โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวทอมร้องทนายดังถูกหลอกอมเงินศัลยกรรมตัดหน้าอก สูญเงินมูลค่ากว่า3ล้าน

แนวหน้า

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

9 สิงหาคม 2565 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ มี น.ส.เอ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี สาวหล่อ และน.ส.ดา (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี พร้อมด้วย น.ส.วราพัสวีร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี เจ้าของคลินิกเสริมความงามย่านเพชรเกษมและเพื่อนอีก 6 คน นำเอกสารหลักฐาน เดินทางเข้าพบ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลังตกเป็นเหยื่อถูกสาวทอม อ้างเป็นเซลล์ของคลินิกศัลยกรรมความงาม ตามที่โพสต์ลงในเพจเฟซบุ๊ก โดยคิดค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมตัดหน้าอกเพื่อเสริมหล่อในราคา 55,000 -75,000 บาท มีทั้งจ่ายเงินสดครั้งเดียวและผ่อนจ่ายเป็นรายงวด

โดยใช้วิธีจ่ายงวดแรกก่อน 10,000 บาท ที่เหลือใครพร้อมก็จ่ายเงินก้อน ส่วนใครที่ไม่สะดวกก็ให้ผ่อนเป็นงวดๆละ 3,000 บาท ทุก 15 วัน หลังจากจ่ายเงินแรกแล้วทางเจ้าของเฟซบุ๊กก็จะเก็บไปทั้งหมดอ้างว่าต้องนำไปวางมัดจำค่าศัลยกรรม หลังเริ่นผ่อนงวดที่สอง ก็จะใช้วิธีจับสลากหาคนโชคดีที่จะได้ทำศัลยกรรม โดยทางเจ้าของเฟซบุ๊กจะแจ้งให้ทราบ ซึ่งพฤติกรรมจะหลอกเหยื่อแต่ละรายโดยไม่ได้มีการผ่าตัดจริง สุดท้ายก็เงียบหายไป จนมีเหยื่อหลงเชื่อเป็นจำนวนมากยอดเงินกว่า 3,000,000 บาท รวมทั้งคลินิคที่นำชื่อไปหลอกเหยื่อด้วย

น.ส.เอ (สงวนนามสกุล) กล่าวว่า ตนสนใจอยากจะตัดหน้าอกอยู่แล้วบังเอิญไปเจอเพจนี้โฆษณา โดยทางเพจแจ้งว่าราคาโปรโมชั่นตัดหน้าอกทุกไซด์ทุกขนาดราคา 65,000 บาท ก็เลยแคปข้อความส่งเข้าไปในอินบ๊อกของเขา เพื่อพูดคุยสอบถาม โดยทางเขาบอกว่าถ้าสนใจให้กรอกชื่อ กรอกประวัติ ซึ่งเราได้ถามว่าผ่าตัดที่คลินิคไหน และกับหมอคนใด เขาก็แจ้งกลับมาว่าคลินิคชื่อนี้ พร้อมส่งชื่อหมอมาให้ 2 คนเพื่อให้ทางเราเลือก เราตรวจสอบไปที่คลินิคก็พบว่ามีจ้อมูลตรงตามที่เขาอ้าง เราจึงได้ตอบตกลง โดยเขาให้โอนเงินจำนวนดังกล่าวตามโปรโมชั่นไปแล้วเขาจะนัดหมอให้ เมื่อถึงวันนัดเราขอเลื่อนเขาออกไปและขอไปทำที่อีกคลินิคหนึ่ง เขาก็รับข้อเสนอพร้อมทั้งนัดวันให้ เมื่อถึงเวลาเราก็ไปตามที่นัดไว้ ปรากฎว่าไม่มีชื่อเราที่คลินิคนั้น เราก็ติดต่อกลับไปเขาอ้างว่าเขาทำงานหนักไม่มีเวลาเลยลืมส่งประวัติของเราไป ซึ่งเขาขอเลื่อนนัดออกไปอีก แต่เรื่องนี้เราพอจะทราบแล้วว่ามีเคสลักษณะเหมือนเราที่โดนหลอกอีกหลายคน

