รู้จัก “Romance Scam” ภัยรักออนไลน์ ทำคนทั่วโลกสูญเงินกว่า 1.14 พันล้านดอลล์
Romance Scam อีกหนึ่งอาชญากรรมทางออนไลน์ ที่ทำให้คนเหงาทั่วโลกต้องสูญเงินมหาศาล วิธีการนี้บรรดาแก๊งต้มตุ๋นจะใช้วิธีหลอกให้เหยื่อรัก เชื่อใจ และสานสัมพันธ์จนกระทั่งวาดฝันถึงเรื่องราวของการแต่งงาน มีครอบครัว
ระหว่างนั้นจะโลกให้โอนเงินหรือทรัพย์สินต่างๆ ไปให้มิจฉาชีพ เช่น หลอกให้ลงทุน หรือแม้กระทั่งการหลอกให้กระทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย และเมื่อไรที่เหยื่อเริ่มรู้ตัว แก๊งต้มตุ๋นจะหายตัวไป
สภาองค์กรของผู้บริโภคในประเทศไทย เคยอธิบายถึงวิธีการ Romance Scam ไว้หลายประการ เช่น การหลอกว่าเป็นนักธุรกิจหรือนักลงทุน มิจฉาชีพมาในคราบของการหาผู้ร่วมลงทุน มักใช้ถ้อยวลีว่าให้ผลตอบแทนสูงมาหลอกล่อเหยื่อ ยังรวมถึงการหลอกลงทุนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ
นอกจากนี้ยังใช้ความรู้สึกเห็นใจมาเป็นกลลวง เช่น หลอกว่าคนในครอบครัวป่วย ประสบปัญหาการเงิน ขณะที่อีกทางอาจเริ่มจากการส่งของขวัญราคาแพงให้เหยื่อ และหลอกให้โอนเงินในที่สุด อย่างไรก็ตามจุดจบสุดท้ายคือหลอกเอาทรัพย์สินและหายตัวไป
ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตามข้อมูลของคณะกรรมการการค้าแห่งสหพันธรัฐ พบว่าผู้บริโภคสูญเสียเงิน 1.14 พันล้านดอลลาร์จากการหลอกลวงทางความรักในปี 2566 หรือเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ ยัลเป็นการสูญเสียที่รายงานสูงสุดสำหรับการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบ
Tracy Kitten ผู้อำนวยการฝ่ายการฉ้อโกงและความปลอดภัยที่ Javelin Strategy & Research ซึ่งเป็นบริษัทบริการวิจัยทางการเงิน กล่าวว่า การหลอกลวงทางความรักมักเป็นสิ่งที่ร้ายกาจที่สุดเพราะเป็นการหลอกล่อด้วยอารมณ์
ขณะที่ Theresa Payton อดีตเจ้าหน้าที่สารสนเทศประจำทำเนียบขาว ซึ่งปัจจุบันเป็น CEO ของบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Fortalice Solutions กล่าวว่า
“สิ่งที่ผู้คนจำเป็นต้องตระหนักก็คือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลลวงประเภทนี้สามารถสอนทักษะด้านพฤติกรรมของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี พวกเขารู้จุดกระตุ้นอารมณ์ที่แตกต่างกันที่เราทุกคนมี และนั่นคือจุดที่จุดเหล่านั้นเกิดขึ้น”
Tracy Kitten อธิบายว่า นักต้มตุ๋นจะหลอกเหยื่อให้คิดว่าตนไม่ใช่คนๆ นั้น เมื่อเวลาผ่านไปจะพัฒนาความสัมพันธ์กับเหยื่อ เมื่อสร้างความไว้วางใจได้แล้ว เหยื่อก็อาจจะถูกโน้มน้าวให้ส่งเงิน เปิดเผยข้อมูลบัญชีธนาคาร ในบางกรณีอาจถึงขั้นฟอกเงินให้เหยื่อได้อีกด้วย
ตามข้อมูลของ Javelin การสำรวจที่ปรึกษาทางการเงิน 1,500 คนที่มีลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการฉ้อโกง ในเดือนกรกฎาคม 2566 พบว่ามีประมาณ 22% เป็นลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงทางความรัก และบ่อยครั้งที่ผู้ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์เข้าถึงและพัฒนาความสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายมากในการหลอกเหยื่อ เพราะไม่มีการติดต่อแบบเห็นหน้ากัน
เช่นเดียวกัน FTC พบว่าประมาณ 40% ของคนที่บอกว่าสูญเสียเงินให้กับการหลอกลวงความรักในปี 2565 บอกว่าการติดต่อนั้นเริ่มต้นบนโซเชียลมีเดีย
ขณะเดียวกันนั้น Payton แห่ง Fortalice Solutions อธิบายถึงสัญญาณเตือน 5 ประการสำหรับการหลอกลวงความรัก ได้แก่
1. ข้อความจากผู้ที่ไม่รู้จัก
แก๊งต้มตุ๋นอาจใช้บอทที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้หลายร้อยคนในเวลาเดียวกันผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ที่อยู่อีเมล และบัญชีโซเชียลมีเดีย ข้อความบางข้อความก็เรียบง่าย เช่น ”สวัสดี”
2. ดีเกินกว่าจะเป็นจริง
หากจู่ๆ อีกฝ่ายก็สนใจสิ่งเดียวกันกับเรามาก และต้องการสนทนาต่อในแพลตฟอร์มการส่งข้อความโดยตรงอื่น นั่นอาจถือเป็นสัญญาณเตือนอีกประการหนึ่ง
3. การปฏิเสธที่จะพบปะกันเป็นการส่วนตัว
ผู้หลอกลวงจะหาข้ออ้างเพื่อไม่ต้องการพบปะกันในชีวิตจริง แต่บางครั้งก็อาจเกิดทางเลือกอื่นขึ้นได้ ผู้หลอกลวงอาจขอเงินค่าเดินทางเพื่อมาพบ
4. พยายามให้แยกตัว
หากผู้หลอกลวงห้ามไม่ให้พูดคุยกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ ถึงความสัมพันธ์ในครั้งนี้
5. กลยุทธ์การกดดัน
พยายามกดดันให้รักษาความสัมพันธ์ไว้ อาจร้องขอเงินหรือข้อมูลทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม Tracy Kitten กล่าวว่า ในการหลอกลวงระยะยาวเหล่านี้ มักจะเป็นเรื่องยากสำหรับเหยื่อที่จะรู้ว่าตนถูกหลอก เนื่องจากความไว้ใจที่เต็มเปี่ยม
แต่ก็มี 5 สิ่งที่ควรทำเมื่อเริ่มทำความรู้จักกับคนใหม่ ได้แก่ ค้นหาภาพย้อนหลัง ติดตามสิ่งที่พวกเขาพูดและมองหาความไม่สอดคล้องกัน อย่าส่งข้อมูลทางการเงินหรือเงินทุนให้กับบุคคลนั้น พูดคุยกับครอบครัว เพื่อน ที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้ รวมถึงขอพบพวกเขาเป็นการส่วนตัวในที่สาธารณะหรือใกล้กับสถานีตำรวจ
โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่ 📌