โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทคนิคการรับมือของแบรนด์ เมื่อ Drama is a new normal จากงาน Out Of Office: The Signal For The Future

Ad Addict

อัพเดต 02 ส.ค. 2565 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2565 เวลา 10.35 น. • Sundaynightsofast

พึ่งจบกันไปหมาด ๆ ในวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับงาน Out Of Office : The Signal For The Future ที่จัดขึ้นโดยEntravision MediaDonutsผู้นำวงการด้านธุรกิจเทคโนโลยี และการสื่อสารโฆษณา และ WISESIGHTผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูล เรียกได้ว่าเป็น The New version of Seminar and Mingleที่ผู้ร่วมงานจะได้ทั้งสาระและปาร์ตี้กับเพื่อนร่วมวงการในงานเดียว

โดยภายในงานก็อัดแน่นไปด้วยข้อมูลและสัญญาณแห่งอนาคต ที่จะช่วยให้เหล่านักการตลาดและเอเจนซีนำกลับไปลับคมกลยุทธ์สร้างแคมเปญ และเตรียมตัวรับมือกับความไม่แน่นอนต่าง ๆ จากกองทัพ Speaker คนดังหลากหลายวงการ ทั้งด้าน ข้อมูล โฆษณา โซเชียลมีเดีย เอเจนซี และการตลาด

ซึ่งเนื้อหาที่ Ad addict จะมาสรุปให้ฟังนี้ เป็นแนวทางการเป็นแบรนด์ที่เหมือนแฟนในวันที่ Drama เกิดขึ้นได้ทุกวัน หรือเรียกว่า Drama is a new normalจากช่วงสั้น ๆ ของ The Signals for The Future Social Consumer ( Panel Discussion) โดย

  • คุณบี สโรจ เลาหศิริ, Head of Marketing Transformation and Marketing Strategy, Bluebik
  • คุณพุทธศักดิ์ ตันติสุทธิเวท Data research Manager, WISESIGHT
  • คุณมาช เลิศวสิษฐ เที่ยนทอง Head of Strategy & Marketing, Entravisions MediaDonuts

ความคาดหวังที่ทำให้ Drama กลายเป็น New normal

เมื่อเกิดประเด็นใหม่ ๆ ในยุคที่เรื่องอะไรก็เป็นดราม่าไปหมด ถ้าแบรนด์ออกมาพูดก็ดราม่า หรือไม่ออกมาพูดก็ยังดราม่า แล้วแบรนด์ควรจะปรับตัวยังไง หรือสรุปว่าคาดหวังของผู้บริโภคเนี่ยมันไปถึงขั้นไหน เรามาดูที่พฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยนี้กันครับ

คุณบีเล่าให้ฟังว่า ในปัจจุบันกลุ่มลูกค้า GEN Y - Z จำนวนมากเกิดความคาดหวังจากแบรนด์มากกว่าแค่คุณภาพสินค้าแล้ว แต่คาดหวังที่มีลึกลงไปถึงตัวตน และจุดมุ่งหมายที่แบรนด์มี ซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวของแบรนด์ต้องไม่ใช่แค่เพื่อมาร์เก็ตติงเฉย ๆ เพราะหากผู้บริโภคดูออกว่า Action นี้เป็นแค่เพื่อการตลาดหวังผลประโยชน์จากกระแสต่าง ๆ แบบไม่มีจุดยืน ผลเสียที่ตามมาก็คือ Cancel Culture ที่ลูกค้าจะเริ่มปฏิเสธแบรนด์ซึ่งอาจจะโดนเท หรือว่าทัวร์ลงกันได้ง่าย ๆ

การปรับตัวของแบรนด์ที่ฟีลก็คล้ายแฟน

คุณบียังกล่าวอีกว่าจากพฤติกรรมของผู้ที่เลือกซื้อของเหมือนเลือกคบคนจากตัวตน Brand ต้อง be a personหรือต้อง Treat แบรนด์ให้เป็นเหมือนคนคนนึงที่มีปฎิสัมพันธ์มี Conversation กับผู้บริโภคมากขึ้น แบรนด์ต้องรู้ว่าตัวเองจะเป็นคนยังไง มีความคิดเห็น หรือจุดยืนแบบไหน คิดเห็นตรงกันผู้บริโภคไหมไหม ซึ่งถ้าเทียบการบริโภคกับความรัก