น.ส.ดา (นามสมมุติ) กล่าวว่า ทางคู่รักตนสนใจที่จะศัลยกรรมตัดหน้าอกจึงได้ติดต่อสอบถามเรื่องราคาการทำศัลยกรรมตัดหน้าอก เป็นเงินจำนวน 65,000 บาท โดยแจ้งว่าให้จ่ายงวดแรกเป็นค่ามัดจำจำนวน 10,000 บาท ส่วนที่เหลือถ้าจ่ายเป็นเงินก้อนก็มียอดอยู่ที่ 55,000 บาทถ้าผ่อนจ่ายงวดละ 3,000 บาท ทุก15 วัน จำนวน 20 งวด สำหรับตนนั้นแตกต่างจากคนอื่นเพราะไม่ได้จ่ายเป็นเงินก่อนใช้ผ่อนเป็นงวด หลังจากโอนงวดแรกไปแล้ว เขาก็จะนัดวันให้ ตามคิว หลังจากนั้นไม่นานก็ทักแซทเข้ามาบอกว่ามีคนจะขายคิว 30,000 บาท แล้วได้ผ่าตัดเลย ที่เหลือผ่อนจ่ายเป็นงวด ด้วยความที่เราอยากจะทำแฟนก็เลยไปหาเงินมาโอนให้เขา สุดท้ายก็ไม่ได้ผ่าตัด สอบถามไปเขาก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าตัวเขางานเยอะไม่มีเวลาติดตามเรื่อง หลังจากนั้นก็เงียบหายไป

ด้าน น.ส.วราพัสวีร์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของคลินิกเสริมความงามย่านเพชรเกษม กล่าวว่า สำหรับนายหน้ารับเสริมหล่อรายนี้จะรับงานมาจากลูกค้าที่สนใจตัดหน้าอกในลักษณะเป็นเซลล์ฟรีแลนซ์แล้วส่งลูกค้ามาที่คลินิก โดยเริ่มแรกจะเข้ามาติดต่อสอบถามราคาค่าตัดหน้าอก พอตกลงเรื่องราคากันเรียบร้อยแล้วมีการขอค่านายหน้าต่อหัว โดยส่งลูกค้ามา 4 รายแรก จะโอนเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนจึงทยอยส่งลูกค้ามา แต่พอรายที่ 4-8 เข้ามาขอเจรจาให้ผ่าตัดก่อนแล้วจะโอนเงินให้ภายหลัง ซึ่งตนเห็นว่าดูน่าเชื่อถือจึงยอมรับลูกค้าที่ส่งมาผ่าตัด รวมยอมค่าใช้จ่ายเกือบ 2 แสนบาท หลังจากนั้นก็เงียบหายไปพอตนติดต่อไปก็อ้างว่าติดขัดด้วยเหตุผลต่างๆ และยังโทรมาข่มขู่หากไปแจ้งความ นอกจากนี้ยังมีคลินิกเสริมความงามอีก 3 แห่งที่ถูกหลอก ซึ่งตนไม่ได้หวังว่าจะได้เงินคืนแต่ไม่อยากให้ไปหลอกคนอื่นอีก

ด้าน ทนายรณรงค์ กล่าวว่า สำหรับในเรื่องนี้ผู้ก่อเหตุมีความผิดในข้อหาฉ้อโกงผู้อื่นและมีความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์เรื่องการโฆษณา ส่วนทางเจ้าของคลินิกต้องไปฟ้องร้องทางแพ่ง ซึ่งตนจะประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้เข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วยที่มีการโพสต์ข้อความรับผ่าตัดเสริมความงาม เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นเอเจนซี่หรือทางคลินิกเองก็ตาม หากใครพบเห็นว่ามีการโฆษณาเสริมความงามทางออนไลน์สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทุกราย

ส่วนทางเรื่องคดีอยู่ระหว่างประสานกับผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายทั้งหมดกว่า 20 ราย เพื่อนัดวันเดินทางเข้าแจ้งความกับทางกองปราบปราม โดยรวมความเสียหายทั้งกลุ่มสาวหล่อและฝ่ายเจ้าของคลินิกเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท นอกจากนี้ยังฝากเตือนผู้ที่ถูกหลอกอย่าได้หลงไปเชื่อเซ็นสัญญาชดใช้ความเสียหายเพราะเขาจะหนีช่องทางดำเนินคดีอาญา เป็นแพ่งทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...