ทุ่นลอยน้ำลดขยะ บ้านปูสร้างนวัตกรรมช่วยชุมชนท่องเที่ยวริมน้ำบางปะกง
ฉะเชิงเทรา – ทุ่นลอยน้ำดักขยะ กลุ่มบริษัทบ้านปูสร้างนวัตกรรมช่วยลดมลพิษในลำน้ำบางปะกง ย่านชุมชนแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำ เผยดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ตักเก็บขยะลอยน้ำทิ้งได้มากถึงกว่า 5 ตัน ก่อนสร้างต้นแบบนำมาส่งมอบให้แก่เทศบาลเมืองฉะเชิงเทราใช้ดูแลแหล่งน้ำคูคลองสาขาในวันนี้ ขณะผู้ว่าแปดริ้วขอวิจัยเพิ่มเติมทำเครื่องมือกำจัดผักตบชวาในสายน้ำอีกปัญหา หากมีโครงการความร่วมมือต่อในอนาคต
วันที่ 9 มิ.ย.68 เวลา 10.30 น. ที่บริเวณลานรำวงพื้นบ้านตลาดบ้านใหม่ 100 ปี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางมาเป็นสักขีพยานและประธานการรับมอบในการส่งมอบทุนลอยน้ำดักขยะ ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) และได้นำมาส่งมอบให้แก่ทางเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ผ่านทางนางขวัญกมล ฉายแสง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ตามโครงการ “พลังบ้านปู ฟื้นฟูทะเลไทย”
เพื่อช่วยลดปริมาณขยะในแม่น้ำบางปะกงก่อนไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาออกแบบขึ้นโดยฝ่ายวิจัยและพัฒนาบริษัทบ้านปู เน็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบ้านปู จากวัสดุสแตนเลสมีความคงทนต่อน้ำทะเลและน้ำกร่อยได้ดี และไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสามารถยกขยะออกจากทุ่นได้ง่าย มีความเหมาะสมที่จะถูกนำมาวางใช้ดักขยะ ยังที่บริเวณปากคลองบ้านใหม่ ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมตามวิถีชีวิตชาวบ้าน ในชุมชนย่านการค้าขายเก่าแก่ของชาวไทยเชื้อสายจีน และแหล่งรวมอาหารรสเลิศในพื้นถิ่นของ จ.ฉะเชิงเทรา
โดยนายจิรเมธ อัชชะ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและพัฒนาองค์กร บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความเป็นมาโครงการว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บ้านปูได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการของ จ.ฉะเชิงเทรา หลายแห่ง และดำเนินกิจกรรมเสริมเกี่ยวกับการกำจัดขยะในแหล่งน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้งธนาคารขยะ ส่งเสริมความรู้ด้านการจัดการขยะและการดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน กิจกรรมจิตอาสาเก็บขยะริมแม่น้ำ รวมถึงการติดตั้งทุ่นดักขยะมาแล้วรวม 7 แห่ง ทำให้สามารถดักขยะได้มากถึง 4,030 กก.
เก็บขยะจากในคลองและริมแม่น้ำได้ 1,686 กก. รวมจัดการขยะในแหล่งน้ำได้ 5,716 กก. และรับซื้อขยะเข้าธนาคารรีไซเคิลไปแล้ว 7,251 กก. คิดเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงกว่า 39,476 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และจะเดินหน้าโครงการเพื่อขยายผลให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายมากขึ้นต่อไป ในตำบลที่ติดกับแม่น้ำบางปะกงทั้ง 3 อำเภอคือ อ.เมือง อ.บ้านโพธิ์ และ อ.บางปะกง
สำหรับส่วนประกอบภายในทุนดักขยะนี้ ประกอบด้วยกล่องเก็บขยะ 2 กล่อง ความจุรวมประมาณ 450 ลิตรหรือรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 150 กก. สามารถถอดยกและจัดการขยะได้ง่าย โดยใช้แรงงานเพียง 1 คน ระบบลอยตัวของทุ่นใช้ถัง PU (Polyurethane) ที่ผ่านการใช้งานแล้ว นำมารีไซเคิลเป็นโครงสร้างลอยน้ำที่แข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา ขณะที่ระบบยึดทุ่นไว้กับฝั่งนั้นใช้รอกที่ขยับขึ้นลงได้เพื่อรองรับกระแสน้ำและระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลง โดยไม่หลุดออกจากตำแหน่ง ช่วยให้ทุ่นสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รบกวนการสัญจรทางน้ำ สามารถดูแลรักษาได้สะดวกในระยะยาว
โครงการ ‘พลังบ้านปู ฟื้นฟูทะเลไทย’ จึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดการขยะทะเลโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สนง.คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สนง.คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และบริษัทเอกชนที่มีเป้าหมายในการลดปริมาณขยะจากแหล่งต้นทางไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล เพื่อสนับสนุนแผนแม่บทการจัดการขยะทะเลระดับประเทศ นายจิรเมธ ระบุ
ขณะที่นายขจรเกียรติ กล่าวว่า ปัญหาขยะนั้นถือเป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นเรื่องสำคัญหากรู้จักใช้แล้วใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ โดยรู้จักคัดแยกจากที่เป็นปัญหาก็จะกลับมาเป็นประโยชน์และมีมูลค่าได้ด้วย ส่วนที่ จ.ฉะเชิงเทรา นั้นยังมีผักตบชวาที่ยังเป็นอีกปัญหาหนึ่ง โดยมีแหล่งที่มาทั้งจากใน จ.ฉะเชิงเทรา และจังหวัดต้นทางน้ำ ทั้ง จ.ปราจีนบุรี และนครนายก เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้เคยพูดคุยแก้ปัญหากับทางผู้ว่าฯ ทั้ง 2 จังหวัด
จากนั้นได้มาจับมือกันทำทุ่นดักขยะ และขึงเชือกดักผักตบชวาที่สะพานบางขนาก อ.บางน้ำเปรี้ยว แต่มาในปีนี้ใช้วิธีการเปิดบานประตูเขื่อนทดน้ำบางปะกง ปัญหาก็ยังมีอยู่ หากปีใดน้ำเค็มมากผักชนิดนี้ก็จะตาย แต่ในปีนี้น้ำเค็มน้อยกว่าทุกปีคุณภาพน้ำดีขึ้นมาก ทำให้ผักตบชวามีมาก จึงอยากฝากไปยังบริษัทบ้านปู เน็กซ์ ให้ได้ลองคิดนวัตกรรมที่อาจจะช่วยให้ปัญหาผักตบชวาลดลงได้ด้วย โดยเชื่อว่าทุกปัญหาหากมีการพูดคุยและร่วมมือกัน บางปัญหาก็อาจจะไม่เป็นปัญหา และจะทำให้ได้มาพบกันร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ ต่อไป นายขจรเกียรติ กล่าว