โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แฉเบื้องหลังโรงแรมผู้ลี้ภัย ถ่ายหนังโป๊ OnlyFans ชีวิตหรู หิ้ว Louis Vuitton

Thaiger

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 16.26 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • Thaiger ข่าวไทย

เรื่องฉาวเขย่าอังกฤษ แฉเบื้องหลังโรงแรมผู้ลี้ภัย ถ่ายหนังโป๊-ชีวิตหรู สวนทางภาพลักษณ์ผู้หนีสงคราม อดีตผู้จัดการซึ่งเคยดูแล

ประเด็นระบบผู้ขอลี้ภัยของสหราชอาณาจักรกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อสื่อดังอย่าง เดอะซัน (The Sun) ได้เปิดโปงเรื่องราวสุดฉาว กรณีผู้ขอลี้ภัย 2 ราย ถูกจับได้ว่ากำลังถ่ายทำภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ของเว็บไซต์ OnlyFans ภายในโรงแรมหรูที่รัฐจัดหาให้ด้วยงบประมาณจากภาษีของประชาชน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ “เมโทรโพล” (Metropole Hotel) โรงแรมเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 18 ในเมืองแบล็กพูล ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงของผู้ขอลี้ภัยหลายร้อยคนมาตั้งแต่ปี 2021 โดยผู้เปิดโปงคืออดีตผู้จัดการที่เคยทำงานให้กับ “เซอร์โก” (Serco) บริษัทคู่สัญญาของรัฐบาล

อดีตผู้จัดการรายนี้เล่าถึงวินาทีที่พนักงานเข้าตรวจสอบห้องพักและต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น “ชายชาวซีเรียคนนั้นมีอุปกรณ์ครบชุด ทั้งกล้องที่ตั้งบนขาตั้งตรงปลายเตียง และเซ็กส์ทอยเกลื่อนห้อง มันชัดเจนมากว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น พวกเขากำลังทำธุรกิจหนังโป๊ผิดกฎหมายจากในโรงแรม”

“ตอนที่เขามาเปิดประตู เขานุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว ส่วนผู้หญิงสวมชุดชั้นในสุดเซ็กซี่นอนอยู่บนเตียง เขาบอกเราตรงๆ ว่ากำลังถ่ายวิดีโอเพื่อเอาไปลง OnlyFans”

เรื่องฉาวนี้เป็นเพียงหนึ่งใน “บัญชีรายการ” การใช้ช่องโหว่ของระบบในทางที่ผิด ที่ถูกค้นพบโดยอดีตผู้จัดการรายนี้ ซึ่งเผยว่าชายผู้ก่อเหตุทำเพียงแค่ถูกย้ายไปยังศูนย์พักพิงอื่นเท่านั้น

ภาพ X @YorksRose_84

วิถีชีวิตหรูหราสวนทางคำกล่าวอ้าง

ผู้เปิดโปงซึ่งตัดสินใจออกมาพูดเพื่อตีแผ่ปัญหาที่ฝังรากลึกในระบบผู้ลี้ภัย กล่าวว่า หลายคนควรจะเดินทางมาที่นี่แบบไม่มีเงินติดตัว แต่มีกรณีหนึ่งที่ครอบครัวผู้ลี้ภัยมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง Louis Vuitton พวกเขาบินเข้าสหราชอาณาจักรและยื่นขอลี้ภัยที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทันที

ยังมีกรณีผู้ขอลี้ภัยรายหนึ่งในโรงแรมอีกแห่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ ได้โพสต์วิดีโอลง TikTok อวดผู้ติดตามกว่า 40,000 คนของเขาว่ากำลังมีความสุขกับที่พักและอาหารฟรีอย่างไรบ้าง

เขายังเผยอีกว่า มีการลักลอบออกไปทำงานผิดกฎหมายอย่างแพร่หลาย ทั้งในร้านเคบับ, ร้านตัดผม, ร้านล้างรถ และบริการส่งอาหารอย่าง Deliveroo เพื่อรับเงินสดซึ่งเป็นสิ่งต้องห้าม ไปจนถึงการกักตุนอาหารและของใช้ฟรีที่ได้รับไปขายต่อ และมีกรณีที่หญิงรายหนึ่งแจ้งความว่าเงินสด 5,000 ปอนด์ที่เธอซ่อนไว้ในห้องถูกขโมยไป ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เธอไม่ควรมีตั้งแต่แรก

จากผู้หวังดีสู่ความรู้สึกสิ้นหวัง

อดีตผู้จัดการซึ่งเคยดูแลผู้ขอลี้ภัยกว่า 1,769 คนในโรงแรม 5 แห่ง ย้ำว่าผู้ลี้ภัยจำนวนมาก “มีพฤติกรรมดีและต้องการที่พักพิงอย่างแท้จริง” แต่ก็มี “ส่วนน้อยที่มีนัยสำคัญ” ที่หาประโยชน์จากระบบ

“ผมเริ่มต้นงานนี้ด้วยใจที่เป็นกลางและพลังบวก ผมอยากช่วยเหลือครอบครัวและเด็กๆ ที่หนีมาจากสถานการณ์เลวร้าย” เขาอธิบาย “ผมไม่ได้เหยียดเชื้อชาติ ผมเชื่อว่าผู้คนมีสิทธิ์ขอลี้ภัย แต่หลายคนที่ผมเจอ กลับกำลังทำลายระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ พฤติกรรมของพวกเขาทำให้สถานการณ์ของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ แย่ลง”

ภาพ @britanniahotels.com

คำชี้แจงจากฝ่ายต่างๆ

โฆษกกระทรวงมหาดไทย (Home Office) กล่าวว่า “นี่เป็นข้อกล่าวหาที่เลวร้าย ซึ่งเรากำลังเร่งสืบสวนอย่างเร่งด่วน กรณีการทำงานผิดกฎหมายหรือการละเมิดกฎ อาจนำไปสู่การตัดความช่วยเหลือได้”

ด้านบริษัทเซอร์โกออกแถลงการณ์ว่า “บริษัทมีสัญญาในการจัดหาที่พักที่ปลอดภัยและเหมาะสม และมีหน้าที่รายงานสัญญาณของการทำงานหรือความมั่งคั่งใดๆ ต่อกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป”

เรื่องอื้อฉาวนี้ได้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองทันที โดย นายคริส ฟิลป์ รัฐมนตรีเงาจากพรรคอนุรักษ์นิยม กล่าวโจมตีรัฐบาลว่า “โรงแรมเหล่านี้ที่เต็มไปด้วยผู้อพยพผิดกฎหมาย คือแหล่งซ่องสุมของการทำงานผิดกฎหมาย, อาชญากรรม และตอนนี้เราก็ได้เรียนรู้ว่ามีความเสื่อมทรามด้วย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีมหาดไทย อีเวตต์ คูเปอร์ โดยใช้เงินภาษีของเราหลายพันล้านปอนด์”.

ขอบคุณคลิป : @YorkshireRose

ภาพ @britanniahotels.com
ภาพ @britanniahotels.com

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...