โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

GM เผยกำไรหดจากภาษี 1.1 พันล้านดอลล์ ยังแกร่งกว่านักวิเคราะห์คาด หุ้นร่วง 8%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 03.19 น.

General Motors (GM) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ แม้ยอดขายในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ ยังเติบโต 7% และผลกำไรต่อหุ้นสูงกว่าที่คาดการณ์

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 03.32 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าGeneral Motors (GM) รายงานว่าในไตรมาสที่ 2 บริษัทได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีเป็นมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม GM ยังคงสามารถทำผลงานดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ได้ เนื่องจากยอดขายที่แข็งแกร่งของรถกระบะและ SUV ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท

GMซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ระบุว่าผลกระทบจากภาษีจะรุนแรงขึ้นในไตรมาส 3 และย้ำประมาณการเดิมว่ามาตรการภาษีจากนโยบายการค้าจะกระทบกำไรตลอดทั้งปีราว 4,000-5,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะสามารถบรรเทาผลกระทบได้อย่างน้อย 30%

ราคาหุ้น GM ร่วงลง 8% หลังการประกาศผลประกอบการ

ในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน รายได้ของGM ลดลงเกือบ 2% เหลือประมาณ 47,000 ล้านดอลลาร์ กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง (adjusted EPS) อยู่ที่ 2.53 ดอลลาร์ ลดลงจาก 3.06 ดอลลาร์ในปีก่อน แม้จะลดลง แต่ยังสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.44 ดอลลาร์ กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยและภาษี (adjusted EBIT) ลดลง 32% เหลือ 3,000 ล้านดอลลาร์

GMเป็นหนึ่งในบริษัทที่ปรับลดประมาณการกำไรประจำปีจากผลกระทบของภาษี โดยกำหนดกรอบกำไรหลักหลังปรับปรุงไว้ที่ 10,000–12,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังคงยืนตามประมาณการเดิมในรายงานครั้งนี้

Garrett Nelson นักวิเคราะห์จาก CFRA Research ระบุว่า หนึ่งในสาเหตุที่หุ้น GM ร่วง เป็นเพราะนักลงทุนผิดหวังที่บริษัทไม่ปรับเพิ่มแนวโน้มกำไร แม้ผลประกอบการไตรมาสนี้จะดีกว่าคาด

แม้จะได้รับผลกระทบจากภาษี แต่ธุรกิจหลักของGM ยังแข็งแกร่ง โดยยอดขายในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7% และบริษัทยังคงตั้งราคาขายรถกระบะและ SUV ได้สูง นอกจากนี้ GMยังกลับมาทำกำไรเล็กน้อยในประเทศจีน หลังจากขาดทุนในปีก่อน

นักวิเคราะห์ มองว่า GMอาจจำเป็นต้องลดการลงทุนในโครงการในอนาคต หรือลดค่าใช้จ่ายบางส่วนเพื่อชดเชยผลกระทบจากภาษี ขณะนี้บริษัทเลือกที่จะรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นเอง แทนที่จะผลักภาระให้ผู้บริโภคผ่านการขึ้นราคา

ด้าน Stellantis ผู้ผลิต Jeep เตือนเมื่อวันจันทร์ว่าภาษีจะกระทบต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 อย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทเสียค่าใช้จ่ายจากภาษีไปแล้วราว 300 ล้านยูโรในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่หุ้น Ford Motor ลดลงประมาณ 1% และหุ้นของ Stellantis ในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยไม่ถึง 1%

GMยังได้ประกาศลงทุนเพิ่มในสายการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในในสหรัฐด้วยเม็ดเงิน 4 พันล้านดอลลาร์ในรัฐมิชิแกน แคนซัส และเทนเนสซี รวมถึงย้ายการผลิต Chevy Blazer จากเม็กซิโกมายังสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทอาจชะลอเป้าหมายเดิมที่ต้องการยุติการผลิตรถใช้น้ำมันภายในปี 2035

CEO Mary Barra ย้ำว่า แม้การเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจะช้าลง แต่ GMยังมองว่าอนาคตระยะยาวของบริษัทคือ “การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีกำไร” และยังคงยึดเป้าหมายนี้เป็นทิศทางหลัก

ทั้งนี้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มชะลอลงหลังจากช่วงที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงต้นทศวรรษ และจะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการสิ้นสุดมาตรการสนับสนุนของรัฐสภาสหรัฐฯ ที่จะยกเลิกเครดิตภาษี 7,500 ดอลลาร์สำหรับการซื้อ/เช่ารถยนต์ไฟฟ้าใหม่ และ 4,000 ดอลลาร์ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ตั้งแต่สิ้นเดือนกันยายน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ลงนามในกฎหมายที่ยกเลิกค่าปรับสำหรับผู้ผลิตที่ไม่สามารถทำตามกฎระเบียบด้านการประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้การผลิตรถใช้น้ำมันเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับค่ายรถต่าง ๆ

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...