ปลุกกระแสแรงบันดาลใจ ‘สงคราม ส่งด่วน’ ซีรีส์ไทยมาแรง
ปลุกกระแสแรงบันดาลใจ ‘สงคราม ส่งด่วน’ ซีรีส์ไทยมาแรง
ทันทีที่ “สงคราม ส่งด่วน” ซีรีส์ไทยออริจินัลจาก Netflix ลงฉายก็จุดไฟให้วงการซีรีส์ไทยลุกโชนอีกครั้ง ด้วยเนื้อหาสุดเข้มข้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง ถ่ายทอดผ่านมุมมองการเล่าเรื่องแนวฟิคชั่นเป็นครั้งแรกของผู้กำกับมือรางวัลไก่ ณฐพล บุญประกอบ ที่กล้าทลายกรอบเดิมและสร้างผลงานสุดเปี่ยมพลัง ทั้งด้านโปรดักชั่น โลเกชั่น และการแสดง เชื่อมโยงอารมณ์ ความฝัน และแรงผลักดันของคนตัวเล็กในโลกใหญ่ไว้ได้อย่างเฉียบขาด
โดย ไก่ ณฐพล ผู้เคยฝากผลงานสารคดีอย่าง “2,215 เชื่อ บ้ากล้า ก้าว” ไว้ในความทรงจำของคนดูทั้งประเทศมาแล้ว แต่เรื่องนี้แม้จะเป็นผลงานฟิคชั่นชิ้นแรกของเขา ไก่ ณฐพล กลับตีโจทย์แตกและแปลงแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงให้กลายเป็นบทซีรีส์ที่ครบรส พร้อมให้ผู้ชมได้สัมผัสทั้งอารมณ์ขัน ดราม่า ความทะเยอทะยาน และพลังฝ่าฟัน
“เราได้วัตถุดิบจากเรื่องจริงที่มันดีมาก มันสนุก และสร้างแรงบันดาลใจมากพอ จึงเลือกใช้จินตนาการต่อยอดเพื่อให้ซีรีส์มีโครงสร้างที่จบภายใน 7 ตอนได้อย่างกลมกล่อม”
ไก่เผยแนวทางการทำงานที่เปลี่ยนจากสารคดีสู่ฟิคชั่น พร้อมเน้นย้ำว่า แม้ซีรีส์จะไม่ใช่อัตชีวประวัติ แต่องค์ประกอบต่างๆ ก็ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากชีวิตจริง เช่น การโดนกลั่นแกล้งด้วยการส่งพัสดุกว่า 2,000 ชิ้น หรือการพาเพื่อนลอยคอกลางทะเล ซึ่งในเรื่องถูกเปลี่ยนบริบทให้ดราม่าและมีอารมณ์ขันผสม
“เพราะฉะนั้นการทำงานจะไม่คอนเซิร์นเหมือนตามทำสารคดี แต่มันเป็นจินตนาการ เราถือว่าการทำเรื่องนี้เป็นการทำฟิคชั่น เล่าเป็นจินตนาการ เป็นเรื่องแต่ง เพียงแต่เราใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่มีอยู่จริงเท่านั้นเอง”
ซึ่งนั่นก็เป็นโจทย์สำคัญที่ทำให้ไก่ ณฐพลได้กลับไปคิดว่า จะใช้จินตนาการอย่างไรให้สนุก “เพราะวัตถุดิบจริงจากกการสัมภาษณ์มันสนุกมาก เราก็พยายามเขียนตัวละครเพิ่มขึ้นมา เพื่อมาเสริมให้กับเรื่องเล่าเรื่องนี้ให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ให้โครงเรื่องมันสนุก และก็เข้าใจ”
หนึ่งในตัวละครที่มีพื้นฐานจากคนจริง คือ “รุ่ยเจี๋ย” ที่แสดงโดย ดร.พลัง โลกศิลป์ ซึ่งแม้ไม่เคยเจอตัวจริง แต่ผู้กำกับก็นำเรื่องเล่ามาตีความสร้างเป็นคาแร็กเตอร์ที่มีทั้งความดุ ความซื่อตรง และความรักในงาน
“ผมไม่เคยเจอเขาเลย แต่แค่ฟังเรื่องเล่าต่างๆ แล้วเรามาจินตนาการต่อว่าถ้าเขาเป็นคนที่ดุ รูปลักษณ์แบบนี้ แต่ว่าดุในความรัก หรือมีความซื่อตรงกับงานมากๆ ซึ่งชีวิตด้านอื่นๆ ของเขา เขาจะแต่งตัวยังไง เขาจะใช้ชีวิต หรือเขาไม่ถูกกับคนแบบไหน เราก็มาใช้จินตนาการเติมเข้าไปอีกทีนึง”
เรื่องของภาษา ก็เป็นหัวใจของซีรีส์นี้ โดยตัวละครหลัก “สันติ” ซึ่งรับบทโดย ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ ต้องใช้ภาษาจีนในการสร้างเส้นทางชีวิตจากเด็กบนดอยสู่ธุรกิจระดับนานาชาติ ทำให้เขาต้องเรียนภาษาจีนอย่างเข้มข้นนานถึง 3 เดือน พร้อมโค้ชส่วนตัวและนักแสดงผู้เชี่ยวชาญภาษาช่วยเทรนอย่างใกล้ชิด
“ภาษาจีนถือเป็นอาวุธของสันติ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ท่ามกลางความยากจนของเขาที่อาศัยอยู่บนดอย สมบัติเดียวที่เขามีก็คือ ภาษา ที่แม่สอนมาตั้งแต่เด็ก แล้วเขาก็ใช้วิธีนี้ติดตัวและถีบตัวเองออกจากความยากจนด้วยไหวพริบทางธุรกิจและภาษาจีนที่เขามี”
“ต้องบอกว่าไอซ์ซึพูดจีนไม่ได้เลย ที่จริงจำอย่างเดียว และท่องเอา”
