โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พุทธศาสนิกชนทั่วไทย ร่วมใจทำบุญใหญ่ ‘อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา’ คึกคัก

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 02.34 น. • เดลินิวส์
ชาวพุทธพร้อมใจเข้าวัดทำบุญตักบาตรและเวียนเทียน เนื่องในวันสำคัญทางศาสนา หลายจังหวัดจัดงานยิ่งใหญ่ เช่น ตักบาตรดอกเข้าพรรษา ที่สระบุรี และตักบาตรบนหลังช้าง ที่สุรินทร์

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2568 ซึ่งตรงกับ วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกๆ ปี เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน ถือเป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 4 ประการ คือ เป็นวันแรกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประกาศพระพุทธศาสนา เป็นวันแรกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” เป็นวันแรกที่พระสงฆ์สาวกเกิดขึ้นในโลก คือ ฤาษีโกณฑัญญะ ได้บวชเป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา และเป็นวันแรกที่มีพระรัตนตรัยครบบริบูรณ์

อีกทั้ง วันที่ 11 ก.ค. เป็นวันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง ซึ่งคำว่า “เข้าพรรษา” แปลว่า “พักฝน” หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษา ให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในช่วงฤดูฝนนี้

ซึ่งทั้ง 2 วัน เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาของไทย บรรดาชาวพุทธศาสนิกชนทั่วทั้งประเทศไทย จะพาผู้หลักผู้ใหญ่ผู้สูงอายุ และลูกๆ หลานๆ ออกมาบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายแด่พระสงฆ์กันในช่วงเช้า และในช่วงเย็น จะมีจัดกิจกรรมเวียนเทียน ณ วัดต่างๆ ทั่วประเทศ ตามประเพณีที่ทำสืบต่อกันมา หลายจังหวัดบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยที่ สระบุรี นายบัญชา เชาวรินทร์ ผวจ.สระบุรี เป็นประธานเปิดงานประเพณี “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพรรษาพระราชทาน” ประจำปี 2568 ที่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร โดยมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก ขบวนแห่อันวิจิตรงดงามตระการตา พร้อมการแสดงจากช่อง 7 สี ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม พร้อมกล่าวย้ำว่า ประเพณีนี้เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก สะท้อนศรัทธาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม งานจะยังคงจัดต่อไปในวันที่ 10 และ 11 กรกฎาคม 2568 วันละ 2 รอบ โดยเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมทำบุญโดยทั่วกัน

ขณะที่ นายศรจักรชัย ชูวาพิทักษ์ รอง ผวจ.อุทัยธานี นำพุทธศาสนิกชนและส่วนราชการร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ณ วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) เนื่องในวันอาสาฬหบูชา 2568 วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" ทำให้พระรัตนตรัยครบองค์เป็นครั้งแรก พุทธศาสนิกชนได้รักษาศีลและปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในช่วงเย็น วัดทุกแห่งในจังหวัดอุทัยธานี จะจัดพิธีเวียนเทียนพร้อมเพรียงกัน

นายชำนาญ ชื่นตา ผวจ.สุรินทร์ เปิดงานประเพณี "ตักบาตรบนหลังช้าง" หนึ่งเดียวในโลก ที่อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง มีพระสงฆ์ 64 รูป และช้าง 64 เชือก ร่วมรับบิณฑบาต เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา 2568 ประเพณีนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจำนวนมาก ส่งผลให้เศรษฐกิจสุรินทร์คึกคัก โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด งานนี้ไม่เพียงสืบสานวัฒนธรรม แต่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความสามัคคีในชุมชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...