แล้ว

“ตามที่เจ้าเล่าให้ฟัง ข้าว่ามันน่าจะเกี่ยวกับเพชรแดง หรือคนที่นี่จะเรียกมันว่าโลหิตมังกรก็อาจเป็นไปได้นะ ตามตำนานเล่าขานกันว่า ขอเพียงแค่มีมันในครอบครอง ไม่ว่าอยากไปที่ได้ขอเพียงกำหนดจิตนึกถึงก็สามารถไปได้แล้ว แต่ก็อย่างว่าแหละข้าก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อนเช่นเดียวกัน”

โลหิตมังกรไม่ใช่ว่ามังกรทุกตัวจะมีได้ จะต้องเป็นมังกรบรรพกาลเท่านั้นถึงจะก่อเกิดขึ้นบนร่างกาย และเมื่อตายลงมีสิ้นอายุไข ให้รีบรับโลหิตมังกรอย่าให้ตกลงสู่พื้นดิน ไม่อย่างนั้นมันก็จะสลายไปกลายเป็นพลังงานมหาศาลแทน

“กำหนดจิตอย่างนั้นเหรอครับ เข้าใจแล้ว”

“เดี๋ยวก่อน” ขณะที่สายธารเริ่มกำหนดจิต ชายชราก็รีบพูดขัดขึ้นเสียงดัง

“มีอะไรเหรอครับคุณปู่”

“ก็ในเมื่อข้าเป็นคนหาทางออกให้เจ้าได้แล้ว ก็ต้องรับปากเป็นลูกศิษย์ข้าเสียก่อนสิ” เรื่องอะไรเขาจะปล่อยว่าที่ลูกศิษย์คนนี้ไปง่ายๆกัน

“ตกลงครับ ถ้าผมสามารถกลับบ้าน และมาที่นี่อีกครั้งได้ ผมรับปากว่าจะยินยอมเป็นลูกศิษย์ของท่านปู่เลยครับ” ตอนนี้ขออะไรสายธารก็รับปากหมด เพราะใจของเขาอยากกลับบ้านเต็มทีแล้ว

“งั้นทำพิธีศิษย์อาจารย์กันเถอะ ใช้เวลาไม่นานหรอก ”

และก็ใช้เวลาไม่นานจริงๆเพราะชายชราจัดการเรียกของที่ต้องใช้ออกมาจากแหวนมิติ แล้วบอกให้สายธารทำอะไรบ้าง ทุกอย่างดูรวบรัดไปหมด แต่พอเห็นใบหน้าที่แสดงออกถึงความสุข สายธารก็เลยยอมทำตาม

“นี่คือของต้อนรับศิษย์เพียงคนเดียวของอาจารย์นะ” แหวนมิติที่ด้านในเต็มไปด้วยตำราการรักษาผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ตำราการปรุงยา หรือแม้กระทั่งเม็ดยาอันบริสุทธิ์มากมาย นับว่าเป็นของที่มีมูลค่าสูงต่อให้มีทรัพย์สินมหาศาล ก็ไม่อาจเทียบเคียงสิ่งที่สายธารได้มาเลย

“ขอบคุณครับอาจารย์ ศิษย์คนนี้จะตั้งใจร่ำเรียน และจะกตัญญูต่อท่าน ครั้งหน้าถ้ามาศิษย์จะเอาเครื่องปรุงมาด้วย จะได้ทำอาหารอร่อยๆให้ท่านทาน” มีเพียงแค่การทำอาหารที่สายธารพอจะเชี่ยวชาญ เลยอยากทำให้ท่านทานดูบ้าง

“โอ้ ดียิ่งข้าชอบของอร่อยเป็นที่สุดเลย คิดไว้แล้วว่าเจ้าเป็นลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ” ชายชราหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน เพื่อปล่อยให้ลูกศิษย์ได้กลับบ้านตน แน่นอนว่าเขาเชื่อว่าอีกไม่นานเด็กหนุ่มก็จะกลับมาที่นี่อีก

เมื่ออยู่ตามลำพังแล้วสายธารก็เริ่มกำหนดจิต เพียงไม่นานเขาก็ปรากฎตัวอยู่บนเตียงนอน และเมื่อหันไปมองดูนาฬิกาก็พบว่าใกล้จะสว่างแล้ว

ทั้งที่ยังไม่ได้นอนเลย แต่เขากลับไม่มีอาการง่วงสักนิดเดียว ไม่รอช้าสายธารวิ่งออกจากห้องตรงไปยังชานเรือนที่แม่กำลังนั่งรับลมอยู่ เขาสวมกอดท่านแน่นด้วยความคิดถึง และหวาดกลัวว่าจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก

“ฝันร้ายเหรอลูก” เมื่อเห็นว่าไหล่ของลูกชายสั่นไหว เธอก็ค่อยๆลูบหลังเขาอย่างปลอบโยน

“ครับผมฝันร้ายมากๆเลย แต่ก็ยังพอมีเรื่องดีๆอยู่ด้วยนะครับ”

“จริงเหรอ เล่าให้แม่ฟังได้ไหมเอ่ย”

สายธารไม่คิดที่จะปิดบังแม่อยู่แล้ว เขาเริ่มเล่าตั้งแต่ต้นให้ฟังทุกอย่าง แม้กระทั่งแหวนมิติก็ยังนำออกมาให้ท่านดูด้วย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...