โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จนท.ไทยด่านช่องจอม ปฏิเสธจนท.กัมพูชาชวนถ่ายภาพ หลังด่านฯปรับวันปิดเปิด

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 08.16 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 08.16 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(18มิ.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันแรกที่มีการปิดด่านชายแดน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หลังจากไทยมีมาตรการตอบโต้กัมพูชา โดยมีหนังสือคำสั่งจาก กกล.สุรนารี ลงวันที่ 7 มิ.ย.68 เรื่องมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวร , จุดผ่อนปรนการค้าในพื้นที่ชายแดน ถึง ผวจ.อุบลราชธานี , ศรีสะเกษ , สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ตามคำสั่งกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 ระบุถึงรายละเอียด การประชุมของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ได้จัด เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามที่ได้รับมอบหมาย กกล.สุรนารี ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้พิจารณาถึงผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยและกัมพูชา ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดของสถานการณ์ดังกล่าว กกล.สุรนารี จึงกำหนดมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวร,จุดผ่อนปรนการค้า ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทั้งนี้การกำหนดมาตรการของวันเปิด - ปิดดังกล่าว แต่ละจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนการค้าก็มีรายละเอียดวันเปิด - ปิดที่แตกต่างกัน ขณะที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่านอ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้มีการปรับเวลาวันในการเปิด - ปิด จากเปิดทุกวัน เป็น 3 วันต่อสัปดาห์ ได้แก่ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-15.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 มิ.ย.68 เป็นต้นไป ประชาชนทั้งสองประเทศผ่านเข้า-ออกได้ ใช้พาสปอร์ต หรือบอร์เดอร์พาสเท่านั้น จำกัดการส่งออกสินค้ายุทธภัณฑ์ตามกฎหมาย งดการส่งออกสินค้าเพื่อการก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์เหล็กเส้น หรือสินค้าอื่นตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ ณ เวลานั้น ยานพาหนะทุกประเภทเข้า-ออกได้ตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้ปฏิบัติตามระเบียบและตามหลักสากล โดยผ่านการพิจารณาจาก หน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำพื้นที่ 2 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าวันนี้ เวลา 06.30 น. ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังประตูด่าน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา เส้นทางเข้า - ออกด่าน ไม่พบรถยนต์สัญจรไปมาแม้แต่คันเดียว โดยที่ฐานกลาง จนท.ทหารได้มีการปิดกั้นไม่อนุญาตให้ประชาชนผ่าน

ขณะที่ด้านหน้าประตูด่านมีการปิดประตูหลักพร้อมทั้งคล้องล็อกกุญแจจากฝั่งไทยอย่างมิดชิด โดยมี จนท.ที่เกี่ยวข้องคอยดูแลพื้นที่ ส่วนฝั่งกัมพูชาสังเกตเห็น จนท.หน้าด่านของกัมพูชา พากันมายืนถ่ายภาพหมู่ โดยมีการพูดคุยกับ จนท.ไทยและชวนให้บันทึกภาพร่วมกัน แต่ถูกจนท.ไทยปฏิเสธ เนื่องจากผู้บังคับบัญชาสั่งการไม่ให้ถ่ายภาพร่วมแต่อย่างใด

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังตลาดโอท็อป อบจ.สุรินทร์ ฝั่งไทย ใกล้กับตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ซึ่งเป็นตลาดเช้าที่ขายของสดส่ง ให้กับชาวไทยและชาวกัมพูชา กลับพบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาเช่นกันจากปกติมีชาวกัมพูชาข้ามแดนเข้ามาซื้ออาหารสดที่ตลาดเช้าอย่างคึกคักทุกวัน กลับเงียบเหงาไปถนัดตาและมีชาวไทยมาซื้อของบางตา เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์

ด้าน นางวันดี อายุ 62 ปี ชาวสุรินทร์ แม่ค้าขายมันเผาของปิ้ง ที่ตลาดโอท็อป อบจ.สุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เงียบมาก ชาวเขมรเข้ามาซื้อไม่ได้เพราะด่านปิด ตนก็เพิ่งมาทราบข่าวด่านปิดที่นี่เมื่อเช้า ไม่รู้จะขายของให้ใคร อยากให้สองประเทศดีกัน ถูกกัน อย่าให้มีปัญหาอะไร อยู่เป็นบ้านพี่เมืองน้อง หากเกิดปัญหา ทำมาหากินยาก

"ถ้าเกิดสงครามก็จะทำมาหากินยังไง อพยพก็ไม่รู้จะไปอยู่ยังไง ถ้ามีสงครามก็จะลำบากชาวบ้านตาดำ ๆ สองประเทศ" นางวันดี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนบรรยากาศที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม พบว่าเป็นไปอย่างเงียบเหงา ร้านค้าปิดหลายร้าน เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนกลับไปยังกัมพูชาช่วงเย็นวานนี้ (7มิ.ย.68) หลังขายของเสร็จ ต่างไม่สามารถข้ามแดนในช่วงเช้ากลับมาขายของที่ฝั่งไทยได้ เนื่องจากบางคนไม่ทราบว่าด่านจะปิด ขณะที่ชาวกัมพูชาบางส่วนที่พักอยู่ฝั่งไทยก็จะสามารถเปิดร้านค้าขายได้ตามปกติ

ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...