ด้านงานโปรดักชั่น “สงคราม ส่งด่วน” ก็ไม่ธรรมดา ด้วยการยกกองถ่ายไปทั่วทั้งประเทศไทยและจีน โดยมีโลเกชั่นมากถึง 125-128 แห่ง ตั้งแต่เหมืองทรายบนดอยวาวีไปจนถึงคอนโดในเซี่ยงไฮ้ เพื่อถ่ายทอดเส้นทางชีวิตของสันติอย่างเต็มที่
“เพราะการเดินทางของสันติเริ่มต้นมาตั้งแต่จากการเป็นเด็กดอยวาวี เป็นเด็กแว้น โดนจับติดคุกมาทำงานใช้หนี้ให้พ่อที่เหมืองทราย มาทำทัวร์ที่กรุงเทพฯ ไปจนถึงขายคอนโดที่เซี่ยงไฮ้ ไปเจอเสี่ยวหยูบิวด์ธุรกิจขึ้นมา คือโลเกชั่นเป็นสิ่งที่พ่วงมาในสิ่งที่เราเลือกเล่า เลยจำเป็นต้องมีโลเกชั่นเยอะขนาดนั้น”
“ต้องขอบคุณทีมโลเกชั่นและทีมโปรดักชั่นดีไซน์มากๆ ที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มันมีชีวิตขึ้นมา และไปไกลเกินกว่าที่ผมจะกล้าจินตนาการไว้มากๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือโกดังของธันเดอร์และของอีซี่ เอ็กซ์เพรส ซึ่งตอนเขียนบทผมก็คิดไม่ออกว่าเราจะเซ็ตยังไงแบบสายพานการขนส่ง แล้วเราจะถ่ายทำเอาโปรดักชั่นไปอยู่ในการขนส่งนี้ยังไง ซึ่งท้ายที่สุดเราก็หาทีมและโลเกชั่นที่เหมาะสม มีเสน่ห์ และมีความเป็นเอกลักษณ์มากๆ”
รวมถึงองค์ประกอบศิลป์ที่สะท้อนความแออัด ความอบอุ่น และความเป็นมนุษย์ของเบื้องหลังธุรกิจที่ดูเย็นชาแต่เต็มไปด้วยหัวใจ เนรมิตความหนาแน่นของคลังพัสดุที่ซีรีส์จะต้องเล่าเรื่องการขนส่งที่บ้าระห่ำ และพัสดุที่มันล้นจนคลังแทบแตก
โดยผู้กำกับคนดังยังเล่าต่อว่า “แค่ประโยคเดียวอ่านเจอในบท ทีมอาร์ตก็ปวดหัวแล้ว เพราะมันคือกล่องจำนวนหมื่นๆ ชิ้น ที่มีหลากหลายรูปแบบ ด้วยความยึดติดด้านสารคดีของผมที่ทุกอย่างต้องดูสมจริงและใช้ได้จริง มันอาจจะเป็นปมของผมเอง ซึ่งทีมก็ต้องทำงานหนักมากเพื่อจะทำให้สิ่งนี้มันเกิดขึ้น แล้วก็เป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความเชื่อให้กับทีมนักแสดงในการแสดงซีรีส์เรื่องนี้มา”
โดย ไก่ ณฐพล ได้กล่าวประโยคทิ้งท้ายถึงซีรีส์เรื่องว่า “นับตั้งแต่วันแรกที่ได้สัมภาษณ์คนต้นเรื่องเกือบ 4 ปีที่แล้ว วันนั้นก็เป็นวันที่ผมจดจำมาก เพราะเป็นวันที่ผมทึ่งมากว่ามันมีคนแบบนี้อยู่จริง เรื่องราวที่เข้มข้นและสร้างแรงบันดาลใจได้ขนาดนี้ ผมยังเก็บความรู้สึกนั้นไว้และรักษาไว้ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี จนกระทั่งวันที่มันจะออกฉาย”
ซีรีส์ยังสะท้อนปรัชญาชีวิตอย่างแยบคาย เช่น ประโยคเด็ดในเรื่องที่เปรียบเทียบการเลือกเส้นทางชีวิตว่า “ถอนขนไก่กับถอนขนกกระจอกใช้เวลาเท่ากัน แต่ไก่ได้เนื้อเยอะกว่า” ซึ่งสอดคล้องกับธีมหลักของเรื่องที่ว่าการใช้เวลาและพลังงานกับสิ่งที่มีคุณค่าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้
ในตอนท้าย ไก่ ณฐพล ยังฝากความหวังไว้ว่า ซีรีส์เรื่องนี้จะไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่เป็นแรงผลักดันให้ใครหลายคนลุกขึ้นมาทำสิ่งใหม่ กล้าเดินตามความฝัน หรือแม้แต่เริ่มต้นจากศูนย์ได้ด้วยแรงใจที่ถูกส่งผ่านจากตัวละครอย่างสันติ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในตัวเอง ให้เขาเห็นว่ามันมีชีวิตบนจอหรือชีวิตในซีรีส์เรื่องนี้ กับคนที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากๆ แล้วกล้าพุ่งชนกับมัน ชีวิตมันมีสีสันและมีความสนุกอย่างไรบ้าง แล้วเขาค้นพบอะไรบ้างระหว่างทาง
ซึ่งหวังว่าคนดูจะได้รับแรงบันดาลใจเหล่านี้กลับไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลุกกระแสแรงบันดาลใจ ‘สงคราม ส่งด่วน’ ซีรีส์ไทยมาแรง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th