การต่อรอง ‘อัตราภาษี’ นำเข้า – ส่งออก ที่ยังไม่คืบหน้า ภารกิจงานหนัก!! เตรียมต้อนรับ ‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ คนใหม่
THE STATES TIMES
อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • Hard News Team(20 ก.ค. 68) หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 9:0 รับคำร้อง สว.ยื่นถอดถอน "แพทองธาร ชินวัตร" ขณะที่มติ 7:2 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราวตั้งแต่ 1 ก.ค.2568 เป็นต้นไป จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด ให้ส่งเอกสารชี้แจงภายใน 15 วัน
แต่เศรษฐกิจไทย จะพักทำหน้าที่ คงไม่ได้ เมื่อวันนี้ วิกฤตเศรษฐกิจยังคงมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังธุรกิจต่างๆ ทุกอุตสาหกรรมอย่างเป็นวงกว้าง ประชาชนยังคงต้องรัดเข็มขัด คงใช้คำว่า เศรษฐกิจซบเซาไม่ต่างจากยุคโควิดระบาดทั้งโลก หรืออาจจะวิกฤตมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะกำลังการจับจ่ายใช้สอย ลดน้อยลงมากกว่าเดิม
ยอดจองโรงแรมลดทั่วประเทศท่องเที่ยวครึ่งปีแรก ต่างชาติเที่ยวไทย 17.75 ล้านคน ลดลง 5% มาเลเซียอันดับ 1 ตามมาด้วยจีนและอินเดีย กังวลช่วงโลว์ซีซั่นหดตัวหนักกว่าปีที่แล้ว นายกสมาคมโรงแรมเผยยอดเข้าพักลดลงเกือบทุกภาค พัทยายังทรงตัว-ภูเก็ตเจอข่าวร้ายกระหน่ำหดตัว เชียงใหม่คนจีนหายกว่า 30%
ธุรกิจโบรกเกอร์แย่กว่าปีก่อน ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ ปีนี้ก็คงไม่ดี และน่าจะแย่กว่าปีที่แล้วด้วย คาดว่าเกินครึ่งหนึ่งของธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้น่าจะขาดทุน เนื่องจากเหตุผล คือ 1.มีหนี้เสียจากมาร์จิ้นโลนมากขึ้น 2.ปริมาณซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 3.ค่าคอมมิชชั่นถดถอยไปอีก ขณะที่ต้นทุนไม่ได้ลดลง อย่างต้นทุนทางด้านแบ็กออฟฟิศ ที่ต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานก็เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งหากธุรกิจหลักทรัพย์จะไปได้ จะมีกำไร ก็ต้องมีธุรกิจอื่นมาเสริม
การเจรจาภาษีนำเข้าส่งออกรอบ 2 ของนายพิชัย ชุณวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับทีมผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) ในการยื่นข้อเสนอเพื่อต่อรองภาษีตอบโต้การค้า (Reciprocal Tariffs) ยังไม่ได้ข้อสรุป SCB EIC ได้ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากไทยเปิดตลาดสินค้าให้สหรัฐฯ อย่าง ‘ไม่มีเงื่อนไข’ โดยชี้ว่าภาคการเกษตรและปศุสัตว์จัดเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อผลการเจรจา เนื่องด้วยราคาสินค้าที่ต่ำลง อาจกดดันให้เกษตรกรผู้ผลิตตัดสินใจล้มเลิกกิจการ เพราะแข่งขันต่อไม่ไหว ซึ่งจะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและวัตถุดิบของไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เนื้อสุกร เนื้อไก่ เครื่องใน และข้าวโพด จัดเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความอ่อนไหวสูง เนื่องจากไทยพึ่งพาการผลิตในประเทศเป็นหลัก จึงไม่มีการนำเข้าเนื้อสุกรและเนื้อไก่เลย แต่ยังมีการนำเข้าข้าวโพดอยู่บ้างราว 22% ของการบริโภคในประเทศ
ด้วยต้นทุนการผลิตของไทยที่สูงกว่าสหรัฐฯ ประกอบกับมีเกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก การเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู เนื้อไก่ และข้าวโพดจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จะทำให้ราคาสินค้าในประเทศปรับลดลงอย่างมาก กดดันให้เกษตรกรโดยรวมมีรายได้ลดลง จนอาจต้องยุติการผลิตเพราะแข่งขันต่อไปไม่ไหว