แบรนด์กับลูกค้าที่เป็นเหมือนแฟนกัน อาจจะไม่ได้รักกันหวานชื่นทุกวันอยู่แล้ว แต่เราต้อง Dont ignore good dramaคือไม่เมินเฉยต่อดราม่าที่เกิดขึ้น เพราะถึงวันนึงที่เราทะเลาะกัน เกิดดราม่าขึ้น ผลดีหรือเสียจะขึ้นอยู่กับว่าเราจะพลิกให้การทะเลาะกันครั้งนี้ทำให้เรา(แบรนด์กับผู้บริโภค)รักกันมากขึ้นได้ยังไงมากกว่า

จุดนี้เองจะเป็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ เพราะเราทำอะไรให้ถูกใจทุกคนไปซะหมดไม่ได้ แต่วันที่ดราม่าเกิดขึ้น แบรนด์จะแก้ไขมันอย่างไร

ขอโทษมากไป ใช่ว่าจะดี

ขอโทษไว้ก่อนอาจจะไม่ใช่ทางออกของดราม่า ถ้าเป็นแต่ก่อน แบรนด์คงถูกเทรนด์ว่าให้ขอโทษไว้ก่อน วนกลับไปที่เรื่องแฟน ถ้าเป็นแฟนเราทำผิดแล้วขอโทษซ้ำ ๆ ทุกครั้ง นับไปสิครับว่าเราจะให้โอกาสแฟนกี่ครั้ง ครั้งไหนที่เราจะเริ่มเบื่อ เริ่มไม่เชื่อ ไม่อยากฟังคำขอโทษอีกแล้ว แบรนด์ก็เช่นกัน ลูกค้าไม่ได้อยากฟังคำขอโทษซ้ำ ๆ แต่แบรนด์ควรพูดเจาะเข้าไปให้ถึงปัญหา แล้วบอกว่ากับแฟน ๆ ที่รักว่าจะแก้ไขอย่างไร

สร้างจุดยืนที่ ขะ ขะ แข็งแกร่ง !!

ยกตัวอย่างจากผู้ว่าชัชชาติ ที่เป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ จากวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างแข็งแกร่ง !! เมื่อกล่าวถึงปัญหา คุณชัชชาติมักจะพูดถึงที่มาของปัญหาอย่างถูกจุด ชัดเจน และอธิบายให้เห็นภาพแนวทางการแก้ปัญหา ทำให้คนที่รับฟัง เข้าใจและเปิดใจได้มากขึ้น เป็นต้น

และเมื่อวันที่ดราม่าที่เลี่ยงไม่ได้มันเกิด ยิ่งถ้าหากไม่ใช่เรื่องแบรนด์ทำผิด นอกจากการขอโทษแล้ว แบรนด์จะชี้แจง จัดการอย่างไรให้เกิดประโยชน์จนคนหันมารัก และแสดงถึงตัวตนที่แข็งแกร่งของแบรนด์ เพราะแบรนด์เองต้องมีจุดยืน ถึงจะยืนในใจผู้บริโภคได้นั่นเอง

และนี่คือสรุปสั้น ๆ จากบางช่วงของงาน Out Of Officeในครั้งนี้ เรียกว่าเอามาเล่าเป็นน้ำจิ้มให้ทุกคนได้ชิมกัน เพราะมีอีกหลายส่วนที่น่าสนใจมากที่แอดเอามาเล่าก็คงไม่หมด ทุกคนคงต้องไปสัมผัสกันเอง ซึ่งหลังจากช่วงสาระดี ๆ ในงานจบ ช่วงสังสรรค์สานสัมพันธ์ก็ไม่มีแผ่ว ใครที่สนใจทั้งงานที่ได้ทั้งสาระและสังสรรค์แบบนี้ ถ้ามีรอบหน้าก็ห้ามพลาดเลยเพราะว่างานนี้ครบรสทุกมิติจริง ๆ เลยคร้าบบบ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...