GM เผยกำไรหดจากภาษี 1.1 พันล้านดอลล์ ยังแกร่งกว่านักวิเคราะห์คาด หุ้นร่วง 8%
General Motors (GM) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ แม้ยอดขายในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ ยังเติบโต 7% และผลกำไรต่อหุ้นสูงกว่าที่คาดการณ์
วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 03.32 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าGeneral Motors (GM) รายงานว่าในไตรมาสที่ 2 บริษัทได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีเป็นมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม GM ยังคงสามารถทำผลงานดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ได้ เนื่องจากยอดขายที่แข็งแกร่งของรถกระบะและ SUV ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท
GMซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ระบุว่าผลกระทบจากภาษีจะรุนแรงขึ้นในไตรมาส 3 และย้ำประมาณการเดิมว่ามาตรการภาษีจากนโยบายการค้าจะกระทบกำไรตลอดทั้งปีราว 4,000-5,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะสามารถบรรเทาผลกระทบได้อย่างน้อย 30%
ราคาหุ้น GM ร่วงลง 8% หลังการประกาศผลประกอบการ
ในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน รายได้ของGM ลดลงเกือบ 2% เหลือประมาณ 47,000 ล้านดอลลาร์ กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง (adjusted EPS) อยู่ที่ 2.53 ดอลลาร์ ลดลงจาก 3.06 ดอลลาร์ในปีก่อน แม้จะลดลง แต่ยังสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.44 ดอลลาร์ กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยและภาษี (adjusted EBIT) ลดลง 32% เหลือ 3,000 ล้านดอลลาร์
GMเป็นหนึ่งในบริษัทที่ปรับลดประมาณการกำไรประจำปีจากผลกระทบของภาษี โดยกำหนดกรอบกำไรหลักหลังปรับปรุงไว้ที่ 10,000–12,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังคงยืนตามประมาณการเดิมในรายงานครั้งนี้
Garrett Nelson นักวิเคราะห์จาก CFRA Research ระบุว่า หนึ่งในสาเหตุที่หุ้น GM ร่วง เป็นเพราะนักลงทุนผิดหวังที่บริษัทไม่ปรับเพิ่มแนวโน้มกำไร แม้ผลประกอบการไตรมาสนี้จะดีกว่าคาด
แม้จะได้รับผลกระทบจากภาษี แต่ธุรกิจหลักของGM ยังแข็งแกร่ง โดยยอดขายในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7% และบริษัทยังคงตั้งราคาขายรถกระบะและ SUV ได้สูง นอกจากนี้ GMยังกลับมาทำกำไรเล็กน้อยในประเทศจีน หลังจากขาดทุนในปีก่อน
นักวิเคราะห์ มองว่า GMอาจจำเป็นต้องลดการลงทุนในโครงการในอนาคต หรือลดค่าใช้จ่ายบางส่วนเพื่อชดเชยผลกระทบจากภาษี ขณะนี้บริษัทเลือกที่จะรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นเอง แทนที่จะผลักภาระให้ผู้บริโภคผ่านการขึ้นราคา
ด้าน Stellantis ผู้ผลิต Jeep เตือนเมื่อวันจันทร์ว่าภาษีจะกระทบต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 อย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทเสียค่าใช้จ่ายจากภาษีไปแล้วราว 300 ล้านยูโรในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่หุ้น Ford Motor ลดลงประมาณ 1% และหุ้นของ Stellantis ในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยไม่ถึง 1%
GMยังได้ประกาศลงทุนเพิ่มในสายการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในในสหรัฐด้วยเม็ดเงิน 4 พันล้านดอลลาร์ในรัฐมิชิแกน แคนซัส และเทนเนสซี รวมถึงย้ายการผลิต Chevy Blazer จากเม็กซิโกมายังสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทอาจชะลอเป้าหมายเดิมที่ต้องการยุติการผลิตรถใช้น้ำมันภายในปี 2035
CEO Mary Barra ย้ำว่า แม้การเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจะช้าลง แต่ GMยังมองว่าอนาคตระยะยาวของบริษัทคือ “การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีกำไร” และยังคงยึดเป้าหมายนี้เป็นทิศทางหลัก
ทั้งนี้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มชะลอลงหลังจากช่วงที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงต้นทศวรรษ และจะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการสิ้นสุดมาตรการสนับสนุนของรัฐสภาสหรัฐฯ ที่จะยกเลิกเครดิตภาษี 7,500 ดอลลาร์สำหรับการซื้อ/เช่ารถยนต์ไฟฟ้าใหม่ และ 4,000 ดอลลาร์ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ตั้งแต่สิ้นเดือนกันยายน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ลงนามในกฎหมายที่ยกเลิกค่าปรับสำหรับผู้ผลิตที่ไม่สามารถทำตามกฎระเบียบด้านการประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้การผลิตรถใช้น้ำมันเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับค่ายรถต่าง ๆ
อ้างอิง : www.reuters.com