โดยมีเกษตรกรผู้ผลิตข้าวโพดในไทยมีจำนวนมากถึง 4.2 แสนราย มีเกษตรกรผู้ขุนสุกร 1.5 แสนราย และมีเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ 0.26 แสนราย
15 ก.ค. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. …. ของกระทรวงการคลัง (กค.) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ตรวจพิจารณาแล้ว และจะมีการบรรจุร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่ 1 นั้น
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ทำหนังสือให้ความเห็นและข้อสังเกต ประกอบการพิจารณาของ ครม. ต่อร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน ฉบับที่ 2 ในการที่รัฐบาลตั้ง ‘ฮับการเงิน’ ต้องดูแลความเสี่ยง ‘ฟอกเงิน-สนับสนุนการเงินก่อการร้าย’ แยกธุรกิจใน ‘Financial Hub’ ไม่ให้ปะปนกับธุรกิจในระบบการเงินหลัก พร้อมสร้างกลไกให้ ‘หน่วยงานกำกับดูแล’ ในระบบการเงินหลัก ออกกฎเกณฑ์-คำสั่งให้ ‘ผู้ประกอบธุรกิจ’ ต้องปฏิบัติตามใน 'ภาวะวิกฤติ'
จากหนังสือฉบับดังกล่าว มีความกังวล ต่อ พ.ร.บ.มาตราต่างๆ เนื่องจากกฎเกณฑ์ใน Financial Hub ผ่อนคลายมากกว่าปกติ Financial Hub บางแห่ง จึงถูกจับตามองหรือมีภาพลักษณ์ในการเป็นแหล่งสนับสนุนธุรภรรมทางการเงินที่ไม่ถูกกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงที่ Financial Hub ในประเทศไทย จะกลายเป็นแหล่งสนับสนุนธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. ที่กำลังจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ ที่เป็นเสมือนคานถ่วงดุลอำนาจ และดูแลภาพรวมการเงินของประเทศไทย ซึ่งหากติดตามข่าวตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง จะพบว่า มีหลายๆ ประเด็น ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีการท้วงติงในหลายๆ นโยบาย ที่จะกระทบต่อวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ หรือมีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้กลไกทางการเงินของประเทศมีปัญหาในระยะยาว รวมทั้งผลงานการสร้างเงินกองทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง ลดความผันผวนของค่าเงินบาท มีทองคำสำรองอยู่ลำดับที่ 23 ของโลก มากที่สุดในอาเซียน และอันดับ 4 ของเอเชีย
ว่าที่ ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ ซึ่งเตรียมที่จะเสนอชื่อ ไปยังที่ประชุม ครม. เพื่อแต่งตั้ง โดยปรากฏเป็นชื่อ ‘นายวิทัย รัตนากร’ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ในวันที่ 15 ก.ค.68 แต่ท้ายที่สุดกลับบรรจุเข้าวาระไม่ทัน โดยมีการชี้แจงว่า ข้อมูลที่ส่งมานั้นยังมีเอกสารไม่ครบ เพื่อความรอบคอบ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงต้องตรวจคุณสมบัติ นายวิทัย รัตนากร ให้ครบถ้วน ก่อนเสนอครม.
รอดูกันต่อไป ว่า… เสถียรภาพทางการคลังของประเทศ ในยุคเปลี่ยนผ่าน จะเป็นอย่างไร? เมื่อการประสานงานระหว่างทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล และ ว่าที่ ผู้ว่าการแบงค์ชาติ คนใหม่ น่าจะราบรื่นขึ้น วินัยทางการเงินการคลังของประเทศ อยู่ในมือท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นโยบายประชานิยม ที่จะทำลายวินัยทางการเงิน จะไม่กลับมาหลอกหลอน เฉกเช่น บางประเทศในแถบอเมริกาใต้